กระเบื้อง SPC กระเบื้องคลิกล็อค เกรดพรีเมี่ยม Virgin 100% by Enoch

พื้น SPC 1,000 ตร.ม. ต้องเตรียมวัสดุอย่างไร?

พื้น SPC 1,000 ตร.ม. ต้องเตรียมวัสดุอย่างไร? คู่มือคำนวณวัสดุ BOQ และงบประมาณสำหรับโครงการก่อสร้าง

พื้น SPC 1,000 ตร.ม. ต้องเตรียมอะไรบ้างก่อนเริ่มงาน?

     การติดตั้งพื้น SPC ในพื้นที่ขนาด 1,000 ตารางเมตร ไม่ว่าจะเป็นโครงการบ้านจัดสรร คอนโดมิเนียม โรงแรม อาคารสำนักงาน โชว์รูม หรือพื้นที่เชิงพาณิชย์ จำเป็นต้องวางแผนวัสดุอย่างเป็นระบบ เพราะการจัดซื้อพื้นจำนวนมากไม่ได้มีเพียงการคำนวณพื้นที่แล้วสั่งสินค้าให้ครบเท่านั้น แต่ยังต้องพิจารณาจำนวนกล่องที่จำหน่ายจริง ปริมาณวัสดุเผื่อเศษ อุปกรณ์เก็บขอบพื้น สภาพพื้นเดิม ค่าแรง การขนส่ง พื้นที่จัดเก็บ และกำหนดเวลาส่งมอบให้สัมพันธ์กับแผนก่อสร้าง

Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!

     สำหรับผู้รับเหมาและฝ่ายจัดซื้อ ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยในการถอดปริมาณวัสดุอาจส่งผลต่อค่าใช้จ่ายและระยะเวลาทำงานได้ เช่น สั่งพื้น SPC ไม่เพียงพอจนช่างต้องหยุดงาน สั่งวัสดุเพิ่มภายหลังโดยไม่สามารถยืนยันสีหรือล็อตสินค้าเดิมได้ หรือสั่งวัสดุเกินความจำเป็นจนเกิดต้นทุนสินค้าคงเหลือ

     ดังนั้น การวางแผนพื้น SPC 1,000 ตร.ม. ที่ดีควรเริ่มจากการสำรวจพื้นที่จริง ตรวจสอบแบบแปลน เลือกรุ่นสินค้า คำนวณจำนวนกล่อง กำหนดปริมาณเผื่อเศษ และจัดทำ BOQ ก่อนส่งคำสั่งซื้อให้ผู้จำหน่าย

     บทความนี้จะอธิบายขั้นตอนตั้งแต่ต้นจนจบ พร้อมตัวอย่างคำนวณจากผลิตภัณฑ์ที่มีข้อมูลเผยแพร่บนเว็บไซต์ Enoch Flooring Thailand เพื่อให้ผู้รับเหมา เจ้าของโครงการ และฝ่ายจัดซื้อสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับโครงการจริงได้อย่างเป็นระบบ

ทำไมโครงการพื้น SPC 1,000 ตร.ม. ต้องวางแผนวัสดุล่วงหน้า?

     พื้นที่ 1,000 ตร.ม. ถือเป็นงานที่ควรควบคุมปริมาณวัสดุด้วยเอกสารและข้อมูลสินค้าอย่างชัดเจน โดยเฉพาะโครงการที่แบ่งพื้นที่ติดตั้งหลายห้องหรือหลายชั้น

ป้องกันวัสดุขาดระหว่างติดตั้ง

     การคำนวณเฉพาะพื้นที่สุทธิ 1,000 ตร.ม. โดยไม่เผื่อเศษ อาจทำให้วัสดุไม่เพียงพอเมื่อมีการตัดแผ่นรอบผนัง เสา มุมห้อง ช่องประตู และแนวเชื่อมต่อระหว่างพื้นที่

ตัวอย่างเช่น หากโครงการกำหนดให้เผื่อวัสดุ 5% จะต้องเตรียมพื้นที่วัสดุเบื้องต้น 1,050 ตร.ม. ก่อนแปลงเป็นจำนวนกล่องตามข้อมูลของรุ่นที่เลือก

อย่างไรก็ตาม อัตราเผื่อเศษต้องพิจารณาจากแบบแปลน รูปทรงพื้นที่ ทิศทางการปู และรูปแบบการตัด ไม่ควรใช้เปอร์เซ็นต์เดียวกันกับทุกโครงการ

ลดความเสี่ยงเรื่องสีและล็อตสินค้า

     โครงการที่ต้องการให้พื้นมีสีและลวดลายสม่ำเสมอควรตรวจสอบความพร้อมของสินค้าก่อนสั่งซื้อ โดยเฉพาะกรณีต้องใช้วัสดุจำนวนมากในหลายห้องหรือหลายอาคาร

การแบ่งสั่งหลายครั้งอาจทำให้ต้องตรวจสอบความต่อเนื่องของล็อตสินค้าอีกครั้ง จึงควรวางแผนปริมาณรวมและกำหนดการส่งมอบร่วมกับผู้จำหน่ายตั้งแต่ต้น

ควบคุมงบประมาณได้แม่นยำขึ้น

     การจัดทำ BOQ ช่วยให้ฝ่ายจัดซื้อเห็นปริมาณวัสดุจริง จำนวนกล่องที่ต้องซื้อ และรายการอุปกรณ์เสริมที่จำเป็น โดยสามารถแยกต้นทุนวัสดุ ค่าแรง ค่าขนส่ง และค่าเตรียมพื้นออกจากกัน

วิธีนี้ทำให้เปรียบเทียบใบเสนอราคาจากหลายผู้จำหน่ายได้อย่างเป็นธรรม ไม่ใช่เปรียบเทียบเฉพาะราคาต่อตารางเมตรโดยไม่พิจารณารายการอื่น

เชื่อมโยงกับแผนงานก่อสร้าง

     วัสดุที่มาถึงเร็วเกินไปอาจต้องใช้พื้นที่จัดเก็บเป็นเวลานาน ในทางกลับกัน หากส่งมอบช้าอาจกระทบกำหนดส่งงานของผู้รับเหมา

สำหรับโครงการ 1,000 ตร.ม. จึงควรวางแผนตั้งแต่วันที่พื้นเดิมพร้อมติดตั้ง วันที่ตรวจรับสินค้า วันที่เริ่มปู และวันที่ต้องส่งมอบพื้นที่ให้ทีมงานลำดับถัดไป

 

สำรวจพื้นที่ก่อนคำนวณวัสดุพื้น SPC

ขั้นตอนแรกไม่ใช่การเลือกรุ่นพื้นหรือคำนวณราคา แต่เป็นการตรวจสอบพื้นที่ที่ต้องติดตั้งจริง

แยกพื้นที่ตามห้องและโซน

     แม้แบบโครงการจะระบุพื้นที่รวม 1,000 ตร.ม. แต่ควรแยกปริมาณตามพื้นที่ย่อย เช่น

  • ห้องพักหรือห้องนอน
  • ห้องนั่งเล่นและพื้นที่ส่วนกลาง
  • โถงทางเดิน
  • ห้องทำงาน
  • ห้องประชุม
  • พื้นที่ต้อนรับหรือ Lobby
  • พื้นที่เชื่อมต่อระหว่างห้อง
  • พื้นที่ที่ต้องใช้ลายหรือสีแตกต่างกัน

การแยกพื้นที่ช่วยให้ประเมินเศษวัสดุได้ใกล้เคียงงานจริง และป้องกันการนำวัสดุที่จัดไว้สำหรับโซนหนึ่งไปใช้กับอีกโซนโดยไม่ตรวจสอบปริมาณสำรอง

ใช้แบบแปลนหรือ Floor Plan ประกอบ

     ควรใช้แบบแปลนที่มีมิติชัดเจน และตรวจสอบกับสภาพพื้นที่จริงก่อนสรุปปริมาณสั่งซื้อ หากมีการเปลี่ยนแปลงผนัง ช่องเปิด หรือขอบเขตการติดตั้ง ต้องแก้ไขตัวเลขให้ตรงกับแบบล่าสุด

สูตรคำนวณพื้นที่สี่เหลี่ยมพื้นฐานคือ

พื้นที่ (ตร.ม.) = ความกว้าง (ม.) × ความยาว (ม.)

