กระเบื้อง SPC กระเบื้องคลิกล็อค เกรดพรีเมี่ยม Virgin 100% by Enoch

SPC Virgin vs SPC Project Grade ต่างกันอย่างไร? เลือกแบบไหนดี

SPC Virgin vs SPC Project Grade ต่างกันอย่างไร? เลือกพื้น SPC แบบไหนให้เหมาะกับบ้านและโครงการ

SPC Virgin vs SPC Project Grade ต่างกันอย่างไร? เปรียบเทียบแบบเจาะลึก พร้อมวิธีเลือกให้เหมาะกับบ้านและโครงการ

     SPC Virgin vs SPC Project Grade ต่างกันอย่างไร? เป็นหนึ่งในคำถามสำคัญที่เจ้าของบ้าน ผู้รับเหมา นักออกแบบ สถาปนิก และเจ้าของโครงการควรทำความเข้าใจก่อนเลือกซื้อพื้น SPC เพราะในตลาดมีพื้น SPC หลายระดับ หลายสเปก และหลายราคา แต่คำว่า Virgin หรือ Project Grade ไม่ควรถูกใช้ตัดสินคุณภาพจากชื่อเกรดเพียงอย่างเดียว

Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!

     สิ่งสำคัญกว่าคือการตรวจสอบว่าแต่ละรุ่นมี โครงสร้าง วัตถุดิบ ความหนา Wear Layer ความหนาแน่น ระบบ Click Lock ชั้นรองพื้น ขนาดแผ่น มาตรฐานการผลิต การรับประกัน และเงื่อนไขการใช้งาน แตกต่างกันอย่างไร

     สำหรับบ้านพักอาศัย การเลือก SPC อาจเน้นเรื่องความสวยงาม ความสบายในการใช้งาน และอายุการใช้งาน ขณะที่โครงการบ้านจัดสรร คอนโดมิเนียม โรงแรม สำนักงาน หรือร้านค้า ต้องพิจารณาเพิ่มเรื่อง ต้นทุนต่อตารางเมตร ปริมาณการสั่งซื้อ ความสม่ำเสมอของล็อตสินค้า การจัดส่ง การสำรองสินค้า และการควบคุม Specification

     Enoch Flooring Thailand มีพื้น SPC หลายระดับและหลายความหนา โดยปัจจุบันเว็บไซต์มีข้อมูลรุ่น Virgin 4 มม., Virgin 5.5 มม. และ Virgin 6.5 มม. รวมถึงรุ่นอื่นสำหรับการใช้งานและงบประมาณที่แตกต่างกัน

     บทความนี้จะอธิบายตั้งแต่พื้นฐานว่า SPC Virgin คืออะไร, SPC Project Grade คืออะไร, แตกต่างกันตรงไหน, แบบไหนเหมาะกับบ้าน, แบบไหนเหมาะกับโครงการ, ต้องดูอะไรในใบเสนอราคา และควรเขียน Spec อย่างไรเพื่อป้องกันการเปลี่ยนสินค้าเป็นคนละสเปก

 

สรุปสั้น ๆ ก่อนอ่าน: SPC Virgin กับ SPC Project Grade ไม่ได้ตัดสินกันด้วยคำว่า

“ดีกว่า” เพียงอย่างเดียว

หากต้องการเข้าใจเรื่องนี้แบบรวดเร็ว สามารถสรุปได้ว่า

ประเด็นSPC VirginSPC Project Grade
แนวคิดหลักเน้นการใช้วัตถุดิบตามสเปก Virgin ที่ผู้ผลิตกำหนดเน้นสเปกที่เหมาะกับการใช้งานโครงการและต้นทุน
กลุ่มผู้ใช้บ้านพักอาศัย งานรีโนเวท งานที่ต้องการสเปกสูงบ้านจัดสรร คอนโด โรงแรม สำนักงาน งานจำนวนมาก
ราคาโดยทั่วไปอาจสูงกว่าเมื่อสเปกอื่นเทียบเท่ากันสามารถบริหารต้นทุนต่อ ตร.ม. ได้ดี
ความหนามีหลายระดับ เช่น 4, 5.5 และ 6.5 มม.มีได้หลายระดับเช่นกัน ขึ้นกับผู้ผลิต
Wear Layerต้องตรวจสอบเป็นรุ่น ๆต้องตรวจสอบเป็นรุ่น ๆ
Click Lockต้องตรวจสอบระบบของแต่ละรุ่นต้องตรวจสอบระบบของแต่ละรุ่น
สี/ลายต้องดูรุ่นและ Production Lotต้องดูรุ่นและ Production Lot
เหมาะกับโครงการเหมาะได้ โดยเฉพาะโครงการที่ต้องการสเปกสูงเหมาะกับงานโครงการที่ต้องควบคุมต้นทุนและ Specification
จุดสำคัญอย่าดูคำว่า Virgin เพียงคำเดียวอย่าตีความว่า Project Grade = คุณภาพต่ำ
วิธีเปรียบเทียบเปรียบเทียบ Technical Specificationเปรียบเทียบ Technical Specification

ดังนั้นคำถามที่ถูกต้องไม่ใช่

“SPC Virgin ดีกว่า Project Grade หรือไม่?”

แต่ควรเป็น

“SPC รุ่นไหนมี Specification เหมาะกับพื้นที่ ลักษณะการใช้งาน งบประมาณ และมาตรฐานของโครงการมากที่สุด?”

นี่คือหลักคิดที่สำคัญที่สุดในการเลือกพื้น SPC

 

SPC คืออะไร?

     SPC ย่อมาจาก Stone Plastic Composite และใช้เรียกกลุ่มพื้น Rigid Core Flooring ที่มีแกนกลางเป็นวัสดุคอมโพสิต โดยทั่วไปประกอบด้วยแร่และโพลิเมอร์ รวมถึงชั้นผิวสำหรับสร้างลวดลายและป้องกันการสึกหรอ

พื้น SPC ที่จำหน่ายในตลาดมักมีโครงสร้างหลายชั้น เช่น

  1. UV Coating
  2. Wear Layer
  3. Decorative / Printed Layer
  4. SPC Core
  5. Click Lock
  6. IXPE หรือ Underlayment ในบางรุ่น

ตัวอย่างพื้น SPC Virgin ของ Enoch รุ่น 6.5 มม. ระบุโครงสร้างชั้น UV Coating, Wear Layer, Printed Layer, Click-Lock และ IXPE Foam Underlayment โดยรุ่นดังกล่าวมีขนาดแผ่น 1220 × 180 มม. และบรรจุ 10 แผ่นต่อกล่อง

จุดสำคัญคือ ความหนารวมไม่ใช่ตัวบอกคุณภาพทั้งหมด

เช่น

SPC 5 มม. ไม่ได้แปลว่าดีกว่า SPC 4 มม. เสมอไป

หรือ

SPC 6.5 มม. ไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับทุกพื้นที่มากกว่า SPC 4 มม.

เพราะยังต้องดู

  • Core
  • Density
  • Wear Layer
  • Click Lock
  • Surface
  • Underlayment
  • Dimensional Stability
  • Tolerance
  • มาตรฐานการผลิต
  • เงื่อนไขการติดตั้ง
  • Warranty

ร่วมกัน

โครงสร้างพื้น SPC ชั้น UV Coating และ Wear Layer

SPC Virgin คืออะไร?

