กระเบื้อง SPC กระเบื้องคลิกล็อค เกรดพรีเมี่ยม Virgin 100% by Enoch

Wear Layer พื้น SPC คืออะไร? 0.3 / 0.5 มม. เลือกแบบไหนดี

Wear Layer พื้น SPC คืออะไร? 0.3 / 0.5 มม. เลือกแบบไหนดี? คู่มือเลือกพื้น SPC สำหรับบ้าน คอนโด และงานโครงการ

     Wear Layer พื้น SPC คืออะไร? 0.3 มม. กับ 0.5 มม. ต่างกันอย่างไร และควรเลือกแบบไหน? เป็นหนึ่งในคำถามสำคัญที่คนกำลังเลือกพื้น SPC มักมองข้าม เพราะเวลาซื้อพื้นส่วนใหญ่จะสนใจ “ความหนารวม” เช่น 4 มม., 5 มม. หรือ 6 มม. และดูสี ลายไม้ ราคา รวมถึงระบบ Click Lock เป็นหลัก แต่ในความเป็นจริงแล้ว Wear Layer เป็นหนึ่งในสเปกที่มีผลโดยตรงต่อการสึกหรอ รอยขีดข่วน รอยจากการใช้งาน และความคงสภาพของผิวพื้น

Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!

     สำหรับคนที่กำลังรีโนเวทบ้าน คอนโด สำนักงาน ร้านค้า โรงแรม หรือกำลังเลือกวัสดุสำหรับโครงการ การเข้าใจความแตกต่างระหว่าง Wear Layer 0.3 มม. และ 0.5 มม. จะช่วยให้เลือกพื้นได้ตรงกับลักษณะการใช้งานมากขึ้น และช่วยป้องกันปัญหา “ซื้อพื้นหนาแต่ผิวไม่เหมาะกับการใช้งาน” หรือ “เลือกสเปกสูงเกินความจำเป็นจนต้นทุนโครงการเพิ่มโดยไม่จำเป็น”

โดยแนวทางที่ใช้งานได้ง่ายคือ

  • Wear Layer 0.3 มม. เหมาะกับบ้านพักอาศัยและพื้นที่ใช้งานทั่วไปที่มี Traffic ไม่สูงมาก
  • Wear Layer 0.5 มม. เหมาะกับบ้านที่ใช้งานหนัก บ้านที่มีเด็กหรือสัตว์เลี้ยง รวมถึงสำนักงาน คอนโดปล่อยเช่า ห้องพัก และพื้นที่ที่มีคนเดินมากขึ้น
  • หากเป็นพื้นที่ Commercial ที่มี Traffic สูงมาก ควรพิจารณา 0.5 มม. ขึ้นไป และต้องดูมาตรฐานการทดสอบของสินค้าประกอบ ไม่ควรตัดสินจาก Wear Layer เพียงตัวเลขเดียว

     Wear Layer 0.3 มม. เหมาะกับบ้านพักอาศัยทั่วไป ขณะที่ 0.5 มม. เหมาะกับงานที่มีการใช้งานหนักขึ้น และควรพิจารณาร่วมกับโครงสร้างของพื้น SPC ทั้งระบบ

 

สรุปสั้น ๆ: Wear Layer 0.3 กับ 0.5 มม. เลือกอะไรดี?

หากต้องการคำตอบแบบรวบรัดที่สุด ให้ดูจากตารางนี้

ลักษณะการใช้งานWear Layer ที่แนะนำเหตุผล
ห้องนอน0.3 มม.Traffic ต่ำ
ห้องพักอาศัยทั่วไป0.3 มม.เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไป
บ้านที่มีเด็ก0.5 มม.มีการใช้งานและการเคลื่อนย้ายมากขึ้น
บ้านเลี้ยงสุนัข/แมว0.5 มม.เพิ่มการป้องกันการสึกหรอ
ห้องนั่งเล่น0.3–0.5 มม.เลือกตาม Traffic
คอนโดอยู่อาศัย0.3–0.5 มม.ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้อยู่อาศัย
คอนโดปล่อยเช่า0.5 มม.รองรับผู้ใช้งานหลายรูปแบบ
สำนักงาน0.5 มม.มีคนเดินและเลื่อนเก้าอี้มากขึ้น
โรงแรม0.5 มม. ขึ้นไปTraffic แตกต่างตามพื้นที่
ร้านค้า0.5 มม. ขึ้นไปมีลูกค้าเดินเข้าออกจำนวนมาก
โชว์รูม0.5 มม. ขึ้นไปต้องรับ Traffic และการเคลื่อนย้าย
Commercial Traffic สูง0.5–0.7 มม.+ควรดูมาตรฐานการใช้งานร่วมด้วย

