กระเบื้อง SPC กระเบื้องคลิกล็อค เกรดพรีเมี่ยม Virgin 100% by Enoch

Spec พื้น SPC สำหรับโครงการต้องระบุอะไรบ้าง? Checklist สำหรับ Architect และผู้รับเหมา

Spec พื้น SPC สำหรับโครงการต้องระบุอะไรบ้าง? Checklist สำหรับ Architect และผู้รับเหมา

ทำไม “Spec พื้น SPC” จึงสำคัญกว่าการเลือกจากราคา/ตร.ม.?

ในการเลือกพื้น SPC สำหรับบ้านทั่วไป เจ้าของบ้านอาจเริ่มต้นจากคำถามง่าย ๆ เช่น “รุ่นนี้ราคาเท่าไร?”, “หนากี่มิล?”, “กันน้ำไหม?” หรือ “สีไหนสวย?”

Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!

แต่เมื่อเปลี่ยนบริบทเป็น งานโครงการ ไม่ว่าจะเป็นคอนโดมิเนียม บ้านจัดสรร โรงแรม รีสอร์ต ออฟฟิศ ร้านค้า โชว์รูม ร้านอาหาร หรืออาคารพาณิชย์ วิธีเลือกจะต้องละเอียดขึ้นอย่างมาก

เพราะพื้น SPC ในงานโครงการไม่ได้เป็นเพียง “วัสดุปูพื้น” แต่เป็นหนึ่งในวัสดุที่ต้องเชื่อมโยงกับ

  • แบบสถาปัตยกรรม
  • แบบ Interior
  • BOQ
  • Material Schedule
  • Material Specification
  • งบประมาณ
  • วิธีติดตั้ง
  • Timeline งานก่อสร้าง
  • การควบคุมคุณภาพ
  • การส่งมอบ
  • การรับประกัน
  • การซ่อมแซม
  • การจัดซื้อวัสดุจำนวนมาก
  • และเงื่อนไขการอนุมัติวัสดุของเจ้าของโครงการ

ดังนั้น หากเขียน Spec เพียงว่า

“พื้น SPC หนา 5 มม. ลายไม้ สีตามที่กำหนด”

ถือว่ายังไม่เพียงพอสำหรับโครงการที่ต้องการควบคุมคุณภาพอย่างจริงจัง

เพราะพื้น SPC ที่มีความหนาเท่ากันอาจมีคุณสมบัติแตกต่างกันได้มาก ทั้งในด้านโครงสร้าง ความหนา Wear Layer ความหนาแน่นของแกน SPC ระบบ Click ความเรียบของแผ่น ความแม่นยำของขนาด ความทนต่อการสึกหรอ การรับน้ำหนัก การทนต่อรอยขีดข่วน การลื่น ความปลอดภัยด้าน VOC และคุณสมบัติอื่น ๆ

มาตรฐาน ISO 10582:2017 ซึ่งครอบคลุมพื้น PVC แบบ heterogeneous ระบุคุณลักษณะของผลิตภัณฑ์และระบบการจัดประเภทตามระดับการใช้งาน จึงเป็นตัวอย่างหนึ่งของมาตรฐานที่สามารถนำมาใช้เป็นกรอบอ้างอิงในการกำหนดคุณสมบัติของวัสดุปูพื้นได้ แต่ Architect หรือผู้กำหนด Spec ควรตรวจสอบให้แน่ชัดว่ามาตรฐานที่ระบุเหมาะกับชนิดผลิตภัณฑ์ SPC ที่กำลังจัดซื้อและข้อกำหนดของโครงการหรือไม่

สำหรับงานโครงการ สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงคำถามว่า

“SPC รุ่นนี้ดีไหม?”

แต่ควรเปลี่ยนเป็น

“SPC รุ่นนี้มีคุณสมบัติอะไรบ้าง และมีเอกสารอะไรยืนยันว่าเป็นไปตาม Spec ของโครงการ?”

บทความนี้จึงจัดทำเป็นคู่มือสำหรับ Architect, Interior Designer, ผู้รับเหมา, Project Manager และ Procurement เพื่อใช้เป็นแนวทางในการกำหนด Spec พื้น SPC สำหรับโครงการ ตั้งแต่ระดับพื้นฐานไปจนถึงระดับที่สามารถนำไปใช้ตรวจสอบ Material Submittal และเทียบสินค้า Supplier ได้อย่างเป็นระบบ

 

ทำไมงานโครงการต้องมี Spec พื้น SPC?

การมี Spec ช่วยลดปัญหาที่พบในงานก่อสร้างหลายประเภท เช่น

  • Supplier เสนอสินค้าที่สเปกต่ำกว่าที่ Designer ต้องการ
  • สินค้าต่างแบรนด์มีความหนาเท่ากันแต่คุณภาพต่างกัน
  • เปลี่ยนรุ่นกลางโครงการโดยไม่ได้รับอนุมัติ
  • สีจากคนละ Lot แตกต่างกัน
  • Click Lock ไม่เข้ากัน
  • พื้นมีปัญหาหลังติดตั้ง
  • ผู้รับเหมาคิดราคาโดยใช้วัสดุคนละเกรด
  • Procurement เปรียบเทียบราคาโดยไม่เทียบ Technical Specification
  • เจ้าของโครงการไม่สามารถตรวจสอบคุณภาพวัสดุได้

การกำหนด Spec ช่วยทำให้การจัดซื้อเป็น Specification-Based Procurement มากกว่าการเลือกจากราคาต่ำที่สุดเพียงอย่างเดียว

 

Spec พื้น SPC ต่างจาก Catalog อย่างไร?

หลายโครงการเกิดความเข้าใจผิดว่า Catalog ของสินค้าเท่ากับ Specification

แต่จริง ๆ แล้วแตกต่างกัน

CatalogSpecification
ใช้แนะนำสินค้าใช้กำหนดข้อกำหนดของโครงการ
เน้นจุดขายเน้น Technical Requirement
มีรูปสินค้ามีข้อมูลทางเทคนิค
เน้นสีและดีไซน์เน้น Performance
ใช้เพื่อการตลาดใช้เพื่อการอนุมัติและตรวจรับ
อาจมีข้อมูลไม่ครบควรกำหนดข้อมูลขั้นต่ำอย่างชัดเจน

ดังนั้น Architect ไม่ควรนำ Catalog มาแทน Specification โดยตรง

 

Spec พื้น SPC สำหรับโครงการควรระบุอะไรบ้าง?

สำหรับโครงการทั่วไป แนะนำให้พิจารณาอย่างน้อย 30 หัวข้อ

หมวดรายการ
Productประเภทสินค้า
MaterialComposition
Structureโครงสร้างหลายชั้น
Dimensionขนาดแผ่น
Thicknessความหนารวม
Wear Layerความหนา Wear Layer
CoreDensity / Core Specification
SurfaceUV / Surface Treatment
Patternลายและสี
Edgeระบบร่อง
ClickClick System
Underlayชนิด Underlayment
PerformanceAbrasion
ScratchScratch Resistance
LoadStatic Load
IndentationResidual Indentation
WaterWater Resistance
SlipSlip Resistance
FireFire Performance
VOCEmission
ColorLight Fastness
ChemicalChemical Resistance
DimensionDimensional Stability
AcousticSound Performance
InstallationInstallation Method
SubfloorSubfloor Requirement
AccessoriesSkirting / Profile
WarrantyWarranty
DocumentationTest Report
QA/QCInspection Requirement

 

รายการที่ 1: ชื่อวัสดุและประเภทพื้น

เริ่มต้น Spec ด้วยชื่อวัสดุที่ชัดเจน

ตัวอย่าง:

SPC Flooring – Stone Plastic Composite Click-Lock Flooring

หรือ

Rigid SPC Flooring with Integrated IXPE Underlayment

ไม่ควรเขียนเพียง

“พื้นไวนิล”

เพราะวัสดุแต่ละประเภทมีโครงสร้างและข้อกำหนดแตกต่างกัน

รายการที่ 2: โครงสร้างพื้น SPC

ควรระบุโครงสร้างของผลิตภัณฑ์ให้ชัดเจน

โดยทั่วไปพื้น SPC อาจประกอบด้วยชั้นต่าง ๆ เช่น

  1. UV Coating
  2. Wear Layer
  3. Decorative Film
  4. SPC Core
  5. Underlayment

เว็บไซต์ Enoch อธิบายโครงสร้างพื้น SPC ในลักษณะหลายชั้น ตั้งแต่ UV Coating, Wear Layer, Decorative Film, SPC Core และ Underlayment โดยแต่ละชั้นมีหน้าที่แตกต่างกัน

ตัวอย่าง Spec

Flooring shall consist of UV protective coating, wear layer, decorative film, rigid SPC core and factory-applied IXPE underlayment where specified.