ความหมายของคำว่า Virgin ในพื้น SPC

     คำว่า Virgin ในบริบทของวัสดุพลาสติกโดยทั่วไปหมายถึงการใช้วัตถุดิบใหม่ตามข้อกำหนดของผู้ผลิต แทนการใช้วัสดุรีไซเคิลกลับมาเป็นวัตถุดิบหลักทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ผู้ซื้อไม่ควรใช้คำว่า “Virgin” เป็นข้อสรุปว่าผลิตภัณฑ์นั้นเหนือกว่าสินค้าอื่นทุกด้านโดยอัตโนมัติ

เพราะคุณภาพของพื้น SPC ยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย

ตัวอย่างเช่น

  • สูตร Core
  • อัตราส่วนของวัสดุ
  • ความหนาแน่น
  • ความสม่ำเสมอของ Core
  • คุณภาพของ Decorative Film
  • Wear Layer
  • ระบบ Click Lock
  • กระบวนการผลิต
  • QC
  • Dimensional Stability

ดังนั้น

Virgin เป็นหนึ่งใน Specification ไม่ใช่ Specification ทั้งหมด

นี่เป็นหลักสำคัญมากสำหรับฝ่ายจัดซื้อโครงการ

 

SPC Project Grade คืออะไร?

     คำว่า Project Grade หรือ “เกรดโครงการ” มักใช้เพื่ออธิบายสินค้าที่ถูกจัดวาง Specification และต้นทุนให้เหมาะกับการใช้งานในโครงการที่ต้องสั่งซื้อจำนวนมาก

ตัวอย่างโครงการ เช่น

  • บ้านจัดสรร
  • คอนโดมิเนียม
  • โรงแรม
  • รีสอร์ต
  • อพาร์ตเมนต์
  • สำนักงาน
  • ร้านค้า
  • โรงเรียน
  • อาคารพาณิชย์
  • โครงการ Renovation
  • งาน Fit-out
  • งาน Interior

สิ่งที่ทำให้ Project Grade มีความน่าสนใจคือการบริหาร Cost per Square Meter ให้เหมาะสมกับจำนวนพื้นที่ที่ต้องใช้

เพราะโครงการ 500 ตารางเมตร กับโครงการ 50,000 ตารางเมตร มีโจทย์ทางการจัดซื้อแตกต่างกันมาก

เจ้าของบ้านอาจมองว่า

“ฉันต้องการพื้นที่ดีที่สุดสำหรับบ้านของฉัน”

แต่ฝ่ายจัดซื้อโครงการอาจต้องมองว่า

“ฉันต้องจัดซื้อพื้นให้ได้มาตรฐานเดียวกันหลายพันตารางเมตร และต้องควบคุมต้นทุนให้โครงการเดินต่อได้”

ดังนั้น Project Grade ไม่ควรถูกตีความง่าย ๆ ว่าเป็น “ของถูก” หรือ “ของคุณภาพต่ำ”

สิ่งที่ควรถามคือ

Project Grade รุ่นนั้นมี Technical Specification อะไร?

 

ความแตกต่างที่สำคัญที่สุดระหว่าง SPC Virgin และ SPC Project Grade

การเปรียบเทียบที่มีประโยชน์ควรแบ่งออกเป็น 8 ด้าน

  1. วัตถุดิบ
  2. โครงสร้าง Core
  3. ความหนา
  4. Wear Layer
  5. ระบบ Click Lock
  6. ความสม่ำเสมอของสินค้า
  7. ต้นทุน
  8. ความเหมาะสมกับประเภทโครงการ

 

1. วัตถุดิบของ SPC Virgin vs Project Grade

คำว่า Virgin ให้ความสำคัญกับประเภทวัตถุดิบตาม Specification ของผู้ผลิต

แต่คำว่า Project Grade ให้ความสำคัญกับการกำหนด Specification ให้เหมาะกับงานโครงการ

ดังนั้นไม่ควรเปรียบเทียบเพียง

Virgin = ดี
Project = ถูก

เพราะเป็นการเปรียบเทียบที่ง่ายเกินไป

ตัวอย่างเช่น Project Grade รุ่นหนึ่งอาจมี

  • ความหนา 5 มม.
  • Wear Layer ตามข้อกำหนด
  • Click Lock ตามมาตรฐานของรุ่น
  • Core Density ตาม Specification
  • สีและลายที่กำหนด
  • Packaging สำหรับโครงการ

และสามารถตอบโจทย์บ้านจัดสรรจำนวนมากได้อย่างเหมาะสม

ขณะที่ Virgin รุ่นหนึ่งอาจมีความหนาเพียง 4 มม. แต่ใช้วัตถุดิบตาม Specification ของรุ่น

ดังนั้นการตัดสินใจต้องดู “ทั้งชุด”

2. Core ของพื้น SPC สำคัญกว่าชื่อเกรด

Core คือส่วนสำคัญของพื้น SPC เพราะเป็นแกนกลางที่ช่วยให้แผ่นมีความแข็งและคงรูป

การดูเฉพาะคำว่า Virgin หรือ Project Grade อาจไม่เพียงพอ

ควรถาม Supplier ว่า

  • Core เป็นประเภทใด?
  • มี Density เท่าไร?
  • ค่าความคลาดเคลื่อนเท่าไร?
  • มีผลทดสอบหรือเอกสาร Specification หรือไม่?
  • Core มีความสม่ำเสมอหรือไม่?
  • มีมาตรฐานควบคุมอย่างไร?

สำหรับโครงการขนาดใหญ่ จุดนี้สำคัญมาก

เพราะพื้นหลายพันหรือหลายหมื่นตารางเมตรจะต้องผ่านการผลิต ติดตั้ง และใช้งานในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย

3. ความหนา SPC ไม่ได้เท่ากับคุณภาพเสมอไป

พื้น SPC ที่มีขายในตลาดมีหลายความหนา

เช่น

  • 4 มม.
  • 5 มม.
  • 5.5 มม.
  • 6 มม.
  • 6.5 มม.

Enoch มีข้อมูลรุ่น Virgin 4 มม. ที่ติดตั้งได้ประมาณ 2.855 ตร.ม./กล่อง รวมถึงรุ่น Virgin 5.5 มม. ที่ประมาณ 2.6352 ตร.ม./กล่อง และรุ่น Virgin 6.5 มม. ที่ประมาณ 2.196 ตร.ม./กล่อง

ความหนาที่เพิ่มขึ้นอาจช่วยในเรื่องโครงสร้างโดยรวม แต่ไม่ได้หมายความว่า

“ยิ่งหนา = ดีกว่าทุกกรณี”

เพราะยังต้องพิจารณาพื้นเดิมด้วย

หากพื้นเดิมไม่เรียบมากพอ ต่อให้เลือก SPC หนา ก็ไม่ได้แก้ปัญหาพื้นเดิมทั้งหมด

4. Wear Layer สำคัญอย่างไร?

Wear Layer คือชั้นผิวที่มีหน้าที่ช่วยรับการใช้งานและการสึกหรอ

สำหรับการเลือกพื้น SPC จึงควรถามว่า

“Wear Layer หนาเท่าไร?”

ไม่ใช่ถามเพียงว่า

“เป็น Virgin หรือ Project Grade?”

ตัวอย่างเช่น Enoch รุ่น Virgin 6.5 มม. ที่แสดงบนเว็บไซต์ระบุ Wear Layer 0.3 มม.