     อย่างไรก็ตาม ตารางนี้เป็น แนวทางเบื้องต้น ไม่ใช่การกำหนดมาตรฐานตายตัวสำหรับพื้น SPC ทุกแบรนด์ เพราะความสามารถในการทนสึกหรอยังขึ้นอยู่กับวัสดุของ Wear Layer, UV Coating, Surface Coating, คุณภาพของ SPC Core, กระบวนการผลิต และผลการทดสอบของแต่ละผลิตภัณฑ์

 

Wear Layer พื้น SPC คืออะไร?

     Wear Layer หรือที่เรียกกันว่า ชั้นกันสึก / ชั้นป้องกันการสึกหรอของพื้น SPC คือชั้นโปร่งใสที่อยู่บริเวณด้านบนของ Decorative Film และเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างผิวหน้าของพื้น SPC

หน้าที่สำคัญของ Wear Layer คือช่วยปกป้องลวดลายของพื้นจากการใช้งานในชีวิตประจำวัน เช่น

  • การเดิน
  • การลากหรือเคลื่อนย้ายเฟอร์นิเจอร์
  • การเสียดสี
  • ฝุ่นและสิ่งสกปรกที่ติดมากับรองเท้า
  • การใช้งานซ้ำ ๆ บริเวณเดิม
  • การเคลื่อนที่ของเก้าอี้
  • การใช้งานของเด็กและสัตว์เลี้ยง
  • การสึกของผิวหน้าจาก Traffic

โครงสร้างพื้น SPC โดยทั่วไปประกอบด้วยหลายชั้น เช่น UV Coating, Wear Layer, Decorative Film, SPC Core และชั้นรองพื้นในบางรุ่น โดย Enoch อธิบาย Wear Layer ว่าเป็นหนึ่งในชั้นสำคัญที่ช่วยป้องกันรอยขีดข่วน รอยลากเฟอร์นิเจอร์ รอยจากสัตว์เลี้ยง และการสึกหรอจากการเดิน

ดังนั้นเมื่อเห็นข้อมูลว่า

Wear Layer 0.3 mm

หรือ

Wear Layer 0.5 mm

ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้หมายถึงความหนาของพื้นทั้งหมด แต่หมายถึง ความหนาของชั้น Wear Layer

นี่เป็นจุดสำคัญมาก เพราะ

พื้น SPC หนา 6 มม. ไม่ได้หมายความว่าจะมี Wear Layer หนา 0.5 มม. เสมอไป

ในทางกลับกัน พื้น SPC 4 มม. ก็สามารถมี Wear Layer ที่เหมาะกับการใช้งานของตนเองได้

 

Wear Layer อยู่ตรงไหนในโครงสร้างพื้น SPC?

เพื่อให้เข้าใจง่าย ลองมองพื้น SPC เป็นโครงสร้างหลายชั้นจากบนลงล่าง

1. UV Coating

เป็นชั้นเคลือบผิวด้านบนสุด ทำหน้าที่ช่วยปกป้องพื้นผิว ลดการเกิดคราบ เพิ่มความง่ายในการทำความสะอาด และช่วยป้องกันผลกระทบจากการใช้งานบางประเภท

2. Wear Layer

เป็นชั้นใสที่อยู่ใต้ชั้นเคลือบผิว ทำหน้าที่สำคัญเกี่ยวกับการสึกหรอและการปกป้องชั้นลวดลาย

3. Decorative Film

เป็นชั้นลวดลาย เช่น

  • ลายไม้โอ๊ค
  • ลายไม้ธรรมชาติ
  • ลายไม้ Walnut
  • ลายไม้ Ash
  • ลายหิน
  • ลายปูน
  • ลายหินอ่อน