ตัวอย่าง ห้องกว้าง 8 เมตร ยาว 10 เมตร

8 × 10 = 80 ตร.ม.

หากโครงการมีหลายห้อง ให้คำนวณแยกแต่ละห้อง แล้วรวมพื้นที่ทั้งหมดเข้าด้วยกัน

หักพื้นที่ที่ไม่ต้องปู

     ต้องตรวจสอบว่าพื้นที่ที่ระบุในแบบรวมบริเวณใดบ้างที่ไม่ได้ใช้พื้น SPC เช่น พื้นที่ห้องน้ำที่ใช้กระเบื้อง พื้นที่ช่องเปิด หรือส่วนที่ใช้วัสดุปูพื้นชนิดอื่น

ตัวอย่างเช่น แบบระบุพื้นที่รวม 1,080 ตร.ม. แต่มีพื้นที่ที่ไม่ติดตั้ง SPC จำนวน 80 ตร.ม.

พื้นที่ติดตั้งสุทธิ = 1,080 − 80 = 1,000 ตร.ม.

ตัวเลข 1,000 ตร.ม. นี้จึงเป็นฐานสำหรับคำนวณวัสดุ ก่อนเพิ่มปริมาณเผื่อเศษ

ตรวจสอบระดับและสภาพพื้นเดิม

     พื้น SPC แบบคลิกล็อกต้องติดตั้งบนพื้นฐานที่มีความเรียบ แข็งแรง และเหมาะสมกับข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ หากพื้นเดิมมีความต่างระดับ รอยแตกร้าว ความชื้น หรือเศษวัสดุตกค้าง ต้องประเมินการแก้ไขก่อนปู

ไม่ควรใช้พื้น SPC เพื่อปกปิดปัญหาพื้นฐานที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาการขยับของรอยต่อ การรับแรงไม่สม่ำเสมอ หรือความเสียหายของระบบคลิกล็อกได้

ในโครงการขนาดใหญ่ ควรมีรายการตรวจรับพื้นเดิมและบันทึกผลก่อนอนุมัติให้เริ่มติดตั้ง

 

คำนวณพื้น SPC 1,000 ตร.ม. ต้องเผื่อเศษกี่เปอร์เซ็นต์?

      วัสดุเผื่อเศษ หรือ Waste Allowance คือปริมาณที่เพิ่มจากพื้นที่ติดตั้งจริง เพื่อรองรับการตัดแต่ง การเข้ามุม และความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นระหว่างทำงาน

ไม่มีเปอร์เซ็นต์เดียวที่เหมาะกับทุกพื้นที่ แต่สามารถใช้ช่วงประมาณการเพื่อจัดทำงบเบื้องต้น แล้วปรับตามแบบแปลนจริงได้

ลักษณะพื้นที่อัตราเผื่อเบื้องต้นสำหรับวางแผน
พื้นที่สี่เหลี่ยม เรียบง่าย ตัดน้อย3–5%
ห้องทั่วไปหรือพื้นที่แบ่งหลายส่วน5–7%
พื้นที่มีมุม เสา ซอก หรือแนวตัดมาก7–10%
พื้นที่ซับซ้อนหรือมีรูปแบบการปูเฉพาะคำนวณจาก Floor Plan

ตารางนี้เป็นแนวทางประมาณการ ไม่ใช่ข้อกำหนดตายตัว ควรยืนยันปริมาณสุดท้ายจากแบบและวิธีติดตั้งของโครงการ

 

ตัวอย่างคำนวณเมื่อเผื่อเศษ 3%

พื้นที่สุทธิ 1,000 ตร.ม.

ปริมาณเผื่อเศษ = 1,000 × 3% = 30 ตร.ม.

พื้นที่วัสดุที่ต้องเตรียม = 1,000 + 30 = 1,030 ตร.ม.

ตัวอย่างคำนวณเมื่อเผื่อเศษ 5%

พื้นที่สุทธิ 1,000 ตร.ม.

ปริมาณเผื่อเศษ = 1,000 × 5% = 50 ตร.ม.

พื้นที่วัสดุที่ต้องเตรียม = 1,000 + 50 = 1,050 ตร.ม.

ตัวอย่างคำนวณเมื่อเผื่อเศษ 7%

พื้นที่สุทธิ 1,000 ตร.ม.

ปริมาณเผื่อเศษ = 1,000 × 7% = 70 ตร.ม.

พื้นที่วัสดุที่ต้องเตรียม = 1,000 + 70 = 1,070 ตร.ม.

ตัวอย่างคำนวณเมื่อเผื่อเศษ 10%

พื้นที่สุทธิ 1,000 ตร.ม.

ปริมาณเผื่อเศษ = 1,000 × 10% = 100 ตร.ม.

พื้นที่วัสดุที่ต้องเตรียม = 1,000 + 100 = 1,100 ตร.ม.

โครงการ 1,000 ตร.ม. ควรเลือกเผื่อเศษเท่าไร?

     หากยังไม่มีแบบแปลนละเอียด สามารถใช้ 5% เป็นสมมติฐานเริ่มต้นสำหรับประเมินงบเบื้องต้นได้ แต่ไม่ควรนำไปใช้เป็นปริมาณสั่งซื้อสุดท้ายโดยอัตโนมัติ

     โครงการที่มีห้องจำนวนมาก แนวผนังซับซ้อน หรือแยกพื้นที่เป็นหลายโซน อาจต้องคำนวณแยกแต่ละพื้นที่ เพราะเศษวัสดุจากห้องหนึ่งไม่จำเป็นต้องนำไปใช้กับอีกห้องได้ทั้งหมด

ในทางกลับกัน พื้นที่เปิดโล่งขนาดใหญ่ที่มีรูปทรงเรียบง่ายอาจมีสัดส่วนเศษวัสดุน้อยกว่า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดแผ่นและแผนการปูจริง

 

สูตรคำนวณจำนวนกล่องพื้น SPC สำหรับพื้นที่ 1,000 ตร.ม.

หลังจากได้พื้นที่สำหรับสั่งซื้อแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือแปลงจำนวนตารางเมตรเป็นจำนวนกล่อง โดยต้องใช้ข้อมูลพื้นที่ต่อกล่องของรุ่นที่เลือกจริง

สูตรหลัก

จำนวนกล่อง = พื้นที่วัสดุที่ต้องเตรียม ÷ พื้นที่ต่อกล่อง

เมื่อคำนวณได้เป็นทศนิยม ให้ปัดขึ้นเป็นจำนวนเต็มเสมอ เพราะไม่สามารถสั่งซื้อเศษกล่องได้ตามปกติ

ตัวอย่างเมื่อใช้พื้น SPC 2.855 ตร.ม./กล่อง

สมมติว่าพื้นที่ติดตั้งสุทธิเท่ากับ 1,000 ตร.ม. และกำหนดเผื่อเศษ 5%

พื้นที่สำหรับสั่งซื้อ = 1,000 × 1.05 = 1,050 ตร.ม.

พื้นที่ต่อกล่อง = 2.855 ตร.ม.

จำนวนกล่อง = 1,050 ÷ 2.855

ผลคำนวณประมาณ 367.78 กล่อง

จึงต้องปัดขึ้นเป็น 368 กล่อง

พื้นที่ที่ได้รับจริง = 368 × 2.855 = 1,050.64 ตร.ม.

ดังนั้น ในตัวอย่างนี้ควรเตรียมพื้น SPC อย่างน้อย 368 กล่อง โดยมีพื้นที่สินค้าตามจำนวนกล่องประมาณ 1,050.64 ตร.ม. ก่อนพิจารณาความต้องการสำรองเพิ่มเติมของโครงการ

ตัวอย่างเมื่อไม่เผื่อเศษ

พื้นที่ติดตั้งสุทธิ = 1,000 ตร.ม.

พื้นที่ต่อกล่อง = 2.855 ตร.ม.

จำนวนกล่อง = 1,000 ÷ 2.855 ≈ 350.26 กล่อง

ปัดขึ้นเป็น 351 กล่อง

พื้นที่ที่ได้รับจริง = 351 × 2.855 = 1,002.105 ตร.ม.

ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่า แม้จะไม่เผื่อเศษก็ต้องซื้อพื้นที่มากกว่าพื้นที่สุทธิเล็กน้อยจากข้อจำกัดเรื่องการจำหน่ายเป็นกล่องเต็ม และยังไม่ได้รวมวัสดุที่สูญเสียจากการตัด

เหตุใดต้องยึดพื้นที่ต่อกล่องเป็นหลัก?