อย่างไรก็ตาม Wear Layer ไม่ควรถูกดูแยกจากองค์ประกอบอื่น

เพราะพื้นใน

  • ห้องนอน
  • บ้านพักอาศัย
  • ร้านค้า
  • สำนักงาน
  • โรงแรม
  • โครงการบ้านจัดสรร

มีรูปแบบการใช้งานไม่เหมือนกัน

5. Click Lock ต้องดูอะไร?

พื้น SPC จำนวนมากใช้ระบบ Click Lock เพื่อเชื่อมแผ่นเข้าด้วยกัน

ข้อดีคือสามารถติดตั้งแบบ Floating Floor ได้ตามระบบของผลิตภัณฑ์ และไม่จำเป็นต้องใช้กาวในบางรุ่น

แต่ Click Lock ไม่ได้มีเพียงคำว่า

“มี Click Lock”

ควรดูด้วยว่า

  • รูปแบบ Click Lock เป็นแบบใด
  • ความแน่นของรอยต่อ
  • ความแม่นยำของ Dimension
  • Tolerance
  • การประกอบจริง
  • วิธีติดตั้ง
  • เงื่อนไขพื้นเดิม
  • ข้อกำหนด Expansion Gap

พื้น SPC ของ Enoch หลายรุ่นใช้ระบบ Click Lock เช่นรุ่น Virgin 4, 5.5 และ 6.5 มม.

6. สีและลายไม่ได้ขึ้นอยู่กับคำว่า Virgin หรือ Project Grade

เรื่องนี้สำคัญมากสำหรับงานโครงการ

พื้น SPC มี Decorative Film ซึ่งเป็นส่วนที่ผู้ใช้มองเห็นเป็นลายไม้

แม้เป็นรุ่นเดียวกัน แต่การผลิตต่าง Production Lot อาจทำให้เกิดความแตกต่างของเฉดสีหรือลักษณะผิวในระดับหนึ่งได้

เว็บไซต์ Enoch เองให้ความสำคัญกับการควบคุม Product Code, Color, Thickness, Wear Layer และ Lot สำหรับงานโครงการ

ดังนั้นในการสั่งซื้อโครงการไม่ควรเขียนเพียง

“พื้น SPC สี Oak จำนวน 10,000 ตร.ม.”

แต่ควรระบุ

Brand + Product Code + Color + Thickness + Wear Layer + Underlay + Size + Lot/Batch

7. ราคา SPC Virgin vs Project Grade

ราคาเป็นปัจจัยสำคัญ แต่ไม่ควรเปรียบเทียบโดยใช้ “บาทต่อตารางเมตร” เพียงตัวเดียว

ตัวอย่างข้อมูลบนเครื่องคำนวณ Enoch ปัจจุบันแสดงราคาอ้างอิง เช่น

รุ่นความหนาพื้นที่/กล่องราคาอ้างอิง
NBL Premium5 มม.1.7568 ตร.ม.330 บาท/ตร.ม.
Elite Prime4 มม.2.855 ตร.ม.290 บาท/ตร.ม.
Virgin 4 mm4 มม.2.855 ตร.ม.280 บาท/ตร.ม.
Virgin 5.5 mm5.5 มม.2.6352 ตร.ม.305 บาท/ตร.ม.
Virgin 6.5 mm6.5 มม.2.196 ตร.ม.365 บาท/ตร.ม.

เว็บไซต์ระบุว่าราคาอ้างอิงดังกล่าวเป็นข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม 2569 ดังนั้นราคาจริงควรสอบถามก่อนสั่งซื้อ

จุดนี้แสดงให้เห็นว่า

คำว่า Virgin ไม่ได้หมายความว่าราคาจะสูงกว่าเสมอไป

เพราะราคาขึ้นอยู่กับ

  • รุ่น
  • ความหนา
  • โครงสร้าง
  • Foam
  • ขนาดแผ่น
  • จำนวนต่อกล่อง
  • ต้นทุนการผลิต
  • จำนวนสั่งซื้อ
  • โปรโมชั่น
  • เงื่อนไขโครงการ

 

ตารางเปรียบเทียบ SPC Virgin vs SPC Project Grade

หัวข้อSPC VirginSPC Project Grade
แนวคิดเน้นวัตถุดิบ Virgin ตาม Specificationเน้นความเหมาะสมสำหรับงานโครงการ
จุดเด่นมีจุดขายด้านวัตถุดิบบริหารงบประมาณและปริมาณได้ดี
ความหนามีหลายระดับมีหลายระดับ
Wear Layerต้องดูแต่ละรุ่นต้องดูแต่ละรุ่น
Densityต้องสอบถามต้องสอบถาม
Click Lockต้องดูรุ่นต้องดูรุ่น
สีดู Product Code + Lotดู Product Code + Lot
ราคาต่อ ตร.ม.ขึ้นกับรุ่นขึ้นกับรุ่นและปริมาณ
งานบ้านเหมาะเหมาะ หาก Specification ตรง
งานโครงการเหมาะเหมาะโดยเฉพาะงานที่ต้องควบคุมต้นทุน
งานโรงแรมเลือกได้ตาม Specificationเลือกได้ตาม Specification
งานสำนักงานเลือกได้ตามการใช้งานเลือกได้ตามการใช้งาน
สิ่งที่ต้องตรวจTechnical SpecificationTechnical Specification

 

แล้ว SPC Virgin เหมาะกับใคร?

SPC Virgin เหมาะสำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับ Specification ของวัตถุดิบ และต้องการเลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุประเภทวัตถุดิบชัดเจน

ตัวอย่างการใช้งาน

1. บ้านพักอาศัยระยะยาว

เหมาะกับเจ้าของบ้านที่ต้องการลงทุนกับวัสดุพื้นและวางแผนใช้งานระยะยาว

2. บ้านที่ต้องการภาพลักษณ์ Premium

หาก Interior Design ให้ความสำคัญกับลายไม้ ผิวสัมผัส และรายละเอียดของพื้น สามารถเลือกกลุ่ม Virgin ที่ตรงกับ Design Concept

3. งาน Renovation

โดยเฉพาะการรีโนเวทบ้าน คอนโด ห้องพัก หรือสำนักงานที่ต้องการปรับภาพลักษณ์โดยไม่ต้องเปลี่ยนโครงสร้างพื้นทั้งหมด

4. โครงการที่ต้องการ Specification สูง

Virgin ไม่ได้จำกัดเฉพาะบ้าน เพราะสามารถนำไปใช้กับงานโครงการได้เช่นกัน หากรุ่นนั้นมี Specification ตรงตาม TOR หรือ Material Specification

 

แล้ว SPC Project Grade เหมาะกับใคร?

Project Grade เหมาะกับงานที่ต้องการควบคุม

คุณภาพ + ปริมาณ + งบประมาณ + Supply

พร้อมกัน

เช่น

  • บ้านจัดสรร
  • คอนโดมิเนียม
  • โรงแรม
  • รีสอร์ต
  • อพาร์ตเมนต์
  • สำนักงาน
  • ร้านค้า
  • อาคารเช่า
  • งาน Fit-out
  • งาน Renovation จำนวนมาก

สำหรับโครงการ 100 หลัง หากแต่ละหลังใช้พื้น 100 ตร.ม. จะต้องใช้พื้นประมาณ

10,000 ตร.ม.

ดังนั้นความแตกต่างเพียง 20 บาท/ตร.ม. จะเท่ากับ

200,000 บาท

นี่คือเหตุผลที่ฝ่ายจัดซื้อโครงการไม่สามารถเลือกวัสดุด้วยคำว่า “Premium” เพียงอย่างเดียว

ต้องดู Total Project Cost ด้วย

 

ตัวอย่างการตัดสินใจ: บ้าน 120 ตร.ม.

สมมติบ้านหนึ่งหลังมีพื้นที่พื้น SPC

120 ตร.ม.

หากเลือก SPC ราคา

280 บาท/ตร.ม.

ค่าวัสดุพื้นโดยประมาณ

120 × 280 = 33,600 บาท

หากเลือก SPC

365 บาท/ตร.ม.