ข้อดีของการเขียนแบบนี้คือทำให้ Supplier ไม่สามารถตีความคำว่า “SPC Flooring” ได้กว้างเกินไป

รายการที่ 3: Material Composition

ไม่ควรดูเฉพาะคำว่า “SPC”

ควรขอข้อมูลว่า Core ผลิตจากอะไร

ตัวอย่างข้อมูลที่ควรขอ:

  • Calcium Carbonate
  • PVC Resin
  • Stabilizer
  • Additives
  • Polymer Composition
  • Recycled Content หากมี

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรกำหนดสัดส่วนวัตถุดิบโดยไม่มีเหตุผลทางวิศวกรรม เพราะสูตรการผลิตของแต่ละโรงงานอาจแตกต่างกัน

สิ่งที่สำคัญกว่าคือกำหนด Performance ที่ต้องการ และเอกสารยืนยัน

รายการที่ 4: ความหนารวมของพื้น SPC

ความหนารวมเป็นหนึ่งในข้อมูลพื้นฐานที่สุดของ Spec

ตัวอย่าง:

Total thickness: minimum 5.0 mm

หรือ

Total thickness: 5.0 ± X mm

ต้องระบุให้ชัดว่าความหนาที่กล่าวถึง

รวม Underlayment หรือไม่

เพราะบางรุ่นอาจระบุ

5.0 mm including IXPE

ในขณะที่บางรุ่นอาจระบุ

5.0 mm SPC core + 1.5 mm underlayment

สองกรณีนี้ไม่เหมือนกัน

ดังนั้น Spec ควรเขียนให้ชัดเจนว่า

Total thickness shall be measured including/excluding factory-attached underlayment.

ตามวิธีการที่โครงการกำหนด

รายการที่ 5: Wear Layer

Wear Layer เป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญที่สุดสำหรับงานโครงการ

เพราะเป็นชั้นที่เกี่ยวข้องกับการปกป้องลวดลายและการสึกหรอของผิวพื้น

ตัวอย่างค่าที่พบในตลาด ได้แก่

  • 0.20 mm
  • 0.30 mm
  • 0.50 mm
  • 0.70 mm

แต่การกำหนด Spec ไม่ควรใช้หลักว่า

“ยิ่งหนายิ่งดี”

เพียงอย่างเดียว

ควรพิจารณาร่วมกับ

  • Traffic
  • ประเภทอาคาร
  • จำนวนผู้ใช้งาน
  • เฟอร์นิเจอร์
  • รถเข็น
  • เก้าอี้ล้อเลื่อน
  • การลากวัสดุ
  • การบำรุงรักษา
  • อายุการใช้งานที่คาดหวัง

เว็บไซต์ Enoch แนะนำแนวทางเบื้องต้นว่าพื้น 0.3 มม. เหมาะกับบ้าน, 0.5 มม. สำหรับคอนโด และ 0.7 มม. สำหรับงานที่ต้องการความทนทานสูงกว่า แต่ตัวเลขดังกล่าวควรใช้เป็นแนวทางเท่านั้น และควรตรวจสอบ Performance Test ของสินค้าจริงก่อนกำหนดเป็นข้อบังคับใน Spec

รายการที่ 6: Density ของ SPC Core

Density เป็นข้อมูลที่ควรให้ความสำคัญมากกว่าการดูความหนาเพียงอย่างเดียว

เพราะ SPC สองรุ่นอาจมีความหนาเท่ากัน แต่มี Density และโครงสร้าง Core แตกต่างกัน

สิ่งที่ควรขอจาก Supplier ได้แก่

  • Core Density
  • Test Method
  • Test Report
  • Tolerance
  • Batch Consistency

หากโครงการมีข้อกำหนด Density ควรระบุ

SPC core density shall not be less than ______ kg/m³.

พร้อมกำหนดวิธีทดสอบที่ยอมรับได้

ไม่ควรระบุเพียงว่า “Density สูง”

เพราะเป็นข้อความที่ไม่สามารถใช้ตรวจรับได้

รายการที่ 7: ขนาดแผ่น

ควรระบุ

  • Length
  • Width
  • Thickness
  • Dimensional Tolerance

ตัวอย่าง

Plank size: approximately 180 × 1220 mm.

แต่หากเป็นงานที่ต้องการความแม่นยำสูง ควรกำหนด Tolerance ด้วย

เพราะขนาดที่ต่างกันเล็กน้อยในแต่ละแผ่นอาจส่งผลต่อ

  • แนวรอยต่อ
  • Pattern
  • การเข้าล็อก
  • ความสวยงาม
  • ปริมาณเศษวัสดุ

รายการที่ 8: น้ำหนักต่อแผ่นและต่อตารางเมตร

ข้อมูลนี้มีประโยชน์กับผู้รับเหมาและ Project Manager โดยเฉพาะเมื่อต้อง

  • วางแผนขนส่ง
  • วางแผนแรงงาน
  • วางแผนพื้นที่จัดเก็บ
  • ประเมินน้ำหนักวัสดุ
  • คำนวณ Logistics

Spec อาจระบุ

Weight per plank: ___ kg
Weight per box: ___ kg
Area per box: ___ m²

รายการที่ 9: Click Lock System

ระบบ Click เป็นอีกจุดที่ไม่ควรมองข้าม

ควรระบุว่า

  • Click system แบบใด
  • Angle-Angle
  • Drop Lock
  • 2G
  • 5G
  • ระบบเฉพาะของผู้ผลิต

และควรมี

Installation method
Locking strength / test evidence where applicable
Installation manual

เพราะพื้น SPC ที่ดูดีแต่ Click ไม่เสถียร อาจทำให้เกิดปัญหา

  • รอยต่อเปิด
  • แผ่นยก
  • เสียงดัง
  • ขอบแตก
  • Lock เสียหาย

รายการที่ 10: Underlayment

ต้องระบุให้ชัดว่า

มี Underlayment มาให้หรือไม่

หากมีควรระบุ

  • ชนิด
  • ความหนา
  • Density
  • Material
  • Acoustic Performance
  • Moisture Resistance

เช่น

Factory-attached IXPE underlayment, thickness ___ mm.

ข้อควรระวังอย่างมากคือ ห้ามเพิ่ม Underlayment อีกชั้นโดยไม่ได้รับอนุมัติจากผู้ผลิต

เพราะการรองพื้นหนาหรืออ่อนเกินไปอาจส่งผลต่อ Click System และการกระจายน้ำหนัก

รายการที่ 11: Surface Treatment

ควรระบุว่าเป็น

  • UV Coating
  • PU Coating
  • Ceramic Coating
  • Scratch Protection
  • Stain Protection

แต่ไม่ควรใช้คำว่า

“กันรอย 100%”

เพราะวัสดุปูพื้นไม่มีพื้นผิวที่ควรถูกตีความว่าไม่สามารถเกิดรอยได้ภายใต้ทุกสภาวะ

ควรกำหนดเป็น Performance Test แทน

รายการที่ 12: Abrasion Resistance

สำหรับงานโครงการที่มี Traffic สูง ควรให้ความสำคัญกับ Abrasion Resistance

มาตรฐาน EN/ISO หลายฉบับใช้การทดสอบที่แตกต่างกัน ดังนั้น Spec ควรระบุ

  • Standard
  • Test Method
  • Required Class
  • Minimum Performance

ไม่ควรเขียนเพียง

“ทนการสึกหรอสูง”

เพราะตรวจรับไม่ได้

ISO 10582 มีระบบจำแนกผลิตภัณฑ์ตามระดับการใช้งาน ซึ่งช่วยให้การเลือกวัสดุเชื่อมโยงกับลักษณะการใช้งานได้มากกว่าการดูความหนาเพียงอย่างเดียว

รายการที่ 13: Scratch Resistance

ควรพิจารณาในพื้นที่ เช่น

  • Office
  • Hotel
  • Retail
  • Showroom
  • Restaurant
  • Condo
  • Common Area

โดยเฉพาะพื้นที่ที่มี

  • โต๊ะ
  • เก้าอี้
  • ล้อเลื่อน
  • รถเข็น
  • เฟอร์นิเจอร์เคลื่อนที่

ควรกำหนดมาตรฐานทดสอบที่เหมาะสมและขอ Test Report จาก Supplier

รายการที่ 14: การรับน้ำหนัก

คำว่า “รับน้ำหนักได้กี่กิโล?” ไม่ควรถูกนำมาใช้เป็นตัวเลขเดียวสำหรับทุกสถานการณ์

เพราะการรับน้ำหนักขึ้นอยู่กับ

  • ประเภทน้ำหนัก
  • จุดกด
  • พื้นที่สัมผัส
  • Subfloor
  • วิธีติดตั้ง
  • Underlayment
  • ระยะห่าง
  • คุณภาพ Click
  • ระยะเวลาในการรับน้ำหนัก

ดังนั้น Spec ควรพิจารณา Static Load Test และ Point Load Test หากจำเป็น

ตัวอย่าง Specification จากระบบ CSI สำหรับผลิตภัณฑ์ SPC บางรุ่นระบุ Static Load ตาม ASTM F970 และกำหนดคุณสมบัติอื่น ๆ เช่น Slip Resistance, Use Class และ Wear Resistance แยกเป็นรายการอย่างชัดเจน

รายการที่ 15: Residual Indentation

Residual Indentation หรือรอยบุ๋มคงเหลือมีความสำคัญในพื้นที่ที่มีเฟอร์นิเจอร์หนัก

ตัวอย่างแหล่งข้อมูลมาตรฐาน EN ISO 10582 ระบุข้อกำหนดเกี่ยวกับ residual indentation และวิธีทดสอบ ISO 24343-1 สำหรับพื้นประเภทที่อยู่ในขอบเขตของมาตรฐานนั้น

ใน Spec อาจระบุ

Residual indentation shall comply with the specified performance requirement when tested in accordance with the referenced standard.