พื้น SPC แต่ละรุ่นมีขนาดแผ่นและจำนวนแผ่นต่อกล่องแตกต่างกัน การนับเพียงจำนวนแผ่นโดยไม่ตรวจสอบพื้นที่บรรจุภัณฑ์อาจทำให้คำนวณคลาดเคลื่อน

ก่อนออกใบสั่งซื้อ ควรยืนยันข้อมูลต่อไปนี้กับผู้จำหน่าย

  1. ชื่อรุ่นและรหัสสินค้า
  2. ความหนารวมของผลิตภัณฑ์
  3. จำนวนแผ่นต่อกล่อง
  4. พื้นที่ครอบคลุมต่อกล่อง
  5. โครงสร้างวัสดุรองพื้นของรุ่นนั้น
  6. สีและลายสินค้าที่อนุมัติ
  7. จำนวนกล่องที่พร้อมส่งมอบ
  8. เงื่อนไขการสั่งซื้อและการส่งสินค้า

สำหรับการคำนวณปริมาณจริง สามารถใช้ เครื่องคำนวณพื้นที่พื้น SPC ของ Enoch Flooring Thailand เป็นจุดเริ่มต้น แล้วตรวจสอบข้อมูลรุ่นและราคาอีกครั้งก่อนสั่งซื้อ

 

ตารางคำนวณจำนวนกล่องพื้น SPC 1,000 ตร.ม. แยกตามรุ่นสินค้า

เพื่อให้ฝ่ายจัดซื้อเห็นภาพชัดเจน สามารถใช้ข้อมูลพื้นที่ต่อกล่องของรุ่นตัวอย่างที่แสดงบนเว็บไซต์ Enoch มาคำนวณเปรียบเทียบได้ โดยตัวเลขด้านล่างเป็นการคำนวณเชิงปริมาณ ไม่ใช่การยืนยันสต็อกสินค้าหรือใบเสนอราคาปัจจุบัน

สมมติว่าพื้นที่ติดตั้งสุทธิเท่ากับ 1,000 ตร.ม. และกำหนดเผื่อเศษ 5% เท่ากับ 1,050 ตร.ม.

รุ่นตัวอย่างพื้นที่ต่อกล่องจำนวนกล่องขั้นต่ำหลังเผื่อ 5%พื้นที่ซื้อจริง
NBL Premium1.7568 ตร.ม.598 กล่อง1,050.5664 ตร.ม.
Elite Prime2.855 ตร.ม.368 กล่อง1,050.64 ตร.ม.
Virgin 4 mm2.855 ตร.ม.368 กล่อง1,050.64 ตร.ม.
Virgin 5.5 mm (IXPE)2.6352 ตร.ม.399 กล่อง1,051.4448 ตร.ม.
Virgin 6.5 mm (IXPE)2.196 ตร.ม.479 กล่อง1,052.484 ตร.ม.

ที่มาข้อมูลพื้นที่ต่อกล่อง: เครื่องคำนวณพื้นที่พื้น SPC Enoch ตัวเลขจำนวนกล่องคำนวณโดยปัดขึ้นเป็นจำนวนเต็ม และควรตรวจสอบสเปกสินค้าอีกครั้งก่อนออกคำสั่งซื้อ

จากตารางจะเห็นว่าพื้นที่เป้าหมายเท่ากัน แต่จำนวนกล่องต่างกันได้มาก เนื่องจากบรรจุภัณฑ์แต่ละรุ่นครอบคลุมพื้นที่ไม่เท่ากัน

ข้อควรระวัง: จำนวนกล่องที่น้อยกว่าไม่ได้แปลว่ารุ่นนั้นมีต้นทุนต่ำกว่า หรือเหมาะกับโครงการมากกว่าเสมอไป การเลือกต้องพิจารณาราคาต่อตารางเมตร สเปกสินค้า ลักษณะการใช้งาน ความเหมาะสมกับพื้นที่ และข้อกำหนดของโครงการร่วมกัน

 

วัสดุที่ต้องเตรียมสำหรับงานพื้น SPC 1,000 ตร.ม. มีอะไรบ้าง?

การเตรียมพื้น SPC ให้พร้อมติดตั้งควรแยกเป็น 4 หมวด ได้แก่ วัสดุปูพื้นหลัก วัสดุเตรียมพื้น อุปกรณ์เก็บขอบและรอยต่อ และอุปกรณ์ที่ใช้ในกระบวนการติดตั้ง

ไม่ใช่ทุกโครงการจำเป็นต้องใช้วัสดุทุกชนิดในปริมาณเท่ากัน จึงควรตรวจสอบแบบ รายละเอียดประกอบงาน และคู่มือของผลิตภัณฑ์ก่อนสรุป BOQ

วัสดุปูพื้น SPC

พื้น SPC เป็นวัสดุหลักของงาน ต้องสั่งตามรุ่น สี ลาย และจำนวนกล่องที่คำนวณได้

สิ่งที่ควรระบุในเอกสารจัดซื้อ ได้แก่

  • ชื่อรุ่นและรหัสสินค้า
  • สีและลายที่ผ่านการอนุมัติ
  • ความหนารวมและโครงสร้างสินค้า
  • พื้นที่ต่อกล่อง
  • จำนวนกล่องทั้งหมด
  • พื้นที่สินค้าที่ซื้อจริง
  • ข้อกำหนดเรื่องสีและล็อตสินค้า
  • วันที่ต้องการให้ส่งมอบ

หากโครงการแบ่งติดตั้งหลายชั้นหรือหลายอาคาร ควรทำตารางแจกจ่ายสินค้ารายโซนไว้ล่วงหน้า เพื่อให้ทราบว่าควรส่งกล่องจำนวนเท่าใดไปยังแต่ละพื้นที่

วัสดุปรับระดับหรือซ่อมแซมพื้นเดิม

ปริมาณวัสดุปรับระดับไม่สามารถคำนวณจากพื้นที่ 1,000 ตร.ม. เพียงอย่างเดียว เพราะขึ้นอยู่กับสภาพพื้นเดิม ความต่างระดับ ความลึกของตำหนิ และชนิดวัสดุที่เลือกใช้

ก่อนคำนวณควรตรวจสอบ

  1. ความเรียบของพื้นตามเกณฑ์ผู้ผลิต
  2. รอยแตกร้าวและบริเวณที่หลุดร่อน
  3. ความแข็งแรงของพื้นฐาน
  4. ความชื้นและแหล่งที่มาของความชื้น
  5. ความเข้ากันได้ของวัสดุซ่อมพื้นกับพื้นฐานเดิม

หากต้องใช้ปูนซ่อมพื้นหรือวัสดุปรับระดับ ควรให้ผู้รับผิดชอบงานพื้นประเมินปริมาณจากความหนาเฉลี่ยที่ต้องใช้และอัตราการครอบคลุมตามเอกสารผลิตภัณฑ์

ไม่ควรสั่งวัสดุปรับระดับตามพื้นที่อย่างเดียวโดยไม่ทราบความหนาที่ต้องปรับ

 

พื้น SPC บางรุ่นมีวัสดุรองพื้นติดมากับแผ่น เช่น IXPE ขณะที่บางรุ่นไม่มี จึงต้องตรวจสอบโครงสร้างสินค้าให้แน่นอนก่อนจัดซื้อ

หากรุ่นที่เลือกมีแผ่นรองพื้นในตัวอยู่แล้ว ไม่ควรเพิ่มแผ่นรองพื้นอีกชั้นโดยอัตโนมัติ เพราะอาจทำให้ระบบคลิกล็อกทำงานไม่ตรงกับข้อกำหนดของผู้ผลิต

หากรุ่นนั้นต้องใช้วัสดุรองพื้นแยก ให้ตรวจสอบชนิด ความหนา ความเข้ากันได้ และวิธีติดตั้งตามคู่มือของรุ่นนั้นโดยเฉพาะ

บัวพื้น

บัวพื้นใช้ปิดรอยต่อระหว่างขอบพื้นกับผนัง และช่วยให้งานติดตั้งเรียบร้อยขึ้น ปริมาณบัวควรคำนวณจากความยาวแนวผนังที่ต้องติดตั้งจริง ไม่ใช่นำพื้นที่ 1,000 ตร.ม. ไปคูณด้วยค่าประมาณโดยตรง

สูตรพื้นฐานคือ

ความยาวบัวที่ต้องใช้ = ความยาวแนวผนังที่ติดตั้งบัวทั้งหมด − ความยาวช่องเปิดที่ไม่ติดตั้งบัว

ตัวอย่าง หากแนวผนังที่ต้องติดตั้งบัวรวม 420 เมตร และมีช่องเปิดที่ไม่ต้องติดตั้งบัว 40 เมตร

ความยาวบัวสุทธิ = 420 − 40 = 380 เมตร

หากกำหนดเผื่อการตัดบัว 5% เพื่อใช้ประเมินเบื้องต้น

380 × 1.05 = 399 เมตร

ดังนั้นอาจใช้ 399 เมตรเป็นปริมาณสำหรับประเมินงบก่อนแปลงเป็นจำนวนเส้นตามความยาวบรรจุภัณฑ์จริง

ตัวอย่างนี้เป็นการสมมติเพื่ออธิบายวิธีคำนวณ ไม่ใช่ปริมาณบัวมาตรฐานสำหรับพื้นที่ 1,000 ตร.ม.