120 × 365 = 43,800 บาท

ส่วนต่าง

10,200 บาท

แต่การตัดสินใจไม่ได้จบเพียงว่า 33,600 บาทถูกกว่า 43,800 บาท

ต้องถามต่อว่า

  • รุ่นไหนหนากว่า?
  • Wear Layer ต่างกันหรือไม่?
  • มี Foam หรือไม่?
  • พื้นที่ติดตั้งมีลักษณะอย่างไร?
  • ต้องการความสบายในการเดินระดับไหน?
  • Warranty ต่างกันหรือไม่?
  • มีสินค้าสำรองหรือไม่?

นี่คือวิธีคิดแบบมืออาชีพ

 

ตัวอย่างการตัดสินใจ: โครงการ 5,000 ตร.ม.

สมมติ

Option A

ราคา 280 บาท/ตร.ม.

5,000 × 280 = 1,400,000 บาท

Option B

ราคา 305 บาท/ตร.ม.

5,000 × 305 = 1,525,000 บาท

ส่วนต่าง

125,000 บาท

ในมุม Procurement ต้องถามว่า

Specification ที่เพิ่มขึ้นคุ้มกับส่วนต่าง 125,000 บาทหรือไม่?

หาก Option B มีข้อดีด้าน Specification ที่โครงการต้องการ ก็อาจมีเหตุผลในการเลือก

แต่หาก Specification ไม่แตกต่างในประเด็นสำคัญสำหรับพื้นที่นั้น การเลือก Option A อาจทำให้บริหารงบประมาณได้ง่ายกว่า

นี่คือแนวคิด Specification-Based Procurement

ไม่ใช่

Price-Based Procurement

 

ทำไมการเลือก SPC สำหรับโครงการต้องดูมากกว่า “Virgin vs Project Grade”

เพราะโครงการมีความเสี่ยงหลายด้าน

1. ความเสี่ยงด้านต้นทุน

ราคาต่อ ตร.ม. ต่างกันเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อคูณหลายพันหรือหลายหมื่นตารางเมตร ส่วนต่างอาจสูงมาก

2. ความเสี่ยงด้าน Stock

สินค้าต้องมีจำนวนเพียงพอ

3. ความเสี่ยงด้าน Lot

สีและผิวต้องมีความสม่ำเสมอ

4. ความเสี่ยงด้าน Installation

ต้องมีวิธีติดตั้งที่ชัดเจน

5. ความเสี่ยงด้าน Warranty

ต้องรู้ว่าใครรับผิดชอบเมื่อเกิดปัญหา

6. ความเสี่ยงด้าน After Sales

ต้องมีสินค้า Spare หรือแนวทางจัดหาสินค้าในอนาคต

Enoch แนะนำให้โครงการจัดเก็บข้อมูล Product Code, Color, Lot, Supplier และวันที่ติดตั้ง เพื่อรองรับงานซ่อมในอนาคต

 

SPC Virgin เหมาะกับบ้านมากกว่า Project Grade จริงหรือ?

ไม่จำเป็น

นี่เป็นความเข้าใจที่ควรแก้ไข

ทั้ง Virgin และ Project Grade สามารถนำมาใช้กับบ้านได้ หาก Specification เหมาะสม

ตัวอย่าง

บ้านพักอาศัย 150 ตร.ม.

เจ้าของบ้านมีงบประมาณจำกัด

หาก Project Grade มี

  • ความหนาเหมาะสม
  • Wear Layer เหมาะสม
  • Click Lock ได้มาตรฐาน
  • สีตรงตาม Design
  • Warranty ชัดเจน
  • Supplier มีบริการหลังการขาย

ก็สามารถเป็นตัวเลือกสำหรับบ้านได้

ในทางกลับกัน หากโครงการต้องการพื้น Specification สูงมาก ก็สามารถเลือก Virgin ได้

ดังนั้น

เกรดไม่ได้กำหนดประเภทอาคารเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดู Specification และ Requirement ของพื้นที่

 

SPC Project Grade เหมาะกับโครงการใหญ่เสมอหรือไม่?

ก็ไม่เสมอไป

โครงการที่ต้องการภาพลักษณ์ Luxury เช่น

  • Luxury Residence
  • Boutique Hotel
  • Premium Villa
  • High-End Office

อาจกำหนด Specification สูงกว่าโครงการทั่วไป

ดังนั้นฝ่าย Architect หรือ Interior Designer อาจเลือก SPC Virgin ที่มี Specification ตรงตาม Design Intent

ในทางกลับกัน โครงการ Mass Housing ที่มีจำนวนหลายร้อยยูนิตอาจให้ความสำคัญกับ

  • ราคาต่อ ตร.ม.
  • Supply Continuity
  • สี
  • Lot
  • Installation
  • Warranty

มากกว่าเรื่อง Premium Branding

 

วิธีเลือก SPC Virgin vs Project Grade สำหรับบ้าน

ให้พิจารณา 7 ข้อ

1. พื้นที่ใช้งาน

ห้องนอนกับพื้นที่ Commercial มีลักษณะการใช้งานต่างกัน

2. จำนวนสมาชิก

บ้านที่มีผู้อยู่อาศัยหลายคนอาจมี Traffic สูง

3. สัตว์เลี้ยง

ควรพิจารณารอยขีดข่วนและการดูแลรักษา

4. เฟอร์นิเจอร์

ต้องดูน้ำหนักและวิธีวางเฟอร์นิเจอร์

5. พื้นเดิม

สำคัญมากสำหรับงาน Renovation

6. งบประมาณ

กำหนด Total Budget ก่อน

7. อายุการใช้งานที่ต้องการ

หากต้องการใช้งานระยะยาว ควรให้ความสำคัญกับ Specification มากขึ้น

 

วิธีเลือก SPC สำหรับบ้านจัดสรร

สำหรับบ้านจัดสรรควรเริ่มจาก

BOQ → Specification → Sample → Cost → Supply → Lot → QC → Installation

ไม่ใช่

ราคา → สั่งซื้อ

ตัวอย่าง Specification

SPC Flooring
Product Code: ______
Color: ______
Thickness: ______
Wear Layer: ______
Core: ______
Surface: ______
Underlay: ______
Size: ______
Area/Box: ______
Click Lock: ______
Warranty: ______
Lot/Batch: ______

แนวทางนี้สอดคล้องกับหลักการจัดทำ Spec สำหรับงานโครงการที่ Enoch แนะนำบนเว็บไซต์

 

บ้านจัดสรร 50–500 หลังควรเลือก SPC อย่างไร?

เมื่อจำนวนบ้านเพิ่มขึ้น ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ “พื้นรุ่นไหนดี” อย่างเดียว

แต่กลายเป็น

จะทำอย่างไรให้พื้นทุกหลังมีมาตรฐานเดียวกัน?

ต้องควบคุม

  • Product Code
  • Color Code
  • Thickness
  • Wear Layer
  • Lot
  • Quantity
  • Delivery
  • Storage
  • Installation
  • Spare Stock

โดยเฉพาะ Production Lot

เพราะหากสั่งซื้อแบบทยอยตามความคืบหน้า อาจเกิดสถานการณ์

เฟส 1 = Lot A

เฟส 2 = Lot B

เฟส 3 = Lot C

แม้เป็นรหัสสีเดียวกันทั้งหมด

Enoch มีบทความเกี่ยวกับการวางแผนพื้น SPC สำหรับบ้านจัดสรรหลายยูนิต โดยเน้นการวางแผน Lot และการจัดสรรสินค้าเป็นโซนเพื่อควบคุมความสม่ำเสมอ

 

วิธีเลือก SPC สำหรับคอนโดมิเนียม

คอนโดมิเนียมมีลักษณะเฉพาะ เช่น

  • จำนวนห้องมาก
  • พื้นที่แต่ละห้องใกล้เคียงกัน
  • ติดตั้งหลายเฟส
  • ต้องส่งมอบตามกำหนด
  • ต้องมี Spare
  • ต้องควบคุมสี

ดังนั้นฝ่ายจัดซื้อควรพิจารณา

1. ความต่อเนื่องของ Supply

Supplier สามารถจัดหาสินค้าได้ต่อเนื่องหรือไม่?