ไม่ควรกำหนดตัวเลขโดยไม่ตรวจสอบว่ามาตรฐานและวิธีทดสอบนั้นใช้กับผลิตภัณฑ์ที่เลือกจริงหรือไม่

รายการที่ 16: Water Resistance

พื้น SPC มีจุดเด่นด้านความทนต่อน้ำเมื่อเทียบกับวัสดุไม้บางประเภท แต่คำว่า

“Waterproof”

ไม่ควรตีความว่า

“สามารถแช่น้ำได้โดยไม่มีข้อจำกัด”

ในงานโครงการควรกำหนด

  • Water Resistance
  • Installation condition
  • Joint protection
  • Subfloor moisture
  • Cleaning procedure
  • Flooding limitation

โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีโอกาสสัมผัสน้ำเป็นประจำ

รายการที่ 17: Slip Resistance

เป็นหัวข้อสำคัญมากสำหรับ

  • โรงแรม
  • ร้านอาหาร
  • พื้นที่ Common Area
  • อาคารสำนักงาน
  • Retail
  • พื้นที่ใกล้ทางเข้า
  • พื้นที่ที่มีความเสี่ยงจากน้ำ

ควรระบุ

  • Test Standard
  • Classification
  • Required Class

ตัวอย่าง Spec ผลิตภัณฑ์ SPC ในระบบ CSI บางรายการระบุ EN 14041 และ EN 13893 สำหรับ Slip Resistance และกำหนด Class DS

อย่างไรก็ตาม Architect ควรเลือกเกณฑ์ตามลักษณะพื้นที่จริง ไม่ควร Copy ตัวเลขจากสินค้าอื่นมาใช้โดยอัตโนมัติ

รายการที่ 18: Fire Performance

Fire Performance เป็นหัวข้อที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษในโครงการ

โดยเฉพาะ

  • Hotel
  • Hospital
  • Office
  • Condominium
  • Public Building
  • Commercial Building

ควรระบุ

  • Fire Test Standard
  • Classification
  • Smoke Requirement หากเกี่ยวข้อง
  • Flame Spread หากเกี่ยวข้อง

มาตรฐาน EN 14041 ครอบคลุมคุณลักษณะสำคัญของ resilient, textile, laminate และ modular multilayer floor coverings และมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับการแสดงคุณลักษณะและการติดฉลากของผลิตภัณฑ์

ข้อสำคัญ: Fire Rating ต้องอ้างอิงเอกสารของสินค้าจริง ไม่ควรใช้คำว่า “กันไฟ” หรือ “ไม่ลามไฟ” โดยไม่มีผลทดสอบรองรับ

รายการที่ 19: VOC และ Indoor Air Quality

หัวข้อนี้สำคัญมากขึ้นสำหรับ

  • โรงแรม
  • โรงพยาบาล
  • โรงเรียน
  • Office
  • Condo
  • อาคาร Green Building

ควรสอบถามเรื่อง

  • VOC Emission
  • Formaldehyde
  • Phthalates
  • Indoor Air Quality Certification
  • FloorScore
  • GREENGUARD หรือมาตรฐานอื่นที่โครงการกำหนด

แต่ต้องตรวจสอบว่า Certification นั้นเป็นของ

สินค้ารุ่นที่กำลังเสนอจริง

ไม่ใช่เพียง Certificate ของโรงงานหรือสินค้าอีก Series

มาตรฐาน EN 14041 ยังมีหัวข้อเกี่ยวกับสารบางประเภท เช่น phthalates และสารที่อยู่ในข้อกำหนดด้านสุขภาพ/สิ่งแวดล้อมของมาตรฐานด้วย

รายการที่ 20: Color Fastness

พื้นที่ที่มีแสงธรรมชาติสูง เช่น

  • Lobby
  • Showroom
  • ห้องกระจก
  • Office
  • Hotel
  • Retail

ควรพิจารณา Color Fastness to Light

เพราะพื้นบางรุ่นอาจเปลี่ยนสีเมื่อได้รับแสงเป็นเวลานาน

หากโครงการมีพื้นที่รับแสงแดดโดยตรง ควรขอข้อมูล

Color Fastness to Light Test

และกำหนด Performance ที่เหมาะสม

รายการที่ 21: Chemical & Stain Resistance

เหมาะสำหรับ

  • Restaurant
  • Café
  • Hotel
  • Retail
  • Hospital
  • Laboratory บางประเภท

ควรตรวจสอบว่าสามารถทนต่อสารที่มีโอกาสสัมผัสจริงหรือไม่ เช่น

  • น้ำยาทำความสะอาด
  • กาแฟ
  • น้ำมัน
  • อาหาร
  • เครื่องดื่ม
  • สารเคมีที่ใช้ในพื้นที่

อย่าเขียนเพียงว่า

“ทนคราบ”

ควรกำหนดประเภทการทดสอบหรือสารที่ต้องการทดสอบ

รายการที่ 22: Dimensional Stability

หนึ่งในหัวข้อสำคัญของพื้น SPC คือความเสถียรของมิติ

โดยเฉพาะเมื่อใช้ในพื้นที่ที่มีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ

ควรพิจารณา

  • Dimensional Change
  • Heat Exposure
  • Temperature Cycling
  • Length/Width Stability

สำหรับพื้นที่ที่มี

  • กระจกขนาดใหญ่
  • แสงแดด
  • ประตูภายนอก
  • พื้นที่ใกล้กระจก
  • พื้นที่อุณหภูมิสูง

ควรให้ความสำคัญมากขึ้น

รายการที่ 23: Acoustic Performance

สำหรับโครงการคอนโดและโรงแรม อาจต้องพิจารณา Acoustic Performance

โดยเฉพาะ

  • Impact Sound
  • Footfall Noise
  • Sound Reduction
  • Underlayment Performance

ไม่ควรบอกเพียงว่า

“SPC เงียบ”

เพราะเสียงขึ้นอยู่กับ

  • โครงสร้างอาคาร
  • Slab
  • Subfloor
  • Underlayment
  • Installation
  • Furniture
  • Footfall

ถ้าโครงการมี Acoustic Requirement ควรกำหนดค่าและวิธีทดสอบให้ชัดเจน

รายการที่ 24: Warranty

Spec ควรระบุ Warranty อย่างชัดเจน

เช่น

  • Product Warranty
  • Commercial Warranty
  • Residential Warranty
  • Installation Warranty

และต้องระบุว่า Warranty ครอบคลุมอะไร

ตัวอย่าง

Manufacturer shall provide a written warranty covering manufacturing defects for a minimum period of ___ years.

พร้อมระบุ Exclusions เช่น

  • ติดตั้งผิดวิธี
  • พื้นเดิมไม่ได้มาตรฐาน
  • น้ำท่วม
  • แสงแดดผิดเงื่อนไข
  • ใช้งานผิดประเภท
  • ไม่ทำตาม Maintenance Manual

รายการที่ 25: Installation Specification

นี่คือหัวข้อที่มักถูกละเลยมากที่สุด

เพราะแม้พื้นจะดี แต่ถ้าติดตั้งผิด ก็สามารถเกิดปัญหาได้

Spec ควรระบุ

วิธีติดตั้ง

  • Floating
  • Click-lock
  • Glue-down

เครื่องมือ

  • Cutter
  • Rubber Mallet
  • Pull Bar
  • Spacers
  • Measuring Tools

ขั้นตอน

  1. ตรวจสอบพื้นที่
  2. ตรวจสอบระดับพื้น
  3. ตรวจสอบความชื้น
  4. ทำความสะอาด
  5. เตรียม Subfloor
  6. วางแนว
  7. ติดตั้ง
  8. ตรวจสอบ Joint
  9. ติดตั้ง Skirting/Profile
  10. ตรวจรับ

รายการที่ 26: Subfloor Requirement

พื้น SPC ไม่ได้แก้ปัญหาพื้นเดิมที่ไม่ดี

ก่อนติดตั้งควรตรวจสอบ

  • ความเรียบ
  • ความแข็งแรง
  • ความชื้น
  • รอยแตกร้าว
  • ฝุ่น
  • คราบน้ำมัน
  • ระดับพื้น
  • ความต่างระดับ