4. SPC Core

เป็นแกนหลักของแผ่นพื้น ซึ่งมีผลต่อความแข็งแรง ความคงตัว และความสามารถในการรับแรงของแผ่นพื้น

5. Underlayment

พื้นบางรุ่นอาจมี IXPE หรือวัสดุรองพื้นที่ติดมากับแผ่น ทำหน้าที่ช่วยเรื่องเสียงสัมผัส ความรู้สึกขณะเดิน และการติดตั้ง

ดังนั้นจึงไม่ควรเข้าใจว่า

“Wear Layer คือความหนาของพื้นทั้งหมด”

เพราะเป็นคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง

 

Wear Layer มีหน้าที่อะไร?

1. ช่วยปกป้องลวดลายพื้น

Decorative Film คือส่วนที่ทำให้พื้น SPC มีลักษณะเป็นไม้ หิน หรือวัสดุต่าง ๆ หากไม่มีชั้นป้องกันที่เหมาะสม ลวดลายจะได้รับผลกระทบจากการเสียดสีและการใช้งานได้ง่ายขึ้น

Wear Layer จึงทำหน้าที่เสมือน “เกราะป้องกัน” ระหว่างการใช้งานประจำวันกับชั้นลวดลาย

2. ช่วยเพิ่มความทนต่อการสึกหรอ

พื้นที่มีคนเดินผ่านจำนวนมากจะมีการเสียดสีเกิดขึ้นซ้ำ ๆ

ตัวอย่างเช่น

สำนักงานที่มีพนักงานเดินเข้าออกวันละหลายสิบหรือหลายร้อยครั้ง

ร้านค้าที่ลูกค้าเดินผ่านบริเวณเดิมตลอดทั้งวัน

โรงแรมที่มีแขกลากกระเป๋าเดินผ่าน

โชว์รูมที่มีการเดินชมสินค้าอย่างต่อเนื่อง

พื้นที่เหล่านี้มีรูปแบบการใช้งานแตกต่างจากห้องนอนอย่างชัดเจน

ดังนั้นการเลือก Wear Layer จึงควรสัมพันธ์กับ Traffic ของพื้นที่

 

0.3 มม. กับ 0.5 มม. ต่างกันอย่างไร?

คำถามที่คนซื้อพื้น SPC ถามมากที่สุดคือ

“0.3 มม. กับ 0.5 มม. แบบไหนดีกว่ากัน?”

ถ้าดูเฉพาะตัวเลข

0.5 มม. หนากว่า 0.3 มม.

และมีปริมาณชั้น Wear Layer มากกว่า

เมื่อคำนวณตามความหนา

0.5 ÷ 0.3 = ประมาณ 1.67

กล่าวง่าย ๆ คือ Wear Layer 0.5 มม. มีความหนาประมาณ 67% มากกว่า 0.3 มม.

แต่ไม่ได้หมายความว่า

“0.5 มม. จะอายุการใช้งานนานกว่า 0.3 มม. 67%”

เพราะอายุการใช้งานจริงไม่ได้ขึ้นอยู่กับความหนาเพียงอย่างเดียว

ยังมีปัจจัยอื่น เช่น

  • คุณภาพของวัสดุ
  • ความแข็งของผิว
  • UV Coating
  • Surface Coating
  • มาตรฐานการทดสอบ
  • คุณภาพของ Decorative Film
  • คุณภาพของ SPC Core
  • วิธีติดตั้ง
  • ความเรียบของพื้นเดิม
  • วิธีดูแลรักษา
  • Traffic
  • ประเภทของรองเท้า
  • การลากเฟอร์นิเจอร์
  • ฝุ่นและทราย
  • สภาพแวดล้อม

 

Wear Layer 0.3 มม. เหมาะกับใคร?