ตัวจบพื้นและคิ้วปิดรอยต่อ

ตัวจบพื้นหรือคิ้วปิดรอยต่อใช้ในบริเวณที่พื้น SPC เชื่อมต่อกับวัสดุอื่นหรือมีระดับพื้นต่างกัน เช่น

  • แนวประตู
  • จุดเชื่อมต่อกับกระเบื้อง
  • จุดเปลี่ยนวัสดุปูพื้น
  • แนวสิ้นสุดของพื้น
  • พื้นที่ที่ต้องใช้โปรไฟล์เฉพาะตามรายละเอียดแบบ

ควรระบุชนิดและตำแหน่งในแบบขยายรายละเอียดงาน เพื่อให้ฝ่ายจัดซื้อทราบว่าต้องเตรียมอุปกรณ์แบบใด จำนวนเท่าใด และมีข้อจำกัดด้านความสูงหรือความกว้างอย่างไร

วัสดุและอุปกรณ์ติดตั้งอื่น ๆ

รายการอุปกรณ์อาจประกอบด้วยเครื่องมือวัด เครื่องมือตัด อุปกรณ์เคาะเข้าระบบคลิกล็อก และอุปกรณ์ทำความสะอาดหน้างานตามวิธีติดตั้ง

หากต้องใช้กาวหรือวัสดุยึดติด ต้องตรวจสอบก่อนว่าระบบพื้น SPC รุ่นนั้นกำหนดให้ใช้หรือไม่ ไม่ควรนำกาวมาใช้กับพื้นคลิกล็อกโดยไม่มีข้อกำหนดรองรับ

สำหรับโครงการขนาดใหญ่ การแยกวัสดุสิ้นเปลืองออกจากวัสดุหลักจะช่วยให้ควบคุมต้นทุนและเบิกจ่ายได้ง่ายขึ้น

 

วิธีจัดทำ BOQ พื้น SPC 1,000 ตร.ม. สำหรับผู้รับเหมา

BOQ หรือ Bill of Quantities เป็นเอกสารแสดงรายการและปริมาณวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างหรือปรับปรุงพื้นที่ ช่วยให้เจ้าของโครงการ ผู้รับเหมา และฝ่ายจัดซื้อใช้ข้อมูลชุดเดียวกันในการตรวจสอบราคาและควบคุมงาน

สำหรับงานพื้น SPC ควรแยกอย่างน้อย 3 ส่วน ได้แก่ งานวัสดุปูพื้น งานเตรียมพื้น และงานอุปกรณ์ประกอบ

ตัวอย่าง BOQ เบื้องต้น

สมมติว่าโครงการมีพื้นที่ติดตั้ง 1,000 ตร.ม. เลือกพื้น SPC ที่ครอบคลุมพื้นที่ 2.855 ตร.ม./กล่อง และเผื่อเศษ 5%

ลำดับรายการปริมาณเบื้องต้นหน่วย
1พื้น SPC สำหรับติดตั้ง1,000ตร.ม.
2ปริมาณเผื่อเศษ 5%50ตร.ม.
3พื้น SPC ที่ต้องเตรียมก่อนปัดกล่อง1,050ตร.ม.
4พื้น SPC จำนวนสั่งซื้อจริง368กล่อง
5พื้นที่สินค้าจริงตามจำนวนกล่อง1,050.64ตร.ม.
6บัวพื้นคำนวณจากแบบเมตร
7ตัวจบและคิ้วปิดรอยต่อคำนวณจากแบบชิ้น/เมตร
8วัสดุซ่อมแซมพื้นเดิมสำรวจหน้างานตามหน่วยสินค้า
9ค่าแรงติดตั้งตามพื้นที่และขอบเขตงานตร.ม.
10ค่าขนส่งและขนย้ายตามเงื่อนไขส่งมอบเที่ยว/รายการ

ปริมาณในรายการที่ 6–10 ต้องคำนวณจากแบบ สภาพพื้นที่ และเงื่อนไขของผู้รับเหมา ไม่ควรกรอกเป็นตัวเลขตายตัวจากพื้นที่รวมเพียงอย่างเดียว

ข้อมูลที่ควรมีใน BOQ ฉบับใช้งานจริง

นอกจากปริมาณวัสดุแล้ว ควรมีช่องสำหรับ

  • รหัสสินค้าและรายละเอียดสเปก
  • หน่วยนับ
  • จำนวนต่อหน่วยบรรจุ
  • ราคาต่อหน่วย
  • มูลค่ารวม
  • อัตราเผื่อเศษ
  • แหล่งที่มาของราคา
  • หมายเหตุและข้อยกเว้น
  • ผู้ตรวจสอบและวันที่แก้ไขล่าสุด

หากเป็นโครงการที่มีการเสนอราคาหลายรุ่น ควรแยก BOQ ของแต่ละรุ่นอย่างชัดเจน เพื่อป้องกันการนำพื้นที่ต่อกล่องหรือราคาของสินค้าคนละรุ่นมาใช้ปะปนกัน

ตัวอย่างสูตร Excel สำหรับคำนวณ

สมมติว่าจัดคอลัมน์ดังนี้

  • A2 = พื้นที่ติดตั้งสุทธิ
  • B2 = เปอร์เซ็นต์เผื่อเศษ
  • C2 = พื้นที่ต่อกล่อง
  • D2 = พื้นที่สั่งซื้อ
  • E2 = จำนวนกล่อง

สูตรพื้นที่สั่งซื้อ:

=A2*(1+B2)

สูตรจำนวนกล่อง:

=ROUNDUP(D2/C2,0)

สูตรพื้นที่สินค้าที่ซื้อจริง:

=E2*C2

หากกำหนดให้ B2 เป็นเปอร์เซ็นต์ในรูปแบบตัวเลข 5% ต้องป้อนค่าเป็น 5% หรือ 0.05 ให้สอดคล้องกับรูปแบบเซลล์

ตัวอย่างนี้ช่วยให้แก้ไขจำนวนพื้นที่หรืออัตราเผื่อเศษได้สะดวก และลดความผิดพลาดจากการคำนวณซ้ำด้วยมือ

 

คำนวณงบประมาณพื้น SPC 1,000 ตร.ม. อย่างไรให้ควบคุมต้นทุนได้?

งบประมาณงานพื้น SPC ไม่ควรพิจารณาเฉพาะราคาวัสดุต่อตารางเมตร แต่ควรแยกต้นทุนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดออกเป็นหมวด เพื่อให้ทราบว่าราคาที่เสนอแก่เจ้าของโครงการครอบคลุมรายการใดแล้วบ้าง

ค่าวัสดุพื้น SPC

สูตรพื้นฐานคือ

ค่าวัสดุพื้น SPC = พื้นที่สินค้าที่ซื้อจริง × ราคาต่อ ตร.ม.

สมมติว่าพื้นที่ติดตั้งสุทธิ 1,000 ตร.ม. เผื่อเศษ 5% และซื้อสินค้าจริง 1,050.64 ตร.ม.

หากใช้ราคาเพื่อจำลองงบประมาณที่ 280 บาท/ตร.ม.