การคำนวณและวางแผนงานโครงการต้องเริ่มจากการตรวจสอบพื้นที่จริง แบบก่อสร้าง วิธีปู และเงื่อนไขหน้างาน ไม่ใช่ดูเฉพาะจำนวนตารางเมตร

รายการที่ 27: Expansion Gap

ระบบ Floating Floor จำเป็นต้องพิจารณาการขยายตัวและการเคลื่อนตัวของพื้น

Spec ควรกำหนด

  • Expansion Gap
  • Perimeter Gap
  • Doorway
  • Large Area
  • Transition
  • Expansion Joint

แต่ตัวเลขควรอ้างอิง Installation Manual ของผู้ผลิตรุ่นนั้นโดยตรง

ไม่ควรใช้ตัวเลขเดียวกับทุกยี่ห้อ

รายการที่ 28: Accessories

พื้น SPC ในงานโครงการไม่ควรคิดเฉพาะตัวแผ่น

ควรระบุ Accessories เช่น

  • Skirting
  • End Cap
  • T-Molding
  • Reducer
  • Stair Nose
  • Transition Profile
  • Door Profile

โดยเฉพาะงานที่มีหลายวัสดุ เช่น

SPC → Tile
SPC → Carpet
SPC → Stone
SPC → Vinyl

ต้องวางแผน Transition ตั้งแต่ตอนออกแบบ

รายการที่ 29: Color & Pattern

ควรระบุ

  • Product Code
  • Color Code
  • Collection
  • Finish
  • Texture
  • Emboss
  • Plank Direction
  • Pattern Requirement

และควรมี

Approved Sample

เพราะคำว่า

“ลายไม้โอ๊คสีอ่อน”

สามารถตีความได้หลายแบบ

ทางที่ดีกว่าคือ

Approved Sample: Product Code XXXXX, Color XXXXX.

รายการที่ 30: Batch / Lot Control

สำหรับโครงการขนาดใหญ่ควรระบุ Lot Control

เพราะพื้นคนละ Lot อาจมีความแตกต่างด้าน

  • สี
  • Texture
  • Gloss
  • Pattern
  • Dimension

ดังนั้นควร

  • สั่งซื้อให้เพียงพอ
  • ตรวจ Lot ก่อนติดตั้ง
  • เก็บวัสดุสำรอง
  • บันทึก Batch Number
  • ไม่ผสม Lot โดยไม่จำเป็น

 

Checklist สำหรับ Architect

Architectural Spec Checklist

  • ระบุประเภทพื้น SPC

  • ระบุ Product Type

  • ระบุ Total Thickness

  • ระบุ Wear Layer

  • ระบุ Core Specification

  • ระบุ Density หากจำเป็น

  • ระบุขนาดแผ่น

  • ระบุ Tolerance

  • ระบุ Surface Treatment

  • ระบุ Click System

  • ระบุ Underlayment

  • ระบุ Fire Performance

  • ระบุ Slip Resistance

  • ระบุ VOC Requirement

  • ระบุ Dimensional Stability

  • ระบุ Warranty

  • ระบุมาตรฐานทดสอบ

  • ระบุเอกสารที่ต้องส่ง

  • ระบุ Sample Approval

  • ระบุ Installation Requirement

     

Checklist สำหรับ Interior Designer

Interior Designer ควรให้ความสำคัญกับทั้ง Performance + Aesthetic

  • สี

  • ลาย

  • Texture

  • Emboss

  • Gloss

  • ขนาดแผ่น

  • Direction

  • Pattern

  • Transition

  • Skirting

  • Door Detail

  • Stair Detail

  • Furniture Compatibility

  • Lighting Condition

  • Natural Light

  • Sample Board

โดยเฉพาะพื้นที่ขนาดใหญ่ ไม่ควรเลือกจากภาพบนเว็บไซต์เพียงอย่างเดียว

ควรขอ Sample จริง

 

Checklist สำหรับผู้รับเหมา

ผู้รับเหมาควรตรวจสอบ 4 ช่วง

ก่อนรับวัสดุ

  • ตรวจ Product Code

  • ตรวจ Color

  • ตรวจ Lot

  • ตรวจจำนวน

  • ตรวจกล่อง

  • ตรวจความเสียหาย

ก่อนติดตั้ง

  • ตรวจพื้นเดิม

  • ตรวจระดับ

  • ตรวจความชื้น

  • ตรวจความสะอาด

  • ตรวจแนว

  • ตรวจอุณหภูมิหน้างาน

ระหว่างติดตั้ง

  • ตรวจ Click

  • ตรวจ Joint

  • ตรวจ Expansion Gap

  • ตรวจ Pattern

  • ตรวจความเรียบ

หลังติดตั้ง

  • ตรวจรอยต่อ

  • ตรวจผิว

  • ตรวจสี

  • ตรวจ Profile

  • ตรวจ Skirting

  • ตรวจความสะอาด

  • ถ่ายรูปบันทึกงาน

     

Checklist สำหรับ Procurement

ฝ่ายจัดซื้อไม่ควรเปรียบเทียบเพียง

ราคา/ตร.ม.

ควรสร้างตารางเปรียบเทียบแบบนี้

รายการSupplier ASupplier BSupplier C
Thickness   
Wear Layer   
Density   
Size   
Area/Box   
Click   
Underlay   
Fire   
Slip   
VOC   
Warranty   
Test Report   
Price/m²   
Lead Time   
MOQ   

วิธีนี้ทำให้เห็นว่า

สินค้าราคาถูกกว่าอาจไม่ได้มีต้นทุนรวมต่ำกว่า

 

Checklist ก่อนอนุมัติ Material Submittal

ก่อน Architect หรือ Consultant อนุมัติสินค้า ควรตรวจอย่างน้อย

  • Technical Data Sheet

  • Product Sample

  • Color Sample

  • Test Report

  • Certificate

  • Warranty

  • Installation Manual

  • Maintenance Manual

  • Fire Test

  • Slip Test

  • VOC Test

  • Abrasion Test

  • Dimensional Stability Test

  • Product Code

  • Manufacturer Information

  • Country of Origin

  • Batch Information

     

ตัวอย่าง Spec พื้น SPC สำหรับโครงการ ฉบับใช้งานจริง

ด้านล่างเป็น Template ที่สามารถนำไปปรับใช้ในงาน Specification ได้

SECTION 09 XX XX – SPC FLOORING

PART 1 – GENERAL

1.1 Scope

Provide and install SPC rigid flooring system complete with all required accessories, trims, transitions and installation components in accordance with drawings, project specifications and manufacturer’s written instructions.

1.2 Submittals

Contractor shall submit:

  • Product Data
  • Technical Data Sheet
  • Material Sample
  • Color Sample
  • Test Reports
  • Certificates
  • Warranty
  • Installation Instructions
  • Maintenance Instructions

1.3 Quality Assurance

Products shall be manufactured under controlled quality management procedures and shall comply with applicable project requirements and referenced test standards.


PART 2 – PRODUCTS

2.1 Flooring Type

Rigid SPC Flooring, click-lock type, suitable for the intended residential/commercial application.

2.2 Construction

Flooring shall consist of:

  1. Protective surface coating
  2. Wear layer
  3. Decorative film
  4. SPC rigid core
  5. Factory-attached underlayment where specified

2.3 Dimensions

  • Length: ______ mm
  • Width: ______ mm
  • Total Thickness: ______ mm
  • Wear Layer: ______ mm
  • Underlayment: ______ mm

2.4 Performance

Product shall comply with project requirements for:

  • Abrasion Resistance
  • Scratch Resistance
  • Residual Indentation
  • Dimensional Stability
  • Slip Resistance
  • Fire Performance
  • VOC Emission
  • Stain Resistance

Testing shall be performed according to applicable referenced standards.

2.5 Appearance

Color, pattern and texture shall conform to approved samples.

 

ตัวอย่าง Material Schedule

CodeMaterialThicknessWear LayerSizeFinishLocation
FL-01SPC Flooring5 mm0.5 mm180×1220WoodBedroom
FL-02SPC Flooring5 mm0.5 mm180×1220WoodLiving
FL-03SPC Flooring6 mm0.7 mm180×1220WoodCommercial
FL-04SPC Flooring6 mm0.7 mm180×1220StoneLobby

หมายเหตุ: ตัวเลขเป็นตัวอย่างสำหรับจัดโครงสร้างเอกสาร ไม่ควรนำไปกำหนดเป็นค่าบังคับโดยไม่ตรวจสอบ Product Data และข้อกำหนดของโครงการ

 

ตัวอย่าง BOQ พื้น SPC

ItemDescriptionUnitQty
1SPC Flooring1,000
2Underlayment1,000
3Skirtingm300
4T-Moldingm50
5Reducerm30
6Stair Nosem50
7Installation1,000
8ProtectionLS1

การแยก BOQ แบบนี้ช่วยให้เห็นต้นทุนจริงมากกว่าการใส่เพียง

“SPC Flooring 1,000 m²”

 

วิธีเปรียบเทียบ Supplier โดยไม่ดูแค่ราคา

นี่คือหลักสำคัญสำหรับ Procurement

สมมติ

Supplier A = 280 บาท/ตร.ม.