Wear Layer 0.3 มม. เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับ บ้านพักอาศัยทั่วไป

ตัวอย่างพื้นที่ เช่น

  • ห้องนอน
  • ห้องทำงานในบ้าน
  • ห้องรับแขก
  • ห้องนั่งเล่น
  • บ้านพักอาศัยทั่วไป
  • คอนโดที่มี Traffic ไม่สูง
  • ห้องพักที่มีผู้ใช้งานจำนวนน้อย

ข้อดีสำคัญคือสามารถควบคุมต้นทุนได้ โดยไม่จำเป็นต้องเลือกสเปกสูงเกินการใช้งาน

0.3 มม. เหมาะกับบ้านพักอาศัยทั่วไป ขณะที่ 0.5 มม. เหมาะกับพื้นที่ที่มีการใช้งานหนักขึ้น

 

Wear Layer 0.5 มม. เหมาะกับใคร?

Wear Layer 0.5 มม. เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ต้องการความทนต่อการใช้งานมากขึ้น

เช่น

  • บ้านที่มีเด็ก
  • บ้านที่มีสัตว์เลี้ยง
  • ห้องนั่งเล่นที่มีคนใช้งานบ่อย
  • คอนโดปล่อยเช่า
  • สำนักงาน
  • ห้องประชุม
  • โรงแรม
  • ห้องพัก
  • โชว์รูม
  • ร้านค้า
  • พื้นที่ Commercial ที่มี Traffic ระดับหนึ่ง

ข้อมูลอุตสาหกรรมที่เผยแพร่ในคู่มือเปรียบเทียบ Wear Layer ก็วาง 0.3 มม. ไว้ในกลุ่ม Residential ขณะที่ 0.5 มม. เป็นสเปกที่เหมาะกับ Higher-Traffic Residential และ Light Commercial มากขึ้น

 

บ้านทั่วไปควรเลือก Wear Layer 0.3 หรือ 0.5 มม.?

คำตอบคือ

เลือกได้ทั้งสองแบบ

แต่ต้องถามก่อนว่า

บ้านของคุณมี Traffic มากแค่ไหน?

บ้าน 2 คน ไม่มีสัตว์เลี้ยง

0.3 มม. สามารถตอบโจทย์ได้ดี

บ้าน 4–5 คน มีเด็ก

0.5 มม. น่าสนใจกว่า

บ้านมีสุนัขหรือแมว

แนะนำให้พิจารณา 0.5 มม. เพราะรูปแบบการใช้งานมีโอกาสเกิดการเสียดสีมากขึ้น

บ้านที่ใช้พื้นที่รับแขกบ่อย

0.5 มม. เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ

บ้านที่เน้นประหยัดงบ

0.3 มม. สามารถเป็นตัวเลือกที่สมเหตุสมผล หาก Specification โดยรวมเหมาะสม

 

บ้านเลี้ยงสัตว์ควรใช้ Wear Layer เท่าไร?

สำหรับบ้านที่เลี้ยงสัตว์ เช่น

  • สุนัข
  • แมว

ควรพิจารณา 0.5 มม. มากกว่า 0.3 มม. หากงบประมาณรองรับ

อย่างไรก็ตาม ต้องเข้าใจว่า

Wear Layer ไม่ได้ทำให้พื้น SPC “กันรอยได้ 100%”

ไม่มีพื้นประเภทใดที่สามารถรับประกันว่าไม่เกิดรอยเลยในทุกสถานการณ์

สิ่งที่ควรทำร่วมกันคือ

  • ตัดเล็บสัตว์เลี้ยง
  • ใช้พรมดักฝุ่น
  • ทำความสะอาดเม็ดทราย
  • หลีกเลี่ยงการลากเฟอร์นิเจอร์
  • ใช้แผ่นรองใต้เฟอร์นิเจอร์
  • ทำความสะอาดพื้นอย่างเหมาะสม

Enoch ก็แนะนำให้บ้านที่มีสัตว์เลี้ยงพิจารณา Wear Layer 0.5 มม. และดูคุณภาพ Coating ร่วมด้วย

 

Wear Layer กับความหนาพื้น SPC เหมือนกันหรือไม่?

โครงสร้างพื้น SPC ชั้น UV Coating และ Wear Layer

ไม่เหมือนกัน

นี่เป็นหนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อยที่สุด

สมมุติพื้น SPC มีความหนา

4 มม.

ไม่ได้หมายความว่า Wear Layer = 4 มม.