2. Lot Control

สามารถระบุ Lot ได้หรือไม่?

3. Specification Lock

สามารถล็อก Specification ได้หรือไม่?

4. Spare

สามารถเก็บสินค้าสำรองได้หรือไม่?

5. Warranty

รับประกันอย่างไร?

 

SPC สำหรับโรงแรมควรเลือก Virgin หรือ Project Grade?

โรงแรมมีพื้นที่หลายประเภท

  • Guest Room
  • Corridor
  • Lobby
  • Office
  • Meeting Room
  • Restaurant
  • Service Area

จึงไม่จำเป็นต้องใช้ SPC รุ่นเดียวกันทุกพื้นที่เสมอไป

ตัวอย่าง

Guest Room

อาจเน้นความสวยงามและความสบาย

Corridor

อาจต้องพิจารณา Traffic สูง

Restaurant

ต้องพิจารณาคราบและการทำความสะอาด

Office

ต้องพิจารณาการใช้งานต่อเนื่อง

ดังนั้นการเลือก SPC ควรทำเป็น Zone Specification

 

SPC สำหรับสำนักงาน

สำนักงานมี

  • เก้าอี้ล้อเลื่อน
  • โต๊ะ
  • ตู้เอกสาร
  • คนเดินผ่านจำนวนมาก
  • การเคลื่อนย้ายเฟอร์นิเจอร์

จึงควรตรวจสอบ

  • Wear Layer
  • Surface
  • Scratch Resistance ตามเอกสารของผู้ผลิต
  • Click Lock
  • ความเรียบของพื้นเดิม
  • วิธีติดตั้ง

อย่าดูแค่

“Virgin หรือ Project Grade?”

 

SPC สำหรับงานรีโนเวทบ้าน

สำหรับงาน Renovation คำถามแรกไม่ควรเป็น

“เอา Virgin หรือ Project Grade?”

แต่ควรถาม

“พื้นเดิมเป็นอย่างไร?”

เพราะพื้น SPC ที่ดีต้องติดตั้งบนพื้นเดิมที่เหมาะสม

ควรตรวจ

  • ความเรียบ
  • ความสะอาด
  • ความชื้น
  • ความแข็งแรง
  • ระดับพื้น
  • รอยแตกร้าว
  • สิ่งสกปรก
  • วัสดุเดิม

การติดตั้ง SPC บนพื้นเดิมที่มีปัญหาอาจทำให้เกิดปัญหาหลังติดตั้งได้ แม้ตัววัสดุจะมี Specification ที่ดี

 

SPC Virgin vs Project Grade: จุดไหนที่ต้องระวังเป็นพิเศษ?

อย่าดูคำว่า Virgin อย่างเดียว

Virgin ไม่ได้ตอบคำถามทุกข้อ

ต้องถาม

Thickness เท่าไร?

Wear Layer เท่าไร?

Core เป็นอย่างไร?

Density เท่าไร?

Click Lock แบบไหน?

มี Foam หรือไม่?

Warranty เท่าไร?

 

อย่าดูคำว่า Project Grade อย่างเดียว

Project Grade ก็ไม่ได้หมายความว่า

“คุณภาพต่ำ”

เพราะ Project Grade เป็นแนวคิดการจัด Specification ให้เหมาะกับงานโครงการ

จึงต้องขอ Technical Data Sheet และ Sample ก่อน

 

12 คำถามที่ควรถาม Supplier ก่อนซื้อ SPC

1. เป็น Virgin หรือ Project Grade?

2. Core มี Specification อย่างไร?

3. ความหนารวมเท่าไร?

4. Wear Layer เท่าไร?

5. มี Foam ในตัวหรือไม่?

6. ขนาดแผ่นเท่าไร?

7. หนึ่งกล่องมีกี่ตารางเมตร?

8. Click Lock ระบบอะไร?

9. มี Warranty หรือไม่?

10. สีเดียวกันสามารถล็อก Lot ได้หรือไม่?

11. ถ้าซื้อเพิ่มในอนาคตจะหา Lot เดิมได้หรือไม่?

12. มีบริการประเมินปริมาณและเสนอราคาสำหรับโครงการหรือไม่?

 

วิธีเปรียบเทียบใบเสนอราคา SPC แบบมืออาชีพ

อย่าเปรียบเทียบแบบนี้

Supplierราคา
A250
B280
C300

แล้วสรุปว่า A ถูกที่สุด

ควรทำตาราง

SpecificationSupplier ASupplier BSupplier C
Grade   
Core   
Thickness   
Wear Layer   
Density   
Size   
Click Lock   
Underlay   
Area/Box   
Warranty   
Lot Control   
Lead Time   
Spare Stock   
ราคา/ตร.ม.   

นี่จะทำให้การจัดซื้อเป็นการเปรียบเทียบแบบ Like-for-Like

 

ทำไม “ราคาต่อกล่อง” อาจทำให้เข้าใจผิด?

เพราะแต่ละรุ่นมีพื้นที่ต่อกล่องไม่เท่ากัน

ตัวอย่างข้อมูล Enoch

  • NBL Premium = 1.7568 ตร.ม./กล่อง
  • Elite Prime = 2.855 ตร.ม./กล่อง
  • Virgin 4 mm = 2.855 ตร.ม./กล่อง
  • Virgin 5.5 mm = 2.6352 ตร.ม./กล่อง
  • Virgin 6.5 mm = 2.196 ตร.ม./กล่อง

ดังนั้นควรเปรียบเทียบ

บาท/ตร.ม.

ไม่ใช่เพียง

บาท/กล่อง

 

การคำนวณต้นทุนจริงของ SPC

สูตรพื้นฐาน

ต้นทุนวัสดุ = พื้นที่ใช้งาน × ราคาต่อ ตร.ม.

แต่ต้นทุนโครงการจริงอาจต้องรวม

  • พื้น SPC
  • ค่าขนส่ง
  • ค่าแรงติดตั้ง
  • วัสดุรองพื้น
  • บัว
  • T-Molding
  • Reducer
  • ค่าเตรียมพื้น
  • ค่าเสียหาย
  • ค่า Waste
  • Stock สำรอง

ดังนั้น

Total Installed Cost

สำคัญกว่า

Material Cost

เพียงอย่างเดียว

 

Waste ของพื้น SPC ต้องคิดเท่าไร?

ขึ้นอยู่กับ

  • รูปทรงห้อง
  • วิธีปู
  • ลาย
  • ขนาดแผ่น
  • จำนวนห้อง
  • จำนวนมุม
  • การตัด
  • Pattern

ห้องสี่เหลี่ยมเรียบง่ายอาจมี Waste ต่ำกว่าโครงการที่มีพื้นที่ซับซ้อน

จึงไม่ควรกำหนดค่า Waste แบบตายตัวทุกโครงการ

ควรถอดจาก Floor Plan จริง

 

ทำไมการสั่ง SPC เผื่อจึงสำคัญ?

สมมติพื้นที่จริง

1,000 ตร.ม.

ถ้าสั่งพอดี 1,000 ตร.ม.