Supplier B = 300 บาท/ตร.ม.

อย่าเพิ่งสรุปว่า A ถูกกว่าและดีกว่า

ควรเทียบ

Product

  • Thickness
  • Wear Layer
  • Density
  • Core
  • Click

Performance

  • Abrasion
  • Scratch
  • Indentation
  • Fire
  • Slip
  • VOC

Service

  • Warranty
  • Stock
  • Lead Time
  • Delivery
  • Technical Support

Project

  • MOQ
  • Color Consistency
  • Lot Control
  • Replacement
  • Spare Material

ดังนั้นต้นทุนที่แท้จริงควรคิดเป็น

Total Cost of Ownership

ไม่ใช่เพียง

Price per m²

 

10 จุดที่ Spec พื้น SPC มักเขียนผิด

ผิดข้อ 1: ระบุแค่ความหนา

SPC 5 mm

ไม่เพียงพอ

ควรมี Wear Layer และ Performance

ผิดข้อ 2: ระบุว่า “เกรด Premium”

คำว่า Premium ไม่มีความหมายทาง Technical หากไม่มีเกณฑ์รองรับ

ผิดข้อ 3: ระบุ “กันน้ำ 100%”

ควรระบุ Water Resistance และเงื่อนไขการใช้งาน

ผิดข้อ 4: ระบุ “กันรอย”

ควรกำหนด Scratch/Abrasion Performance

ผิดข้อ 5: ระบุ Fire Rating โดยไม่มี Test Report

ต้องมีเอกสารยืนยัน

ผิดข้อ 6: ระบุ Density แต่ไม่ระบุ Test Method

ทำให้เปรียบเทียบผลทดสอบได้ยาก

ผิดข้อ 7: ไม่ระบุว่า Thickness รวม Underlay หรือไม่

ทำให้ Supplier เสนอสินค้าที่เปรียบเทียบกันไม่ได้

ผิดข้อ 8: ไม่ระบุ Product Code

ทำให้เกิดปัญหาตอนจัดซื้อ

ผิดข้อ 9: ไม่ระบุ Approved Sample

อาจเกิดปัญหาสีไม่ตรงแบบ

ผิดข้อ 10: ไม่มี Installation Requirement

ทำให้วัสดุที่ดีอาจถูกติดตั้งผิดวิธี

 

วิธีป้องกันปัญหาพื้น SPC ในงานโครงการ

ก่อนสั่งซื้อ

ตรวจ

  • แบบ
  • BOQ
  • Specification
  • Quantity
  • Color
  • Product Code
  • Lot
  • Lead Time

ก่อนส่งเข้าหน้างาน

ตรวจ

  • กล่อง
  • จำนวน
  • Lot
  • สี
  • ความเสียหาย
  • Product Code

ก่อนติดตั้ง

ตรวจ

  • Subfloor
  • Moisture
  • Level
  • Flatness
  • Cleanliness
  • Temperature

หลังติดตั้ง

ตรวจ

  • Joint
  • Surface
  • Color
  • Pattern
  • Profile
  • Skirting
  • Cleaning

 

Spec พื้น SPC สำหรับโครงการควรเริ่มจาก “พื้นที่ใช้งาน” ไม่ใช่ “สินค้า”

หลักคิดที่ดีที่สุดสำหรับ Architect คือ

Step 1: วิเคราะห์พื้นที่

ถามว่า

พื้นที่นี้ใช้งานอย่างไร?

เช่น

Bedroom

Traffic ต่ำ

Living Room

Traffic ปานกลาง

Office

Traffic สูง

Hotel Corridor

Traffic สูงมาก

Retail

Traffic สูงและมีรถเข็น

จากนั้นจึงกำหนด Performance

และค่อยเลือก Product

 

ตารางแนวคิดการเลือก Spec ตามประเภทโครงการ

ประเภทโครงการประเด็นสำคัญ
บ้านDesign + Comfort
CondoWear + Acoustic + Maintenance
OfficeTraffic + Chair Castor
HotelTraffic + Appearance + Maintenance
RetailAbrasion + Scratch
RestaurantStain + Slip + Maintenance
ShowroomAppearance + Light
HospitalHygiene + VOC + Slip
SchoolDurability + Safety
CommercialTraffic + Fire + Maintenance

ตัวเลขจริงควรออกแบบจาก Requirement ของแต่ละโครงการ ไม่ควรใช้ตารางนี้แทนการวิเคราะห์ทางวิศวกรรม

 

SPC Specification ควรเขียนแบบ Performance-Based อย่างไร?

ตัวอย่างการเขียนที่ไม่ดี:

“พื้น SPC คุณภาพสูง หนา 5 มม. กันน้ำ กันรอย”

ตัวอย่างที่ดีกว่า:

“Rigid SPC flooring with total thickness of not less than ___ mm, wear layer not less than ___ mm, with documented performance for abrasion resistance, dimensional stability, slip resistance, fire performance and VOC emission in accordance with the applicable referenced standards.”

ข้อดีคือ Supplier ต้องนำเสนอ หลักฐาน Performance

ไม่ใช่เพียงคำโฆษณา

 

Performance-Based Spec vs Brand-Based Spec

Brand-Based Spec

เช่น

ยี่ห้อ ABC รุ่น XYZ เท่านั้น

ข้อดีคือควบคุมสินค้าได้ง่าย

แต่ข้อเสียคือ

  • จำกัดการแข่งขัน
  • อาจมีปัญหาสต็อก
  • ราคาอาจสูง
  • Substitute ได้ยาก

Performance-Based Spec

เช่น

SPC Flooring meeting the specified technical requirements.

ข้อดีคือ

  • เปรียบเทียบ Supplier ได้
  • เปิดโอกาสให้เกิดการแข่งขัน
  • ควบคุมคุณภาพด้วย Performance

สำหรับงานโครงการขนาดใหญ่ แนวทาง Performance-Based Specification มักมีประโยชน์มากกว่า หากเจ้าของโครงการต้องการเปิดรับหลาย Supplier

 

วิธีเขียน Spec เพื่อป้องกัน Supplier “ลดสเปก”

สมมติ Spec เขียนว่า

SPC 5 mm

Supplier สามารถเสนอสินค้าหลายรูปแบบ

  • 5 mm Core หนา
  • 5 mm รวม Underlay
  • 5 mm แต่ Wear Layer บาง
  • 5 mm Density ต่ำ
  • 5 mm Click ต่างกัน

ดังนั้นควรเขียน

Total Thickness + Wear Layer + Core + Underlay + Performance

เช่น

Total thickness: ≥ X mm
Wear layer: ≥ X mm
Density: ≥ X kg/m³
Underlayment: X mm
Slip resistance: ≥ specified classification
Fire performance: ≥ specified classification

 

Checklist ฉบับ Master สำหรับงานโครงการ

PRODUCT

  • Product Name

  • Product Code

  • Manufacturer

  • Country of Origin

  • Collection

DIMENSION

  • Length

  • Width

  • Thickness

  • Tolerance

STRUCTURE

  • UV Layer

  • Wear Layer

  • Decorative Film

  • SPC Core

  • Underlay

PERFORMANCE

  • Abrasion

  • Scratch

  • Indentation

  • Static Load

  • Dimensional Stability

  • Water Resistance

  • Slip Resistance

  • Fire

  • VOC

  • Chemical Resistance

  • Light Fastness

  • Acoustic

INSTALLATION

  • Installation Method

  • Subfloor Requirement

  • Moisture Requirement

  • Flatness

  • Expansion Gap

  • Accessories

PROJECT CONTROL

  • Sample

  • Mock-up

  • Material Approval

  • Lot Control

  • Delivery

  • Storage

  • Inspection

DOCUMENT

  • Technical Data Sheet

  • Test Report

  • Certificate

  • Warranty

  • Installation Manual

  • Maintenance Manual

     

แล้ว “พื้น SPC 4 มม., 5 มม. หรือ 6 มม.” ควรเขียน Spec อย่างไร?

ไม่ควรกำหนดจากตัวเลขเพียงอย่างเดียว

ตัวอย่าง

4 mm

เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการควบคุมงบประมาณและมีเงื่อนไขการใช้งานเหมาะสม

5 mm

เป็นตัวเลือกที่สมดุลสำหรับโครงการหลายประเภท

6 mm

อาจเหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการความรู้สึกแข็งแรงและโครงสร้างหนาขึ้น

แต่ทั้งหมดต้องพิจารณาร่วมกับ

  • Wear Layer
  • Density
  • Core
  • Click
  • Underlay
  • Subfloor
  • Traffic

ความหนามากกว่าไม่ได้แปลว่าดีกว่าในทุกกรณี

 

แล้ว Wear Layer 0.3 กับ 0.5 มม. ควรเลือกอย่างไร?