1,050.64 × 280 = 294,179.20 บาท

ดังนั้นค่าวัสดุพื้นตามสมมติฐานนี้เท่ากับ 294,179.20 บาท

หมายเหตุ: ราคา 280 บาท/ตร.ม. ในตัวอย่างเป็นตัวเลขสมมติสำหรับสาธิตวิธีคำนวณ ไม่ใช่การยืนยันราคาขายปัจจุบัน ราคาจริงต้องตรวจสอบรุ่นสินค้า ใบเสนอราคา ส่วนลดโครงการ และเงื่อนไขการซื้อกับ Enoch Flooring Thailand

ค่าแรงติดตั้ง

ค่าแรงขึ้นอยู่กับขอบเขตงาน เช่น ความเรียบของพื้นเดิม จำนวนห้อง ความซับซ้อนของการตัดแต่ง การขนย้ายวัสดุภายในอาคาร และเวลาที่อนุญาตให้ทำงาน

สูตรประมาณการคือ

ค่าแรงติดตั้ง = พื้นที่ที่คิดค่าแรง × ค่าแรงต่อตารางเมตร

หากมีงานเตรียมพื้นหรือรื้อวัสดุเดิม ควรแยกเป็นรายการต่างหาก เพื่อให้เห็นต้นทุนจริงและลดความคลาดเคลื่อนในการเสนอราคา

ค่าเตรียมพื้นเดิม

ต้นทุนส่วนนี้อาจรวมการรื้อพื้นเดิม ซ่อมรอยแตกร้าว ปรับระดับ ทำความสะอาด และแก้ไขปัญหาความชื้นตามความจำเป็น

ไม่ควรตั้งงบด้วยอัตราเดียวสำหรับทุกโครงการ เพราะพื้นฐานคอนกรีต พื้นกระเบื้องเดิม และพื้นประเภทอื่นมีข้อจำกัดแตกต่างกัน

ควรตรวจสอบว่าพื้นเดิมเหมาะสมต่อการติดตั้งหรือจำเป็นต้องดำเนินงานเพิ่มเติมก่อนอนุมัติงบ

ค่าวัสดุประกอบ

รายการวัสดุประกอบที่อาจต้องรวมในงบ ได้แก่

  • บัวพื้น
  • ตัวจบพื้น
  • คิ้วปิดรอยต่อ
  • วัสดุซ่อมแซมพื้น
  • วัสดุรองพื้นตามข้อกำหนดสินค้า
  • วัสดุสิ้นเปลืองสำหรับงานติดตั้ง

ควรคำนวณตามความยาว จำนวนจุดติดตั้ง หรือปริมาณใช้งานจริง แทนการเหมารวมทุกอย่างเข้าไปในราคาพื้น SPC โดยไม่มีรายละเอียด

ค่าขนส่งและขนย้าย

โครงการ 1,000 ตร.ม. อาจต้องวางแผนการขนส่งตามปริมาณกล่อง น้ำหนักสินค้า สถานที่ส่งมอบ และข้อจำกัดในการเข้าถึงพื้นที่

ค่าใช้จ่ายอาจแตกต่างกันตามระยะทาง จำนวนเที่ยว การขนขึ้นอาคาร การใช้ลิฟต์ขนของ และข้อกำหนดเรื่องเวลาส่งสินค้า

ก่อนอนุมัติใบเสนอราคา ควรยืนยันว่าค่าขนส่งรวมการยกลงจากรถและการขนย้ายถึงพื้นที่เก็บวัสดุแล้วหรือไม่

ตารางสรุปงบประมาณที่ควรใช้

หมวดต้นทุนวิธีประเมิน
พื้น SPCพื้นที่ซื้อจริง × ราคาต่อ ตร.ม.
ค่าแรงปูพื้นพื้นที่คิดค่าแรง × อัตราค่าแรง
งานเตรียมพื้นตามผลสำรวจและปริมาณงาน
บัวพื้นความยาวสุทธิ × ราคาต่อเมตร
ตัวจบพื้นจำนวนชิ้นหรือความยาว × ราคาต่อหน่วย
วัสดุสิ้นเปลืองตามรายการที่ใช้จริง
ขนส่งและขนย้ายตามใบเสนอราคาและหน้างาน
เงินสำรองความเสี่ยงกำหนดตามนโยบายโครงการ

เงินสำรองความเสี่ยงควรแยกออกจากปริมาณเผื่อเศษให้ชัดเจน เพราะ Waste เป็นปริมาณวัสดุที่เตรียมสำหรับการตัดและติดตั้ง ส่วนเงินสำรองเป็นแนวทางบริหารงบสำหรับความไม่แน่นอนอื่น ๆ

 

เลือกพื้น SPC สำหรับโครงการ 1,000 ตร.ม. อย่างไร?

การเลือกวัสดุสำหรับโครงการขนาดใหญ่ควรพิจารณามากกว่าราคาเริ่มต้น เพราะต้นทุนรวมอาจได้รับผลกระทบจากคุณสมบัติของสินค้า อายุการใช้งานที่คาดหวัง ความเหมาะสมกับพื้นที่ และความสะดวกในการจัดซื้อ

ตรวจสอบประเภทการใช้งาน

พื้นที่พักอาศัย ห้องพักโรงแรม สำนักงาน และพื้นที่เชิงพาณิชย์มีลักษณะการใช้งานไม่เหมือนกัน ควรตรวจสอบระดับการสัญจร น้ำหนักการใช้งาน การลากเฟอร์นิเจอร์ และข้อกำหนดการดูแลรักษา

หากเป็นพื้นที่ที่มีการใช้งานหนัก ควรตรวจสอบข้อมูลทางเทคนิค เช่น ชั้นผิวใช้งาน Wear Layer และข้อกำหนดการรับประกันจากผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายก่อนตัดสินใจ

พิจารณาความหนาของสินค้าให้เหมาะกับโครงการ

ความหนารวมของพื้น SPC เป็นหนึ่งในข้อมูลที่ใช้เปรียบเทียบสินค้า แต่ไม่ควรใช้ความหนาเป็นเกณฑ์ตัดสินคุณภาพเพียงอย่างเดียว

ควรพิจารณาโครงสร้างสินค้า ระบบคลิกล็อก ความเหมาะสมกับพื้นฐาน การใช้งานจริง และเอกสารสเปกประกอบร่วมกัน

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จากบทความ พื้น SPC 4 มม. 5.5 มม. และ 6.5 มม. ต่างกันอย่างไร?

เลือกรุ่นที่มีข้อมูลสเปกชัดเจน

ก่อนอนุมัติวัสดุ ควรขอข้อมูลรุ่นสินค้า ตัวอย่างสี ขนาดแผ่น จำนวนแผ่นต่อกล่อง พื้นที่ต่อกล่อง และข้อกำหนดการติดตั้ง

หากโครงการกำหนดให้ส่งตัวอย่างอนุมัติก่อน ควรดำเนินการให้เรียบร้อยก่อนสั่งซื้อวัสดุจำนวนมาก เพื่อป้องกันปัญหาสินค้าไม่ตรงกับแบบหรือความคาดหวังของเจ้าของโครงการ

ตรวจสอบโครงสร้างวัสดุรองพื้น

หากต้องการพื้น SPC ที่มีแผ่นรองพื้นในตัว ควรยืนยันว่ารุ่นที่เสนอมีโครงสร้างดังกล่าวจริง รวมถึงตรวจสอบข้อกำหนดในการติดตั้งว่าอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้เพิ่ม Underlayment แยก

สามารถศึกษาแนวทางเปรียบเทียบเพิ่มเติมได้จากบทความ SPC มีโฟมในตัว vs ไม่มีโฟม

หมายเหตุ: ควรตรวจสอบลิงก์บทความฉบับตรงกับหัวข้อดังกล่าวในเว็บไซต์ก่อนเผยแพร่ลิงก์ภายใน หากมีการเปลี่ยน URL

เปรียบเทียบต้นทุนรวม ไม่ใช่เฉพาะราคาต่อกล่อง

เมื่อเปรียบเทียบพื้น SPC สองรุ่น ให้แปลงราคาเป็นหน่วยเดียวกัน เช่น บาทต่อตารางเมตร แล้วคำนวณจากพื้นที่สินค้าที่ต้องซื้อจริง

จากนั้นพิจารณาค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ค่าขนส่ง วัสดุประกอบ และค่าเตรียมพื้น เพื่อให้ทราบต้นทุนโดยรวมก่อนตัดสินใจ