อาจเกิดปัญหา

  • ตัดเสีย
  • กล่องเสียหาย
  • แผ่นเสีย
  • หน้างานเปลี่ยนแบบ
  • ซ่อมภายหลัง

ดังนั้นควรมี Reserve ตามความเหมาะสม

แต่ไม่ควรเผื่อมากจนกลายเป็น Dead Stock

 

Project Grade ช่วยบริหารต้นทุนได้อย่างไร?

สมมติ Project A

พื้นที่ 20,000 ตร.ม.

หากลดต้นทุนได้

10 บาท/ตร.ม.

จะประหยัด

200,000 บาท

หากลดได้

20 บาท/ตร.ม.

จะประหยัด

400,000 บาท

ดังนั้น Project Grade สามารถเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารต้นทุนโครงการ

แต่ต้องอยู่ภายใต้ Specification ที่ยอมรับได้

 

ทำไมการลดราคามากเกินไปจึงไม่ใช่คำตอบเสมอไป?

เพราะต้นทุนวัสดุเป็นเพียงส่วนหนึ่งของต้นทุนทั้งหมด

หากเลือกสินค้าราคาต่ำ แต่เกิดปัญหา

  • Click Lock เสียหาย
  • แผ่นเสีย
  • สีไม่ตรง
  • ของขาด
  • ติดตั้งไม่ได้
  • ต้องรื้อ
  • ต้องซื้อใหม่

ต้นทุนจริงอาจสูงกว่า

ดังนั้นควรคิด

Total Cost of Ownership

 

SPC Virgin vs Project Grade กับงาน B2B

สำหรับผู้รับเหมาและ Developer การเลือกพื้น SPC ควรคิดแบบ B2B

มี 5 เรื่อง

Product

สินค้าเป็นอย่างไร?

Price

ราคาเหมาะสมหรือไม่?

Supply

ส่งสินค้าได้ตามแผนหรือไม่?

Standard

Specification คงที่หรือไม่?

Service

Supplier สนับสนุนโครงการได้มากแค่ไหน?

นี่คือสิ่งที่ทำให้การซื้อ SPC จำนวนมากแตกต่างจากการซื้อปลีก

 

Checklist สำหรับผู้รับเหมา

ก่อนสั่ง SPC ให้ตรวจ

☐ Product Code
☐ Color Code
☐ Thickness
☐ Wear Layer
☐ Core
☐ Density
☐ Size
☐ Click Lock
☐ Underlay
☐ Area/Box
☐ Lot
☐ Warranty
☐ Delivery
☐ Spare
☐ Installation Manual

 

Checklist สำหรับ Architect / Interior Designer

Architect และ Interior Designer ควรกำหนดอย่างน้อย

Material

SPC Flooring

Thickness

เช่น 5.5 mm

Wear Layer

ระบุค่าที่ต้องการ

Surface

Wood Texture / Embossed / Matt ฯลฯ ตาม Product

Color

ระบุ Code

Size

ระบุ Dimension

Installation

Click Lock

Underlay

ระบุว่าต้องมีหรือไม่

Lot

กำหนด Lot Control สำหรับโครงการ

 

Checklist สำหรับ Developer

Developer ควรดู 6 เรื่อง

  1. Standard
  2. Cost
  3. Supply
  4. QC
  5. Warranty
  6. After Sales

และควรกำหนด Material Master

เพื่อป้องกันการเปลี่ยนรุ่นระหว่างโครงการโดยไม่ได้รับอนุมัติ

 

Material Master สำหรับพื้น SPC คืออะไร?

Material Master คือข้อมูลกลางที่ใช้ควบคุมวัสดุ

ตัวอย่าง

Product Code: YN816
Color: Buttered Oak
Grade: Virgin
Thickness: 5.5 mm
Size: 1220 × 180 mm
Area/Box: 2.6352 sq.m.
Click Lock: Yes
Underlay: IXPE
Wear Layer: ตาม Technical Specification
Warranty: 1 Year
Supplier: Enoch Flooring Thailand

ตัวอย่างข้อมูลรุ่น YN816 บนเว็บไซต์ Enoch ระบุ 5.5 มม., 12 แผ่น/กล่อง, 2.6352 ตร.ม./กล่อง และราคาอ้างอิง 305 บาท/ตร.ม.

 

ทำไมต้องเก็บตัวอย่าง Master Sample?

ก่อนสั่งผลิตหรือสั่งซื้อจำนวนมาก ควรเก็บ

Approved Master Sample

ไว้หนึ่งชุด

เพื่อนำมาใช้เทียบ

  • สี
  • ลาย
  • Texture
  • Gloss
  • Surface
  • Dimension

โดยเฉพาะโครงการที่ติดตั้งหลายเดือน

 

ถ้าสินค้าสีเดียวกันแต่คนละ Lot ทำอย่างไร?

อย่ารีบนำมาปูรวมกัน

ควร

  1. ตรวจสินค้า
  2. เทียบ Master Sample
  3. เทียบ Lot
  4. ทดลองวาง
  5. ถ่ายภาพบันทึก
  6. ให้ Project Manager / Designer อนุมัติ

ถ้าความแตกต่างเห็นได้ชัด ควรแยกพื้นที่ติดตั้ง

แนวทาง Lot Control มีความสำคัญกับโครงการที่มีการสั่งซื้อหลายเฟส

 

การแบ่ง Lot แบบมืออาชีพ

หากโครงการต้องใช้หลาย Lot

ไม่ควรแบ่งแบบสุ่ม

ควรใช้

Lot Zoning

เช่น

  • Zone A = Lot A
  • Zone B = Lot B
  • Zone C = Lot C

เพื่อไม่ให้พื้นคนละ Lot ถูกผสมในห้องเดียวกัน

 

ทำไม SPC Virgin ไม่ได้หมายความว่า “ดีที่สุด”?

เพราะคำว่า “ดีที่สุด” ต้องขึ้นอยู่กับโจทย์

หากบ้านมีงบประมาณ

500,000 บาท

การเลือกพื้นราคาแพงมากอาจทำให้ต้องลดงบในส่วนอื่น

แต่หากเป็นโรงแรม Premium ที่ต้องการภาพลักษณ์เฉพาะ การเพิ่มงบพื้นอาจเป็นหนึ่งใน Requirement ของ Design

ดังนั้น

ดีที่สุด = เหมาะสมกับ Requirement

ไม่ใช่

แพงที่สุด

 

ทำไม Project Grade ไม่ได้หมายความว่า “คุณภาพต่ำ”?

เพราะคำว่า Project Grade สามารถหมายถึง

Specification ที่ออกแบบมาให้ตอบโจทย์งานโครงการ

งานโครงการมีข้อจำกัดด้าน

  • งบประมาณ
  • ปริมาณ
  • ระยะเวลาส่ง
  • Stock
  • Installation
  • Maintenance

ดังนั้นการออกแบบสินค้าให้เหมาะกับโครงการจึงเป็นเรื่องปกติ

สิ่งที่ต้องตรวจคือ

“Project Grade รุ่นนี้มี Specification อะไร?”

 

แล้ว Enoch Flooring Thailand เหมาะกับงานแบบไหน?

Enoch Flooring Thailand มีสินค้าพื้น SPC หลายรุ่นและหลายระดับความหนา โดยเว็บไซต์มีทั้งรุ่น NBL, Elite Prime และกลุ่ม Virgin รวมถึงรุ่น Virgin 4, 5.5 และ 6.5 มม.