หลักง่าย ๆ คือ

Residential

อาจเริ่มพิจารณา 0.3 mm

Condo

อาจพิจารณา 0.3–0.5 mm

Office / Commercial

อาจพิจารณา 0.5 mm ขึ้นไปตาม Traffic

High Traffic

อาจต้องพิจารณา 0.5–0.7 mm หรือ Performance ที่สูงขึ้น

แต่ไม่ควรตัดสินจาก Wear Layer เพียงค่าเดียว

เพราะ Performance ของพื้นทั้งระบบสำคัญกว่า

 

Spec ต้องระบุ “Density” ทุกโครงการหรือไม่?

ไม่จำเป็นทุกโครงการ

แต่ถ้าเป็นงานที่ต้อง

  • เปรียบเทียบ Supplier
  • ควบคุมคุณภาพ
  • จัดซื้อจำนวนมาก
  • มี Traffic สูง
  • มีข้อกำหนดด้าน Technical Performance

การกำหนด Density หรือ Core Performance สามารถช่วยลดความคลุมเครือได้

อย่างไรก็ตาม ควรกำหนดเฉพาะเมื่อมีวิธีทดสอบและเกณฑ์ที่ตรวจสอบได้

 

Spec ต้องระบุ “แบรนด์” หรือไม่?

ขึ้นอยู่กับ Procurement Strategy

หากโครงการต้องการ

Approved Brand List

ก็สามารถระบุแบรนด์ได้

แต่หากต้องการเปิดการแข่งขัน อาจใช้

Approved Equal

หรือ

Equivalent product meeting all specified performance requirements.

และต้องมีขั้นตอนการอนุมัติ Substitute ที่ชัดเจน

 

ทำไมต้องทำ Mock-up?

สำหรับโครงการขนาดใหญ่ ควรมี Mock-up โดยเฉพาะพื้นที่ที่

  • มี Pattern
  • มีหลายสี
  • มี Transition
  • มี Skirting
  • มี Lighting ซับซ้อน

Mock-up ช่วยตรวจ

  • สี
  • Texture
  • Pattern
  • Joint
  • Profile
  • Installation Quality

ก่อนผลิตหรือติดตั้งจำนวนมาก

 

การจัดเก็บพื้น SPC ก่อนติดตั้ง

ผู้รับเหมาควรกำหนดพื้นที่เก็บ

  • แห้ง
  • สะอาด
  • ไม่โดนแดด
  • ไม่โดนน้ำ
  • ไม่วางของหนักทับผิดวิธี
  • ไม่วางเอียงจนเสียรูป
  • อยู่ในสภาพแวดล้อมตามคู่มือผู้ผลิต

และควรตรวจสภาพวัสดุก่อนติดตั้ง

 

การคำนวณปริมาณพื้น SPC ใน BOQ

สูตรพื้นฐานคือ

พื้นที่สุทธิ × (1 + % เผื่อเศษ)

ตัวอย่าง

พื้นที่ = 1,000 m²

เผื่อเศษ = 7%

ปริมาณ =

1,000 × 1.07
= 1,070 m²

จากนั้น

จำนวนกล่อง = 1,070 ÷ พื้นที่ต่อกล่อง

และต้อง ปัดขึ้นเป็นจำนวนเต็มของกล่อง

เว็บไซต์ Enoch มีเครื่องมือและเนื้อหาสำหรับการคำนวณพื้นที่พื้น SPC สำหรับงานโครงการ โดยเน้นให้พิจารณาทั้งพื้นที่จริง รูปแบบการปู เผื่อเศษ พื้นที่ต่อกล่อง Lot และการจัดการวัสดุสำรอง

 

ควรเผื่อเศษกี่เปอร์เซ็นต์?

ไม่มีตัวเลขเดียวที่เหมาะกับทุกโครงการ

ขึ้นอยู่กับ

  • รูปทรงพื้นที่
  • จำนวนห้อง
  • แนวปู
  • ลาย
  • Diagonal
  • Pattern
  • จำนวนพื้นที่เว้า
  • จำนวน Door
  • จำนวน Transition

พื้นที่เรียบง่ายอาจเผื่อน้อยกว่า

พื้นที่ซับซ้อนอาจต้องเผื่อมากกว่า

ดังนั้น Architect และผู้รับเหมาควรคำนวณจาก Layout จริง

 

Material สำรองควรมีหรือไม่?

สำหรับโครงการ แนะนำให้พิจารณา Spare Material

เพราะหลังส่งมอบอาจเกิด

  • รอยขีดข่วน
  • ความเสียหายเฉพาะจุด
  • การเปลี่ยนแผ่น
  • งานซ่อม
  • การ Renovate

หากไม่มีวัสดุรุ่นเดิมในอนาคต อาจเกิดปัญหาสีไม่ตรงกัน

ดังนั้นควรบันทึก

  • Product Code
  • Color
  • Lot
  • Supplier
  • Manufacturer
  • วันที่ติดตั้ง

 

ทำไม Lot จึงสำคัญ?

แม้เป็น Product Code เดียวกัน แต่คนละ Lot อาจเกิดความแตกต่างด้านสีหรือ Texture ได้

ดังนั้นในโครงการขนาดใหญ่ควรพยายาม

สั่งวัสดุหลักจาก Lot ที่สอดคล้องกัน

และเก็บวัสดุสำรองจาก Lot เดียวกัน

 

วิธีตรวจรับพื้น SPC หน้างาน

Step 1

ตรวจจำนวนกล่อง

Step 2

ตรวจ Product Code

Step 3

ตรวจ Color Code

Step 4

ตรวจ Lot Number

Step 5

ตรวจกล่องเสียหาย

Step 6

เปิดตรวจตัวอย่าง

Step 7

ตรวจขนาด

Step 8

ตรวจผิว

Step 9

บันทึกภาพ

Step 10

เซ็นรับวัสดุ

 

ถ้า Supplier เสนอรุ่นใหม่แทนรุ่นเดิม ต้องทำอย่างไร?

ห้ามเปลี่ยนเพียงเพราะ

“รุ่นใหม่ดีกว่า”

ควรดำเนินการ

  1. Supplier ส่ง Technical Data
  2. ส่ง Sample
  3. ส่ง Test Report
  4. เทียบกับ Original Spec
  5. Architect Review
  6. Consultant Review
  7. Owner Approval
  8. ออก Material Substitution Approval

หาก Performance ไม่ต่ำกว่าเดิมจึงค่อยพิจารณาอนุมัติ

 

คำว่า “Equivalent” ต้องระวัง

Equivalent ไม่ได้หมายถึง

ราคาเท่ากัน

และไม่ได้หมายถึง

หนาเท่ากัน

แต่ควรหมายถึง

คุณสมบัติที่เกี่ยวข้องกับโครงการอยู่ในระดับที่เทียบเท่าหรือดีกว่าตามเกณฑ์ที่กำหนด

ดังนั้นควรมีตาราง Technical Comparison ประกอบ

 

ตัวอย่าง Technical Comparison

SpecificationRequiredProduct AProduct B
Thickness≥ 5 mm5.05.5
Wear Layer≥ 0.50.50.5
Density≥ XXX+
ClickRequiredYesYes
FireRequiredPassPass
SlipRequiredPassPass
VOCRequiredPassPass
Warranty≥ 10 yrs1015

ตารางนี้มีประโยชน์มากกว่าการดูราคาเพียงบรรทัดเดียว

 

บทความที่เกี่ยวข้อง: 

 

ต้องการ Spec พื้น SPC สำหรับโครงการ?

Enoch Flooring Thailand สามารถช่วยจัดข้อมูลสำหรับงานโครงการ เช่น

  • Technical Specification
  • Product Data
  • Sample
  • Test Report
  • Warranty
  • ข้อมูลสำหรับ BOQ
  • คำแนะนำการเลือก Spec
  • คำนวณปริมาณพื้น
  • ประเมินวัสดุสำหรับโครงการ

ส่งแบบ / BOQ / พื้นที่โครงการ เพื่อให้ทีมงานช่วยแนะนำรุ่นพื้น SPC ที่เหมาะกับลักษณะการใช้งาน

 Line OA: @enochth หรือคลิก https://lin.ee/y58u0WW

 

FAQ: คำถามที่ Architect และผู้รับเหมาถามบ่อย

Q1. Spec พื้น SPC คืออะไร?

Spec พื้น SPC คือเอกสารที่กำหนดคุณสมบัติขั้นต่ำของพื้น SPC ที่โครงการต้องการ เช่น ความหนา Wear Layer Density ขนาด ระบบ Click Fire Performance Slip Resistance VOC วิธีติดตั้ง และ Warranty

Q2. Spec พื้น SPC ต้องระบุความหนาหรือไม่?