 

วางแผนสต็อกพื้น SPC สำหรับโครงการขนาดใหญ่

การมีปริมาณวัสดุเพียงพอเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการบริหารโครงการ อีกส่วนที่สำคัญคือการตรวจสอบว่าสินค้าพร้อมส่งเมื่อใด และสามารถจัดส่งให้ตรงกับลำดับงานติดตั้งได้หรือไม่

ยืนยันสต็อกก่อนออกใบสั่งซื้อ

ควรส่งข้อมูลรุ่น สี ปริมาณกล่อง และกำหนดเวลาที่ต้องการใช้สินค้าให้ผู้จำหน่ายตรวจสอบก่อนยืนยันคำสั่งซื้อ

หากต้องใช้วัสดุจำนวนมาก ควรขอการยืนยันปริมาณที่พร้อมส่งและกำหนดส่งมอบเป็นลายลักษณ์อักษร

อย่าสรุปว่าสินค้าพร้อมครบจำนวนจากข้อมูลพื้นที่ต่อกล่องเพียงอย่างเดียว เพราะการคำนวณจำนวนกล่องไม่ได้ยืนยันว่ามีสินค้าอยู่ในคลังจริง

แบ่งส่งตามแผนงาน

สำหรับโครงการที่ติดตั้งหลายชั้นหรือหลายอาคาร สามารถพิจารณาแบ่งส่งเป็นงวดได้ หากผู้จำหน่ายรองรับและเงื่อนไขด้านสี ล็อตสินค้า และการจัดเก็บไม่เป็นอุปสรรค

ก่อนแบ่งส่ง ควรกำหนดจำนวนกล่องแต่ละงวดและพื้นที่จัดเก็บให้ชัดเจน เพื่อลดการเคลื่อนย้ายวัสดุซ้ำซ้อนและลดความเสี่ยงที่กล่องจะเสียหายระหว่างขนย้าย

กำหนด Safety Stock อย่างมีเหตุผล

Safety Stock คือปริมาณสินค้าสำรองเพื่อรองรับความไม่แน่นอนด้านการใช้งานหรือการจัดส่ง ไม่ควรถือว่าเป็นสิ่งเดียวกับ Waste

สำหรับงานพื้น SPC ควรเริ่มจากการคำนวณ Waste ตามแบบแปลนก่อน แล้วพิจารณาปริมาณสำรองเพิ่มเติมตามความเสี่ยงของโครงการ เช่น ความยากในการสั่งซื้อซ้ำ ความเร่งด่วนของงาน และความต้องการซ่อมแซมในอนาคต

ไม่ควรกำหนด Safety Stock เป็นเปอร์เซ็นต์เพิ่มโดยอัตโนมัติ หากยังไม่มีเหตุผลด้านการใช้งานหรือข้อมูลสนับสนุน

เก็บวัสดุให้เหมาะสม

ควรจัดเก็บสินค้าในพื้นที่ที่เหมาะสมตามคู่มือของผู้ผลิต ป้องกันความเสียหายจากความชื้น แสงแดด ความร้อน และการกระแทก

จัดเรียงกล่องตามรุ่นและล็อตสินค้าให้ชัดเจน พร้อมติดป้ายระบุพื้นที่ที่จะนำไปใช้ เพื่อให้ทีมติดตั้งหยิบวัสดุได้ถูกต้อง

วางแผนสินค้าสำรองสำหรับการซ่อมแซม

โครงการที่ต้องดูแลพื้นที่ต่อเนื่อง เช่น โรงแรม อาคารสำนักงาน และโครงการที่มีหลายยูนิต อาจพิจารณาเก็บพื้น SPC สำรองหลังติดตั้งเสร็จตามนโยบายของเจ้าของโครงการ

ปริมาณสำรองควรตกลงให้ชัดเจนว่าเป็นส่วนหนึ่งของ Waste หรือเป็นสินค้าสำหรับการบำรุงรักษาระยะยาว เพื่อไม่ให้คำนวณซ้ำและเพิ่มงบประมาณโดยไม่จำเป็น

 

วางแผนระยะเวลาส่งมอบพื้น SPC ให้สอดคล้องกับงานก่อสร้าง

โครงการพื้น SPC 1,000 ตร.ม. ควรมีแผนจัดซื้อที่เชื่อมโยงกับแผนงานก่อสร้าง ไม่ใช่สั่งสินค้าเมื่อถึงวันเริ่มติดตั้งเท่านั้น

กำหนดวันใช้งานวัสดุให้ชัดเจน

ก่อนสั่งซื้อควรทราบวันเริ่มติดตั้งที่คาดการณ์ไว้ และเผื่อเวลาสำหรับการตรวจสอบแบบ การอนุมัติสี การยืนยันสเปก การตรวจสอบสต็อก และการจัดส่ง

ระยะเวลาจริงขึ้นอยู่กับความพร้อมของสินค้าและเงื่อนไขการส่งมอบ จึงควรขอ Lead Time จากผู้จำหน่ายโดยตรง

ตรวจสอบความพร้อมของหน้างาน

ก่อนนำพื้น SPC เข้าพื้นที่ ควรตรวจสอบว่าพื้นเดิมพร้อมติดตั้งหรือไม่ งานเปียกที่เกี่ยวข้องเสร็จสมบูรณ์แล้วหรือยัง และมีพื้นที่จัดเก็บที่เหมาะสมหรือไม่

การส่งสินค้าไปก่อนที่หน้างานพร้อมอาจทำให้เกิดต้นทุนจัดเก็บและขนย้ายซ้ำโดยไม่จำเป็น

ตัวอย่างแผนงานจัดซื้อ

ลำดับขั้นตอนสิ่งที่ต้องดำเนินการ
1สำรวจพื้นที่ตรวจ Floor Plan และพื้นที่ติดตั้งจริง
2ถอดปริมาณคำนวณพื้นที่สุทธิและ Waste
3เลือกสินค้ายืนยันรุ่น สี และสเปก
4จัดทำ BOQสรุปจำนวนกล่องและวัสดุประกอบ
5ขอใบเสนอราคายืนยันราคา สต็อก และเงื่อนไข
6สั่งซื้อยืนยันคำสั่งซื้อและกำหนดส่ง
7ตรวจรับตรวจรุ่น สี จำนวนกล่อง และสภาพสินค้า
8ติดตั้งดำเนินงานตามคู่มือและแผนงาน
9ตรวจรับงานตรวจรอยต่อ ขอบพื้น และความเรียบร้อย
10สรุปวัสดุคงเหลือบันทึกสินค้าสำรองและข้อมูลล็อต

ตารางนี้เป็นกรอบการบริหารงานเบื้องต้น สามารถปรับให้เหมาะกับขั้นตอนอนุมัติและข้อกำหนดของแต่ละโครงการได้

 

ตรวจรับพื้น SPC ก่อนติดตั้งอย่างไร?

เมื่อสินค้ามาถึงหน้างาน ไม่ควรนำไปติดตั้งทันทีโดยไม่ตรวจสอบ ควรมีผู้รับผิดชอบตรวจรับสินค้าก่อนนำเข้าพื้นที่ติดตั้ง

รายการตรวจรับที่ควรมี ได้แก่

  • ตรวจชื่อรุ่นและรหัสสินค้าเทียบกับใบสั่งซื้อ
  • ตรวจสีและลวดลายเทียบกับตัวอย่างที่อนุมัติ
  • ตรวจจำนวนกล่องเทียบกับเอกสารส่งสินค้า
  • ตรวจสภาพกล่องและความเสียหายที่มองเห็นได้
  • ตรวจข้อมูลล็อตสินค้าตามที่ตกลงไว้
  • แยกกล่องที่มีข้อสงสัยเพื่อรอตรวจสอบ
  • บันทึกจำนวนสินค้าและภาพถ่ายไว้เป็นหลักฐาน

หากพบสินค้าผิดรุ่นหรือเสียหาย ควรบันทึกและประสานผู้จำหน่ายก่อนนำไปติดตั้ง เพื่อให้การตรวจสอบและแก้ไขปัญหาทำได้ง่ายขึ้น

 

ปัญหาที่พบบ่อยในการเตรียมพื้น SPC สำหรับโครงการ 1,000 ตร.ม.