ตัวอย่างกลุ่ม Virgin

Virgin 4 mm

เหมาะสำหรับงานที่ต้องการควบคุมระดับพื้นและงบประมาณ โดยต้องพิจารณาพื้นเดิมและลักษณะการใช้งานร่วมด้วย

เว็บไซต์ Enoch ระบุรุ่น Virgin 4 มม. ที่ขนาด 1220 × 180 มม. และประมาณ 2.855 ตร.ม./กล่อง

Virgin 5.5 mm

เหมาะกับผู้ที่ต้องการเพิ่มระดับโครงสร้างจาก 4 มม. และมีรุ่นที่มาพร้อม IXPE ในตัว

ตัวอย่าง YN816 มีความหนา 5.5 มม. และพื้นที่ประมาณ 2.6352 ตร.ม./กล่อง

Virgin 6.5 mm

เหมาะกับงานที่ต้องการความหนารวมมากขึ้น และบางรุ่นมี IXPE Foam Underlayment ในตัว

ตัวอย่าง YN801 และ YN803 มีความหนา 6.5 มม. ขนาด 1220 × 180 มม. และติดตั้งได้ประมาณ 2.196 ตร.ม./กล่อง

 

เลือก SPC จาก “พื้นที่” ไม่ใช่เลือกจาก “ชื่อเกรด”

นี่คือหลักสำคัญ

ห้องนอน

ให้ความสำคัญกับ

  • ความสวยงาม
  • ความสบาย
  • สี
  • Texture
  • ความหนาที่เหมาะสม

ห้องนั่งเล่น

ให้ความสำคัญกับ

  • Traffic
  • Wear Layer
  • Scratch
  • Furniture

สำนักงาน

ให้ความสำคัญกับ

  • Traffic
  • Chair
  • Wear Layer
  • Maintenance

โรงแรม

ให้ความสำคัญกับ

  • Design
  • Traffic
  • Maintenance
  • Supply
  • Spare

บ้านจัดสรร

ให้ความสำคัญกับ

  • Cost
  • Standard
  • Lot
  • Supply
  • Installation
  • Warranty

 

10 ข้อผิดพลาดที่มักเกิดขึ้นในการเลือก SPC

ข้อผิดพลาดที่ 1: เลือกจากราคาถูกที่สุด

ราคาถูกไม่ได้แปลว่าต้นทุนรวมต่ำที่สุด

ข้อผิดพลาดที่ 2: เลือกจากคำว่า Virgin อย่างเดียว

ต้องดู Specification อื่นด้วย

ข้อผิดพลาดที่ 3: คิดว่า Project Grade = คุณภาพต่ำ

ต้องดู Technical Data

ข้อผิดพลาดที่ 4: ดูแต่ความหนา

ต้องดู Wear Layer และ Core

ข้อผิดพลาดที่ 5: ไม่ดู Lot

งานโครงการอาจมีปัญหาเรื่องสี

ข้อผิดพลาดที่ 6: สั่งสินค้าไม่พอ

อาจเกิดปัญหาตอนติดตั้ง

ข้อผิดพลาดที่ 7: ไม่เก็บ Spare

เมื่อซ่อมในอนาคตอาจหาสีเดิมไม่ได้

ข้อผิดพลาดที่ 8: ไม่ตรวจพื้นเดิม

ทำให้เกิดปัญหาหลังติดตั้ง

ข้อผิดพลาดที่ 9: เปลี่ยนรุ่นกลางโครงการ

ทำให้ Specification ไม่เหมือนเดิม

ข้อผิดพลาดที่ 10: เปรียบเทียบสินค้าคนละ Specification

ทำให้ตัดสินใจผิด

 

วิธีสั่งพื้น SPC สำหรับโครงการให้เป็นระบบ

Step 1: ถอดพื้นที่

ใช้ Floor Plan หรือ BOQ

Step 2: กำหนด Specification

ระบุ

  • Grade
  • Thickness
  • Wear Layer
  • Color
  • Size
  • Click Lock
  • Underlay

Step 3: เลือก Sample

อนุมัติ Master Sample

Step 4: คำนวณปริมาณ

ใช้พื้นที่จริง + Waste ตามลักษณะงาน

Step 5: วางแผน Stock

แบ่ง

  • Project Stock
  • Reserve Stock

Step 6: กำหนด Lot

ขอ Lot Control

Step 7: ตรวจรับสินค้า

ตรวจ

  • กล่อง
  • Code
  • Color
  • Lot
  • จำนวน
  • สภาพสินค้า

Step 8: ติดตั้ง

ปฏิบัติตามคู่มือผู้ผลิต

Step 9: บันทึก

เก็บ

  • Lot
  • ห้อง
  • วันที่ติดตั้ง
  • จำนวน

Step 10: เก็บ Spare

เพื่อรองรับ After Sales

 

สูตรคำนวณพื้น SPC เบื้องต้น

สูตร

พื้นที่ = กว้าง × ยาว

ตัวอย่าง

ห้องกว้าง 5 เมตร

ยาว 8 เมตร

พื้นที่

5 × 8 = 40 ตร.ม.

หากเผื่อ Waste 7%

40 × 1.07 = 42.8 ตร.ม.

ถ้าใช้รุ่นที่ปูได้ 2.6352 ตร.ม./กล่อง

42.8 ÷ 2.6352 = ประมาณ 16.25 กล่อง

ดังนั้นต้องปัดขึ้นเป็น

17 กล่อง

ข้อมูลพื้นที่ต่อกล่องแตกต่างกันในแต่ละรุ่น จึงควรใช้ข้อมูลจริงของ Product Code ที่เลือกก่อนคำนวณ

 

FAQ: SPC Virgin vs SPC Project Grade

Q1: SPC Virgin คืออะไร?

SPC Virgin คือพื้น SPC ที่ระบุการใช้วัตถุดิบ Virgin ตาม Specification ของผู้ผลิต โดยควรพิจารณาร่วมกับ Core, Density, Wear Layer, Click Lock และมาตรฐานอื่น ๆ ไม่ควรใช้คำว่า Virgin เป็นเกณฑ์เดียวในการตัดสินคุณภาพ

Q2: SPC Project Grade คืออะไร?

SPC Project Grade คือกลุ่มสินค้าที่วาง Specification และต้นทุนให้เหมาะกับการใช้งานโครงการ เช่น บ้านจัดสรร คอนโด โรงแรม สำนักงาน หรือพื้นที่ที่ต้องใช้วัสดุจำนวนมาก

Q3: SPC Virgin ดีกว่า Project Grade หรือไม่?

ไม่สามารถสรุปจากชื่อเกรดเพียงอย่างเดียว ควรเปรียบเทียบ Technical Specification ของสินค้าทั้งสองรุ่น เช่น Core, Density, Thickness, Wear Layer, Click Lock, Surface และ Warranty

Q4: Project Grade เหมาะกับบ้านหรือไม่?

เหมาะได้ หาก Specification ของสินค้าตรงกับลักษณะการใช้งานของบ้านและผ่านมาตรฐานที่ผู้ซื้อหรือเจ้าของบ้านต้องการ

Q5: Virgin เหมาะกับโครงการหรือไม่?

เหมาะได้เช่นกัน โดยเฉพาะโครงการที่ต้องการ Specification ด้านวัตถุดิบหรือคุณสมบัติตามที่กำหนด

Q6: SPC 4 มม. กับ 6.5 มม. แบบไหนดีกว่า?

ไม่ควรตัดสินจากความหนาเพียงอย่างเดียว ต้องพิจารณาพื้นเดิม ลักษณะการใช้งาน ความเรียบ ความสูงของพื้นที่ และ Specification ของแต่ละรุ่น

Enoch มีทั้งรุ่น Virgin 4 มม., 5.5 มม. และ 6.5 มม. ให้พิจารณาตามลักษณะงาน

Q7: Wear Layer สำคัญกว่าคำว่า Virgin หรือไม่?