ต้องระบุ แต่ไม่ควรระบุเพียงความหนา ควรกำหนด Wear Layer, Core, Underlayment และ Performance ที่เกี่ยวข้องด้วย

Q3. SPC 5 มม. เหมาะกับงานโครงการหรือไม่?

สามารถใช้ได้ในหลายประเภทโครงการ แต่ต้องพิจารณาร่วมกับ Wear Layer, Density, Click System, Traffic และเงื่อนไขการติดตั้ง

Q4. Wear Layer 0.3 มม. กับ 0.5 มม. ต่างกันอย่างไร?

Wear Layer ที่หนาขึ้นโดยทั่วไปให้ความสามารถในการรองรับการสึกหรอเพิ่มขึ้น แต่ควรพิจารณาร่วมกับผลทดสอบและลักษณะการใช้งานจริง

Q5. ต้องระบุ Density ใน Spec หรือไม่?

ไม่จำเป็นทุกโครงการ แต่มีประโยชน์ในการควบคุมคุณภาพและเปรียบเทียบ Core ของสินค้าหลายรุ่น หากกำหนดควรมีวิธีทดสอบที่ชัดเจน

Q6. Spec ต้องระบุ Fire Rating หรือไม่?

สำหรับโครงการที่มีข้อกำหนดด้านอัคคีภัยควรระบุ โดยต้องอ้างอิงมาตรฐานและเอกสารทดสอบของผลิตภัณฑ์จริง

Q7. ต้องขอ Test Report หรือไม่?

ควรขอ โดยเฉพาะงานโครงการที่มีการอนุมัติ Material Submittal

Q8. Catalog ใช้แทน Technical Data Sheet ได้ไหม?

ไม่ควร เพราะ Catalog มักมีข้อมูลเพื่อการตลาดและอาจไม่ครอบคลุมข้อมูลที่จำเป็นต่อการตรวจรับ

Q9. ต้องทำ Mock-up ก่อนติดตั้งหรือไม่?

สำหรับโครงการขนาดใหญ่หรือมีความซับซ้อนด้าน Design แนะนำให้ทำ Mock-up เพื่ออนุมัติสี ลาย Texture และรายละเอียดการติดตั้ง

Q10. พื้น SPC ต้องมี Warranty หรือไม่?

ควรกำหนด Warranty สำหรับโครงการ โดยระบุระยะเวลา ขอบเขต และเงื่อนไขให้ชัดเจน

Q11. ต้องระบุ Lot Number หรือไม่?

ควรระบุและบันทึกสำหรับโครงการขนาดใหญ่ เพื่อควบคุมความสม่ำเสมอของสีและใช้ในการติดตามวัสดุ

Q12. ทำไมพื้น SPC หนาเท่ากันแต่ราคาไม่เท่ากัน?

เพราะความหนาเป็นเพียงตัวแปรหนึ่ง คุณภาพ Core, Density, Wear Layer, Click, Underlayment, Surface Treatment, Performance และการรับประกันอาจแตกต่างกัน

Q13. พื้น SPC กันน้ำแปลว่าน้ำท่วมได้หรือไม่?

ไม่ควรตีความเช่นนั้น ต้องพิจารณาข้อกำหนดของผู้ผลิต วิธีติดตั้ง และเงื่อนไข Warranty

Q14. ผู้รับเหมาควรตรวจอะไรเมื่อรับพื้น SPC?

ควรตรวจ Product Code, Color, Lot, จำนวน, สภาพกล่อง และตัวอย่างสินค้า ก่อนนำไปติดตั้ง

Q15. Architect ควรเลือก SPC จากอะไร?

ควรเริ่มจาก Requirement ของพื้นที่ แล้วกำหนด Performance ที่ต้องการ ก่อนเลือกผลิตภัณฑ์

Q16. Procurement ควรเปรียบเทียบอะไร?

ควรเปรียบเทียบ Technical Specification, Performance, Warranty, Lead Time, Service และราคา ไม่ใช่ราคา/ตร.ม. อย่างเดียว

Q17. Spec สามารถระบุยี่ห้อได้หรือไม่?

สามารถทำได้ตามนโยบายของโครงการ แต่หากต้องการเปิดการแข่งขัน อาจใช้ Approved Equal หรือ Equivalent Performance

Q18. ถ้า Supplier เสนอสินค้าคนละรุ่นแต่บอกว่า Equivalent ต้องทำอย่างไร?

ต้องทำ Technical Comparison และขอเอกสารยืนยันว่าเป็นไปตามข้อกำหนดก่อนเสนออนุมัติ

Q19. ควรเก็บพื้น SPC สำรองหรือไม่?

สำหรับโครงการควรพิจารณาเก็บวัสดุสำรอง โดยเฉพาะรุ่น สี และ Lot ที่ใช้งานจริง

Q20. Spec พื้น SPC ควรมี Installation Manual หรือไม่?

ควรมี เพราะวิธีติดตั้งส่งผลโดยตรงต่อ Performance และ Warranty ของพื้น

 

สรุป: Spec พื้น SPC ที่ดีต้อง “วัดได้ ตรวจได้ และเปรียบเทียบได้”

หัวใจของการทำ Spec พื้น SPC สำหรับโครงการ ไม่ใช่การเขียนรายละเอียดให้ยาวที่สุด แต่คือการเขียนให้

ชัดเจน + ตรวจสอบได้ + มีมาตรฐานอ้างอิง + Supplier เข้าใจตรงกัน

Architect และผู้รับเหมาควรหลีกเลี่ยงการเขียน Spec แบบ

“พื้น SPC คุณภาพสูง หนา 5 มม. กันน้ำ กันรอย”

เพราะไม่สามารถใช้ควบคุมคุณภาพได้เพียงพอ

รูปแบบที่ดีกว่าคือกำหนดเป็นหมวด

Product

ระบุว่าเป็น SPC Flooring ประเภทใด

Structure

ระบุโครงสร้างแต่ละชั้น

Dimension

ระบุขนาดและ Tolerance

Thickness

ระบุ Total Thickness

Wear Layer

ระบุความหนาและ Performance

Core

ระบุ Core Specification และ Density หากจำเป็น

Click

ระบุระบบ Click Lock

Underlayment

ระบุชนิดและความหนา

Performance

ระบุ

  • Abrasion
  • Scratch
  • Indentation
  • Load
  • Water
  • Slip
  • Fire
  • VOC
  • Chemical
  • Dimensional Stability
  • Acoustic

Installation

ระบุ

  • Subfloor
  • Moisture
  • Flatness
  • Expansion
  • Joint
  • Accessories

Documentation

ระบุ

  • Technical Data Sheet
  • Test Report
  • Certificate
  • Warranty
  • Installation Manual
  • Maintenance Manual

Quality Control

ระบุ

  • Sample
  • Mock-up
  • Batch
  • Lot
  • Inspection
  • Acceptance Criteria

 

Master Checklist: Spec พื้น SPC สำหรับโครงการฉบับพร้อมใช้งาน

ก่อนอนุมัติพื้น SPC สำหรับโครงการ ให้ตรวจรายการต่อไปนี้

A. PRODUCT

  • ประเภทพื้น SPC ชัดเจน

  • Product Code ชัดเจน

  • Manufacturer ชัดเจน

  • Country of Origin ระบุ

  • Collection ระบุ

B. STRUCTURE

  • UV Layer

  • Wear Layer

  • Decorative Film

  • SPC Core

  • Underlayment

C. TECHNICAL

  • Total Thickness

  • Wear Layer

  • Density

  • Size

  • Weight

  • Area/Box

  • Pieces/Box

  • Dimensional Tolerance

D. PERFORMANCE

  • Abrasion

  • Scratch

  • Indentation

  • Static Load

  • Water Resistance

  • Slip Resistance

  • Fire Performance

  • VOC

  • Chemical Resistance

  • Light Fastness

  • Dimensional Stability

  • Acoustic Performance

E. INSTALLATION

  • Installation Method

  • Click System

  • Subfloor Requirement

  • Moisture Requirement

  • Flatness

  • Expansion Gap

  • Transition

  • Skirting

  • Stair Detail

F. DOCUMENTATION

  • Technical Data Sheet

  • Test Report

  • Certificate

  • Warranty

  • Installation Manual

  • Maintenance Manual

G. QUALITY CONTROL

  • Product Sample

  • Color Sample

  • Mock-up

  • Lot Control

  • Incoming Inspection

  • Installation Inspection

  • Final Inspection

  • Spare Material

     