ปัญหาที่ 1 คำนวณจากพื้นที่สุทธิอย่างเดียว

สาเหตุ: ไม่ได้เผื่อการตัดและการสูญเสียวัสดุ

แนวทางแก้ไข: ตรวจแบบแปลน กำหนด Waste ตามลักษณะพื้นที่ และคำนวณจำนวนกล่องใหม่ก่อนสั่งซื้อ

ปัญหาที่ 2 ใช้พื้นที่ต่อกล่องผิดรุ่น

สาเหตุ: นำข้อมูลจากสินค้ารุ่นหนึ่งไปใช้กับอีกรุ่นหนึ่ง

แนวทางแก้ไข: ตรวจรหัสสินค้าและข้อมูล ตร.ม./กล่อง จากสเปกของรุ่นที่อนุมัติจริง

ปัญหาที่ 3 สั่งสินค้าไม่ครบล็อตตามที่ต้องการ

สาเหตุ: ไม่ยืนยันสต็อกและปริมาณพร้อมส่งก่อนออกคำสั่งซื้อ

แนวทางแก้ไข: ให้ผู้จำหน่ายยืนยันจำนวนสินค้า รุ่น สี ล็อต และแผนส่งมอบก่อนเริ่มงาน

ปัญหาที่ 4 ไม่เตรียมบัวและตัวจบพื้น

สาเหตุ: จัดซื้อเฉพาะพื้น SPC โดยไม่ได้ถอดปริมาณอุปกรณ์ประกอบจากแบบ

แนวทางแก้ไข: จัดทำรายการบัวและตัวจบพื้นแยกจากรายการพื้นหลัก พร้อมระบุความยาวและตำแหน่งใช้งาน

ปัญหาที่ 5 พื้นเดิมไม่พร้อมติดตั้ง

สาเหตุ: ไม่ตรวจความเรียบ ความแข็งแรง และความชื้นก่อนปู

แนวทางแก้ไข: กำหนดขั้นตอนตรวจรับพื้นฐานก่อนเริ่มติดตั้ง และดำเนินการแก้ไขตามข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์

ปัญหาที่ 6 งบประมาณไม่รวมค่าใช้จ่ายสำคัญ

สาเหตุ: เปรียบเทียบเฉพาะราคาพื้นต่อ ตร.ม.

แนวทางแก้ไข: แยกต้นทุนวัสดุ ค่าแรง งานเตรียมพื้น อุปกรณ์ประกอบ และค่าขนส่งให้ชัดเจน

ปัญหาที่ 7 สั่งซื้อเพิ่มระหว่างงานโดยไม่มีข้อมูลสำรอง

สาเหตุ: ไม่มีบันทึกปริมาณใช้จริงและสินค้าคงเหลือ

แนวทางแก้ไข: ให้หัวหน้าช่างบันทึกการเบิกใช้รายโซน และตรวจสอบยอดคงเหลือเทียบกับแผนติดตั้งเป็นระยะ

 

ตัวอย่างกรณีศึกษา: โครงการสำนักงาน 1,000 ตร.ม.

เพื่อให้เห็นภาพการทำงาน ลองพิจารณาตัวอย่างโครงการสำนักงานที่ต้องการติดตั้งพื้น SPC ในห้องทำงาน ห้องประชุม โถงต้อนรับ และทางเดิน

ข้อมูลเบื้องต้นของโครงการมีดังนี้

  • พื้นที่ติดตั้งสุทธิ: 1,000 ตร.ม.
  • รุ่นสินค้าสมมติสำหรับคำนวณ: 2.855 ตร.ม./กล่อง
  • อัตราเผื่อเศษเบื้องต้น: 5%
  • พื้นที่หลังเผื่อเศษ: 1,050 ตร.ม.

ขั้นตอนที่ 1 แยกพื้นที่ตามโซน

พื้นที่พื้นที่ติดตั้ง
โถงต้อนรับ100 ตร.ม.
พื้นที่ทำงาน500 ตร.ม.
ห้องประชุม150 ตร.ม.
ทางเดิน150 ตร.ม.
ห้องทำงานส่วนตัว100 ตร.ม.
รวม1,000 ตร.ม.

ตารางนี้เป็นข้อมูลสมมติสำหรับแสดงวิธีจัดทำ BOQ เท่านั้น

ขั้นตอนที่ 2 คำนวณวัสดุเผื่อเศษ

สมมติใช้ Waste 5% เท่ากันทุกโซนในขั้นประเมินเบื้องต้น

1,000 × 1.05 = 1,050 ตร.ม.

หากแบบติดตั้งจริงมีรายละเอียดซับซ้อน ควรคำนวณ Waste รายโซนอีกครั้งแทนการใช้อัตราเดียวกันทั้งหมด

ขั้นตอนที่ 3 คำนวณจำนวนกล่อง

1,050 ÷ 2.855 ≈ 367.78 กล่อง

ปัดขึ้นเป็น 368 กล่อง

พื้นที่ซื้อจริง = 368 × 2.855 = 1,050.64 ตร.ม.

ขั้นตอนที่ 4 คำนวณงบวัสดุ

สมมติราคาวัสดุเพื่อสาธิตเท่ากับ 280 บาท/ตร.ม.

1,050.64 × 280 = 294,179.20 บาท

ตัวเลขนี้เป็นเพียงค่าวัสดุตามสมมติฐาน ไม่รวมค่าแรง งานเตรียมพื้น บัวพื้น ตัวจบพื้น ค่าขนส่ง และค่าใช้จ่ายอื่นที่อาจเกิดขึ้น

ขั้นตอนที่ 5 ตรวจสอบรายการที่ยังต้องถอดปริมาณ

ก่อนออก BOQ ฉบับสุดท้าย ฝ่ายจัดซื้อยังต้องตรวจสอบรายการต่อไปนี้

  1. ความยาวบัวพื้นทั้งหมด
  2. จำนวนตัวจบและคิ้วปิดรอยต่อ
  3. ปริมาณวัสดุซ่อมพื้นเดิม
  4. ค่าแรงตามขอบเขตงาน
  5. ค่าใช้จ่ายการขนส่งและขนย้าย
  6. เงื่อนไขสต็อกและกำหนดส่งมอบ
  7. ปริมาณสำรองสำหรับการบำรุงรักษา หากเจ้าของโครงการกำหนด

เมื่อข้อมูลเหล่านี้ครบแล้ว จึงสามารถสรุปงบประมาณที่เหมาะสมกับโครงการได้แม่นยำขึ้น

 

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับพื้น SPC 1,000 ตร.ม.

Q1: พื้น SPC 1,000 ตร.ม. ต้องใช้กี่กล่อง?

ขึ้นอยู่กับพื้นที่ต่อกล่องของรุ่นที่เลือก หากพื้น SPC มีพื้นที่ 2.855 ตร.ม./กล่อง และเผื่อเศษ 5% จะต้องเตรียม 1,050 ตร.ม. หารด้วย 2.855 ได้ประมาณ 367.78 กล่อง จึงต้องสั่ง 368 กล่อง

Q2: พื้น SPC 1,000 ตร.ม. ควรเผื่อเศษกี่เปอร์เซ็นต์?

ควรประเมินจากรูปทรงพื้นที่ จำนวนห้อง มุม เสา และแนวการปู พื้นที่เรียบง่ายอาจเริ่มประเมินที่ 3–5% ส่วนพื้นที่ที่มีรายละเอียดมากอาจต้องเผื่อสูงขึ้น ทั้งนี้ควรยืนยันจาก Floor Plan จริงก่อนสั่งซื้อ

Q3: ถ้าไม่เผื่อเศษ จะประหยัดงบได้หรือไม่?

อาจลดจำนวนวัสดุที่สั่งในเบื้องต้น แต่เพิ่มความเสี่ยงที่วัสดุจะไม่พอระหว่างติดตั้ง การสั่งเพิ่มภายหลังอาจมีค่าใช้จ่ายและกระทบกำหนดงาน จึงควรคำนวณ Waste ให้เหมาะสมแทนการตัดปริมาณเผื่อออกทั้งหมด

Q4: พื้น SPC แต่ละรุ่นใช้จำนวนกล่องเท่ากันหรือไม่?

ไม่เท่ากัน เพราะจำนวนแผ่นและพื้นที่ครอบคลุมต่อกล่องแตกต่างกัน ควรคำนวณจากพื้นที่ต่อกล่องของรุ่นที่เลือกจริง ไม่ใช่ใช้จำนวนกล่องจากรุ่นอื่นมาอ้างอิง

Q5: ต้องเตรียมวัสดุอะไรนอกจากพื้น SPC?