ทั้งสองเรื่องมีความสำคัญคนละด้าน จึงไม่ควรนำมาเปรียบเทียบว่าอะไรสำคัญกว่าโดยตัดปัจจัยอื่นออก ควรพิจารณาเป็นชุด Specification

Q8: SPC คนละ Lot ใช้ด้วยกันได้หรือไม่?

อาจทำได้ แต่ควรตรวจสอบสีและผิวก่อนติดตั้ง โดยเฉพาะพื้นที่ต่อเนื่องและโครงการที่ต้องการความสม่ำเสมอ เพราะคนละ Lot อาจมีความแตกต่างของเฉดสีหรือ Texture ได้

Q9: โครงการควรสั่ง SPC ครั้งเดียวหรือไม่?

หากสามารถบริหารพื้นที่จัดเก็บและกระแสเงินสดได้ การวางแผนปริมาณตั้งแต่ต้นช่วยลดความเสี่ยงด้าน Supply และ Lot ได้ แต่หากต้องสั่งหลายเฟส ควรกำหนด Lot Control และระบบ Stock ให้ชัดเจน

Q10: ควรเลือก SPC จากอะไรเป็นอันดับแรก?

เริ่มจาก

ลักษณะพื้นที่ → Specification → งบประมาณ → Supply → Warranty

แล้วจึงเลือก Product Code ที่ตรงกับ Requirement

 

บทความที่เกี่ยวข้อง:

 

สรุป SPC Virgin vs SPC Project Grade

การเลือกพื้น SPC แบบมืออาชีพไม่ควรใช้คำถามเพียงว่า

“Virgin หรือ Project Grade ดีกว่ากัน?”

เพราะคำถามนี้อาจทำให้เราตัดสินสินค้าจากชื่อเกรดมากเกินไป

คำถามที่ถูกต้องกว่าคือ

“สินค้ารุ่นไหนมี Specification ที่เหมาะกับพื้นที่และงบประมาณของเรา?”

สำหรับบ้านพักอาศัย สามารถพิจารณา SPC Virgin หากต้องการระบุประเภทวัตถุดิบและ Specification ในระดับที่ต้องการ

สำหรับโครงการขนาดใหญ่ Project Grade สามารถเป็นทางเลือกที่เหมาะสม หากมี Specification เพียงพอสำหรับการใช้งานและช่วยควบคุมต้นทุนของโครงการได้

ขณะเดียวกัน หากโครงการต้องการ Specification สูง ก็สามารถเลือก SPC Virgin ได้เช่นกัน

ดังนั้นหัวใจสำคัญคือ

อย่าซื้อจากชื่อเกรด

แต่ให้ซื้อจาก

Specification + Application + Cost + Supply + Warranty

โดยเฉพาะงาน B2B ควรตรวจสอบ

  • Product Code
  • Color Code
  • Thickness
  • Wear Layer
  • Core
  • Density
  • Click Lock
  • Underlay
  • Size
  • Area/Box
  • Lot
  • Warranty
  • Spare Stock
  • Installation Requirement

Enoch Flooring Thailand มีข้อมูลพื้น SPC หลายรุ่นและหลายความหนา รวมถึงรุ่น Virgin 4, 5.5 และ 6.5 มม. และมีเครื่องคำนวณพื้นที่สำหรับช่วยประเมินจำนวนกล่องและต้นทุนเบื้องต้นสำหรับงานโครงการ

     หากเป็น ผู้รับเหมา เจ้าของโครงการ Developer สถาปนิก Interior Designer หรือฝ่ายจัดซื้อ และกำลังเปรียบเทียบ SPC หลายรุ่น ไม่ควรส่งเพียงชื่อสินค้าและราคาให้ Supplier ประเมิน แต่ควรส่ง Floor Plan หรือ BOQ + พื้นที่ + จำนวนยูนิต + Requirement + Specification ที่ต้องการ เพื่อให้สามารถประเมินปริมาณและเลือกสินค้าได้ตรงกับงานมากขึ้น

 

ต้องการเลือก SPC สำหรับบ้านหรือโครงการ?

     หากกำลังมองหา พื้น SPC สำหรับบ้าน รีโนเวท บ้านจัดสรร คอนโด โรงแรม สำนักงาน หรือโครงการขนาดใหญ่ Enoch Flooring Thailand มีพื้น SPC หลายรุ่นและหลายระดับความหนาให้เลือกตามลักษณะการใช้งาน

สามารถเตรียมข้อมูลดังนี้

1. พื้นที่รวมกี่ตารางเมตร
2. จำนวนยูนิต/ห้อง
3. ประเภทโครงการ
4. ต้องการความหนาเท่าไร
5. ต้องการ SPC Virgin หรือ Specification สำหรับโครงการ
6. ต้องการสี/ลายแบบใด
7. มี Floor Plan หรือ BOQ หรือไม่

เพื่อให้ทีมงานช่วยประเมินปริมาณพื้น SPC และจัดทำข้อเสนอสำหรับโครงการได้อย่างเหมาะสม

Enoch Flooring Thailand
ผู้ผลิตและนำเข้าพื้น SPC และวัสดุตกแต่งสำหรับงานบ้านและโครงการ

สอบถามราคาโครงการ / ขอใบเสนอราคา / ส่ง BOQ เพื่อประเมินปริมาณได้โดยตรงผ่านช่องทางของ Enoch Flooring Thailand

 

📞 ติดต่อทีมงานเพื่อรับราคาโครงการ /  ใบเสนอราคา / ตัวอย่างสินค้า

Tel. 096-152 3339

Line OA:  @enochth 

Website: https://enochthailand.com

Facebook: enochthailand

Instagram: enochflooring

TikTok : @enoch.thailand

Youtube: @EnochFlooringThailand

🚩 แผนที่ตั้งโชว์รูม
บริษัท อีโนช ฟลูริง (ไทยแลนด์) จำกัด
Show Room : 38/109-110 หมู่ 19 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

แชร์ :

บทความที่น่าสนใจ

กระเบื้อง SPC กับพื้น SPC ต่างกันหรือไม่?

กระเบื้อง SPC คืออะไร? พื้น SPC วัสดุปูพื้นมาตรฐานโครงการ แข็งแรง กันน้ำ ติดตั้งเร็ว      หากคุณกำลังมองหา วัสดุปูพื้นที่เหมาะกับงานโครงการ บ้านจัดสรร

อ่านเพิ่ม »

กระเบื้อง SPC สำหรับโครงการ ทางเลือกวัสดุปูพื้นที่คุ้มค่า แข็งแรง และตอบโจทย์งานอสังหาริมทรัพย์

กระเบื้อง SPC สำหรับโครงการ คืออะไร และทำไมโครงการยุคใหม่จึงเลือกใช้      ในยุคที่ต้นทุนการก่อสร้างสูงขึ้น เจ้าของโครงการอสังหาริมทรัพย์ ผู้พัฒนาโครงก

อ่านเพิ่ม »

กระเบื้อง SPC มีกี่เกรด? ซื้อเกรดไหนดีที่สุด?

กระเบื้อง SPC มีกี่เกรด? เลือกพื้น SPC อย่างไรให้คุ้มค่า แข็งแรง และเหมาะกับการใช้งานจริง      ในปัจจุบัน พื้น SPC (Stone Plastic Composite) กลายเป็นว

อ่านเพิ่ม »

จำหน่าย และ รับปูกระเบื้องยาง SPC

โดยทีมงานมืออาชีพ