บทสรุปสำหรับ Architect และผู้รับเหมา

หากต้องจำเพียง 10 เรื่องในการทำ Spec พื้น SPC สำหรับโครงการ ให้จำรายการต่อไปนี้

1. อย่าดูแค่ความหนา

2. ต้องระบุ Wear Layer

3. พิจารณา Density และ Core Performance

4. ระบุ Click System

5. ระบุ Underlayment ให้ชัด

6. กำหนด Performance ที่ตรวจสอบได้

7. ขอ Test Report สำหรับคุณสมบัติสำคัญ

8. ระบุ Installation Requirement

9. ควบคุม Product Code / Color / Lot

10. อย่าอนุมัติวัสดุจากราคา/ตร.ม. เพียงอย่างเดียว

เพราะในงานโครงการ

“พื้น SPC ที่ถูกที่สุด” ไม่จำเป็นต้องเป็น “พื้น SPC ที่ต้นทุนต่ำที่สุด”

และ

“พื้น SPC ที่หนาที่สุด” ไม่จำเป็นต้องเป็น “พื้น SPC ที่เหมาะที่สุด”

สิ่งที่สำคัญกว่าคือการเลือกวัสดุที่ ตรงกับ Performance Requirement ของพื้นที่ มีเอกสารยืนยัน มีวิธีติดตั้งที่ถูกต้อง และสามารถควบคุมคุณภาพได้ตลอดอายุโครงการ

สำหรับ Architect, Interior Designer และผู้รับเหมา การทำ Spec ที่ดีตั้งแต่ต้นจะช่วยลดความเสี่ยงตั้งแต่ขั้นตอน Design → BOQ → Procurement → Material Submittal → Installation → Inspection → Handover

และทำให้ทุกฝ่ายตั้งแต่เจ้าของโครงการจนถึงผู้ติดตั้งเข้าใจตรงกันว่า

“พื้น SPC ที่ผ่านการอนุมัติ ต้องมีคุณสมบัติอะไร และต้องพิสูจน์อย่างไรว่าเป็นไปตามข้อกำหนด”

หากต้องการเลือกพื้น SPC สำหรับงานโครงการของ Enoch Flooring Thailand สามารถเตรียม แบบพื้นที่, BOQ, จำนวนตารางเมตร, ประเภทอาคาร และ Requirement ของโครงการ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการคัดเลือกรุ่นและจัดทำ Specification ให้เหมาะกับลักษณะงาน

Enoch Flooring Thailand — พื้น SPC สำหรับงานบ้าน รีโนเวท และโครงการ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:
https://enochthailand.com/

หรือดูตัวอย่างสินค้าและรุ่นต่าง ๆ ได้ที่

👉🏻Enoch SPC 4 มม.

พื้น SPC เกรด Virgin 100% ระบบ Click-Lock ราคาปลีก-ส่ง สำหรับโครงการอสังหาริมทรัพย์ บ้านโครงการ คอนโดมิเนียม ฯลฯ มาพร้อมความทนทาน สวยงาม และราคาที่ถูกที่สุดในไทย! มีจำหน่ายอุปกรณ์เสริมสำหรับงานติดตั้งพื้น SPC เช่น โฟมรองพื้นพรีเมียม (ฟอยล์กันชื้น 2 ด้าน) กันชื้น 99.99% กันไฟฟ้าสถิตย์ กันแบคทีเรีย เจ้าแรกในไทย, บัวเชิงผนัง, ตัวจบพื้นทุกชนิด

👉🏻Enoch SPC 5.5 มม.

พื้น SPC เกรด Virgin 100% ระบบ Click-Lock ราคาปลีก-ส่ง สำหรับโครงการอสังหาริมทรัพย์ บ้านโครงการ คอนโดมิเนียม ฯลฯ มาพร้อมความทนทาน สวยงาม และราคาที่ถูกที่สุดในไทย! มีจำหน่ายอุปกรณ์เสริมสำหรับงานติดตั้งพื้น SPC เช่น โฟมรองพื้นพรีเมียม (ฟอยล์กันชื้น 2 ด้าน) กันชื้น 99.99% กันไฟฟ้าสถิตย์ กันแบคทีเรีย เจ้าแรกในไทย, บัวเชิงผนัง, ตัวจบพื้นทุกชนิด

👉🏻Enoch SPC 6.5 มม.

พื้น SPC เกรด Virgin 100% ระบบ Click-Lock ราคาปลีก-ส่ง สำหรับโครงการอสังหาริมทรัพย์ บ้านโครงการ คอนโดมิเนียม ฯลฯ มาพร้อมความทนทาน สวยงาม และราคาที่ถูกที่สุดในไทย! มีจำหน่ายอุปกรณ์เสริมสำหรับงานติดตั้งพื้น SPC เช่น โฟมรองพื้นพรีเมียม (ฟอยล์กันชื้น 2 ด้าน) กันชื้น 99.99% กันไฟฟ้าสถิตย์ กันแบคทีเรีย เจ้าแรกในไทย, บัวเชิงผนัง, ตัวจบพื้นทุกชนิด

👉🏻Enoch SPC PREMIUM รุ่น ELITE PRIME 4 มม.

พื้น SPC PREMIUM รุ่น ELITE PRIME

 

👉🏻Enoch พื้น SPC พรีเมี่ยม ซีรีย์ รุ่น NBL

พื้น SPC พรีเมี่ยม ซีรีย์ รุ่น NBL มาตรฐานเยอรมนี NBL93-S-050 สี เบอร์ลิน โอ๊ค

 

ผ่านการทดสอบ รับรองมาตรฐาน

บริษัท อีโนช ฟลูริง (ไทยแลนด์) ผ่านการทดลองที่เป็นมาตรฐาน

 

📞 ติดต่อทีมงานเพื่อรับราคาโครงการ /  ใบเสนอราคา / ตัวอย่างสินค้า

Tel. 096-152 3339

แอดไลน์ @enochth 👉🏻คลิก https://lin.ee/y58u0WW

FB: https://www.facebook.com/enochthailand/

IG: https://www.instagram.com/enochflooring/

TikTok : https://www.tiktok.com/@enoch.thailand

Youtube: https://lnkd.in/df5ahruH

🏣หน้าร้านเราก็มี! ปักหมุด Google Map ที่ https://maps.app.goo.gl/zoEyaqCgCY6bw48M7

      แผนที่ตั้งโชว์รูม
📧 บริษัท อีโนช ฟลูริง (ไทยแลนด์) จำกัด
🚩Show Room : 38/109-110 หมู่ 19 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ


 

หมายเหตุด้านมาตรฐาน

     มาตรฐานที่กล่าวถึงในบทความนี้ควรใช้เป็น กรอบอ้างอิงเบื้องต้น เท่านั้น การกำหนดตัวเลข Performance, Class หรือวิธีทดสอบใน Specification จริงควรตรวจสอบขอบเขตของมาตรฐาน ฉบับที่ใช้งาน และ Technical Data ของผลิตภัณฑ์รุ่นนั้นโดยตรง โดยเฉพาะมาตรฐาน

ISO 10582 ซึ่งมีขอบเขตเฉพาะสำหรับ heterogeneous PVC floor coverings และระบบการจัดประเภทการใช้งาน

     ในทำนองเดียวกัน หากโครงการกำหนด Fire, Slip, VOC หรือคุณสมบัติด้านสิ่งแวดล้อม ควรใช้ผลทดสอบ/ใบรับรองของ สินค้ารุ่นที่จะติดตั้งจริง ไม่ควรอ้างอิงเพียงคำโฆษณาของแบรนด์หรือเอกสารของผลิตภัณฑ์คนละรุ่น


แหล่งอ้างอิงสำหรับการทำ Technical Content

 

 

แชร์ :

บทความที่น่าสนใจ

กระเบื้อง SPC กับพื้น SPC ต่างกันหรือไม่?

กระเบื้อง SPC คืออะไร? พื้น SPC วัสดุปูพื้นมาตรฐานโครงการ แข็งแรง กันน้ำ ติดตั้งเร็ว      หากคุณกำลังมองหา วัสดุปูพื้นที่เหมาะกับงานโครงการ บ้านจัดสรร

อ่านเพิ่ม »

กระเบื้อง SPC สำหรับโครงการ ทางเลือกวัสดุปูพื้นที่คุ้มค่า แข็งแรง และตอบโจทย์งานอสังหาริมทรัพย์

กระเบื้อง SPC สำหรับโครงการ คืออะไร และทำไมโครงการยุคใหม่จึงเลือกใช้      ในยุคที่ต้นทุนการก่อสร้างสูงขึ้น เจ้าของโครงการอสังหาริมทรัพย์ ผู้พัฒนาโครงก

อ่านเพิ่ม »

กระเบื้อง SPC มีกี่เกรด? ซื้อเกรดไหนดีที่สุด?

กระเบื้อง SPC มีกี่เกรด? เลือกพื้น SPC อย่างไรให้คุ้มค่า แข็งแรง และเหมาะกับการใช้งานจริง      ในปัจจุบัน พื้น SPC (Stone Plastic Composite) กลายเป็นว

อ่านเพิ่ม »

จำหน่าย และ รับปูกระเบื้องยาง SPC

โดยทีมงานมืออาชีพ