รายการที่อาจต้องใช้ ได้แก่ บัวพื้น ตัวจบพื้น คิ้วปิดรอยต่อ วัสดุซ่อมพื้นเดิม และวัสดุรองพื้นตามข้อกำหนดของสินค้า ปริมาณแต่ละรายการต้องประเมินจากแบบและสภาพหน้างาน

Q6: พื้น SPC รุ่นที่มี IXPE ต้องซื้อแผ่นรองพื้นเพิ่มหรือไม่?

ไม่ควรซื้อเพิ่มโดยอัตโนมัติ ต้องตรวจสอบว่ารุ่นนั้นมีวัสดุรองพื้นในตัวและคู่มืออนุญาตให้ติดตั้งอย่างไร การเพิ่มชั้นรองพื้นโดยไม่ตรงตามข้อกำหนดอาจกระทบการทำงานของระบบคลิกล็อก

Q7: จะคำนวณงบพื้น SPC 1,000 ตร.ม. อย่างไร?

เริ่มจากคำนวณพื้นที่สินค้าที่ต้องซื้อจริง คูณด้วยราคาต่อตารางเมตร จากนั้นเพิ่มค่าแรง งานเตรียมพื้น บัวพื้น ตัวจบพื้น ค่าขนส่ง และค่าใช้จ่ายอื่นตามขอบเขตงาน โดยใช้ใบเสนอราคาจริงในการสรุปงบ

Q8: โครงการ 1,000 ตร.ม. ควรสั่งพื้น SPC พร้อมกันทั้งหมดหรือไม่?

ควรวางแผนจากปริมาณรวมก่อน แล้วตรวจสอบความพร้อมของสินค้าและกำหนดส่งมอบ หากต้องแบ่งส่งควรตกลงจำนวนแต่ละงวดและตรวจสอบเรื่องสี ล็อตสินค้า และการจัดเก็บให้ชัดเจน

Q9: ต้องตรวจสอบอะไรบ้างก่อนรับพื้น SPC เข้าหน้างาน?

ควรตรวจรุ่นสินค้า สี ลาย จำนวนกล่อง สภาพกล่อง และข้อมูลล็อตสินค้าเทียบกับใบสั่งซื้อ พร้อมบันทึกหลักฐานเมื่อพบความเสียหายหรือข้อผิดพลาด ก่อนอนุญาตให้นำไปติดตั้ง

Q10: ผู้รับเหมาสามารถขอให้ Enoch ช่วยคำนวณวัสดุพื้น SPC ได้หรือไม่?

สามารถติดต่อ Enoch Flooring Thailand เพื่อสอบถามการประเมินปริมาณและขอใบเสนอราคา โดยควรเตรียม Floor Plan หรือ BOQ พื้นที่ติดตั้ง รุ่นสินค้าที่สนใจ และสถานที่จัดส่ง เพื่อให้ทีมงานพิจารณาข้อมูลได้ครบถ้วน

 

สรุป: พื้น SPC 1,000 ตร.ม. ต้องเตรียมวัสดุอย่างไร?

     การเตรียมพื้น SPC สำหรับโครงการ 1,000 ตร.ม. ควรเริ่มจากการสำรวจพื้นที่และตรวจแบบแปลน จากนั้นกำหนดอัตราเผื่อเศษ เลือกรุ่นสินค้า และแปลงพื้นที่สำหรับสั่งซื้อเป็นจำนวนกล่องตามข้อมูลจริงของผลิตภัณฑ์

     สำหรับตัวอย่างพื้นที่ติดตั้งสุทธิ 1,000 ตร.ม. หากกำหนดเผื่อเศษ 5% จะต้องเตรียมวัสดุเบื้องต้น 1,050 ตร.ม. และหากใช้พื้น SPC ที่ครอบคลุมพื้นที่ 2.855 ตร.ม./กล่อง จะต้องสั่งอย่างน้อย 368 กล่อง คิดเป็นพื้นที่สินค้าจริง 1,050.64 ตร.ม.

     นอกเหนือจากพื้น SPC ควรตรวจสอบรายการบัวพื้น ตัวจบพื้น วัสดุซ่อมแซมพื้น อุปกรณ์ติดตั้ง ค่าแรง และค่าขนส่งให้ครบถ้วน พร้อมยืนยันสต็อกสินค้าและกำหนดส่งมอบก่อนเริ่มงาน

     สำหรับผู้รับเหมาและเจ้าของโครงการ การมี BOQ ที่ชัดเจนและข้อมูลสินค้าที่ถูกต้องจะช่วยให้ควบคุมต้นทุน ลดความเสี่ยงวัสดุขาด และวางแผนงานติดตั้งได้เป็นระบบมากขึ้น

     หากคุณกำลังวางแผนติดตั้งพื้น SPC ในโครงการขนาดใหญ่ สามารถส่ง Floor Plan หรือ BOQ ให้ทีม Enoch Flooring Thailand ช่วยประเมินปริมาณวัสดุและขอใบเสนอราคาให้เหมาะกับความต้องการของโครงการได้

 

กำลังวางแผนติดตั้งพื้น SPC ตั้งแต่ 500–1,000 ตร.ม. ขึ้นไป?

ให้ Enoch Flooring Thailand ช่วยประเมินปริมาณวัสดุเบื้องต้นจาก Floor Plan หรือ BOQ เพื่อให้คุณวางแผนจำนวนกล่อง รุ่นสินค้า และงบประมาณได้สะดวกขึ้น

สิ่งที่ควรเตรียมก่อนขอใบเสนอราคา ได้แก่

  • พื้นที่ติดตั้งรวม
  • แบบแปลนหรือ BOQ
  • รุ่นหรือสเปกพื้นที่ต้องการ
  • สีและลายที่สนใจ
  • สถานที่จัดส่ง
  • กำหนดการใช้งานวัสดุ

 

📞 ติดต่อทีมงาน  Enoch Flooring Thailand เพื่อรับราคาโครงการ /  ใบเสนอราคา / ตัวอย่างสินค้า

Tel. 096-152 3339

Line OA:  @enochth 

Website: https://enochthailand.com

Facebook: enochthailand

Instagram: enochflooring

TikTok : @enoch.thailand

Youtube: @EnochFlooringThailand

🚩 แผนที่ตั้งโชว์รูม
บริษัท อีโนช ฟลูริง (ไทยแลนด์) จำกัด
Show Room : 38/109-110 หมู่ 19 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

ปริมาณวัสดุและราคาในใบเสนอราคาจริงขึ้นอยู่กับรุ่นสินค้า แบบแปลน เงื่อนไขการสั่งซื้อ และความพร้อมในการจัดส่ง

แชร์ :

บทความที่น่าสนใจ

กระเบื้อง SPC กับพื้น SPC ต่างกันหรือไม่?

กระเบื้อง SPC คืออะไร? พื้น SPC วัสดุปูพื้นมาตรฐานโครงการ แข็งแรง กันน้ำ ติดตั้งเร็ว      หากคุณกำลังมองหา วัสดุปูพื้นที่เหมาะกับงานโครงการ บ้านจัดสรร

อ่านเพิ่ม »

กระเบื้อง SPC สำหรับโครงการ ทางเลือกวัสดุปูพื้นที่คุ้มค่า แข็งแรง และตอบโจทย์งานอสังหาริมทรัพย์

กระเบื้อง SPC สำหรับโครงการ คืออะไร และทำไมโครงการยุคใหม่จึงเลือกใช้      ในยุคที่ต้นทุนการก่อสร้างสูงขึ้น เจ้าของโครงการอสังหาริมทรัพย์ ผู้พัฒนาโครงก

อ่านเพิ่ม »

กระเบื้อง SPC มีกี่เกรด? ซื้อเกรดไหนดีที่สุด?

กระเบื้อง SPC มีกี่เกรด? เลือกพื้น SPC อย่างไรให้คุ้มค่า แข็งแรง และเหมาะกับการใช้งานจริง      ในปัจจุบัน พื้น SPC (Stone Plastic Composite) กลายเป็นว

อ่านเพิ่ม »

จำหน่าย และ รับปูกระเบื้องยาง SPC

โดยทีมงานมืออาชีพ