หรือถ้าพื้นมีความหนา

6 มม.

ก็ไม่ได้หมายความว่า Wear Layer = 6 มม.

ความหนารวมคือความหนาของโครงสร้างพื้นทั้งหมด

ขณะที่ Wear Layer คือเพียงหนึ่งชั้นของโครงสร้างนั้น

 

แล้วพื้น SPC 6 มม. ดีกว่า 4 มม. หรือไม่?

ไม่สามารถตอบว่า “ดีกว่า” ได้ทุกกรณี

ต้องถามว่า

“ดีกว่าในด้านไหน?”

พื้น 6 มม. อาจมีข้อได้เปรียบในเรื่องความรู้สึกขณะเดิน ความแข็งแรงของแผ่น หรือความเหมาะสมกับบางประเภทของพื้นเดิม

แต่ถ้าเปรียบเทียบเรื่องการสึกของผิวหน้าโดยตรง

ต้องดู Wear Layer

ตัวอย่างเช่น

พื้น A:

  • Thickness 6 มม.
  • Wear Layer 0.3 มม.

พื้น B:

  • Thickness 5 มม.
  • Wear Layer 0.5 มม.

ไม่สามารถสรุปว่าพื้น A ทนรอยกว่าพื้น B เพียงเพราะ A หนากว่า

เพราะทั้งสองค่าทำหน้าที่คนละเรื่อง

 

Wear Layer สำคัญกว่าความหนาพื้นหรือไม่?

คำตอบคือ

ไม่ควรเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง

ควรพิจารณาเป็น “ระบบ”

โดยดูอย่างน้อย

  1. ความหนารวม
  2. Wear Layer
  3. SPC Core
  4. คุณภาพวัสดุ
  5. ระบบ Click Lock
  6. Underlayment
  7. Surface Coating
  8. UV Coating
  9. มาตรฐานการทดสอบ
  10. การรับประกัน
  11. ความเหมาะสมกับพื้นที่
  12. วิธีติดตั้ง

ดังนั้นสูตรที่เหมาะสมกว่า คือ

เลือก SPC จาก Specification ทั้งระบบ ไม่ใช่ดูตัวเลข Wear Layer เพียงค่าเดียว

 

Wear Layer 0.3 มม. เหมาะกับงานโครงการหรือไม่?

เหมาะได้ในบางกรณี

เช่น

  • บ้านจัดสรร
  • ห้องนอน
  • ห้องพักอาศัย
  • โครงการที่ Traffic ไม่สูง
  • ห้องพักที่ใช้งานทั่วไป

แต่ถ้าเป็นโครงการที่มีคนเดินจำนวนมากตลอดทั้งวัน ควรพิจารณา 0.5 มม. หรือสูงกว่า และดูผลการทดสอบของสินค้า

ข้อมูลแนวทางสำหรับงานโครงการบน Enoch แยกการใช้งานประมาณว่า 0.3 มม. เหมาะกับบ้าน 0.5 มม. เหมาะกับคอนโด และ 0.7 มม. ขึ้นไปเหมาะกับพื้นที่อย่างโรงแรม โดยเป็นแนวทางในการเลือก Specification ไม่ใช่กฎตายตัวของพื้นทุกแบรนด์

 

สำนักงานควรเลือก Wear Layer 0.3 หรือ 0.5 มม.?

สำหรับสำนักงาน

0.5 มม. เป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยกว่าในเชิง Specification

เพราะสำนักงานมีปัจจัยที่บ้านทั่วไปอาจไม่มี เช่น

  • คนเดินเข้าออกตลอดวัน
  • เก้าอี้สำนักงาน
  • การเลื่อนเก้าอี้
  • โต๊ะทำงาน
  • การเคลื่อนย้ายเฟอร์นิเจอร์
  • การทำความสะอาดบ่อย
  • ผู้มาติดต่อ
  • Traffic ที่ต่อเนื่อง

แต่ไม่ได้หมายความว่า “ทุกสำนักงานต้องใช้ 0.5 มม.”

หากเป็น Home Office ขนาดเล็ก มีคนใช้งานเพียง 1–2 คนต่อวัน 0.3 มม. อาจเพียงพอ

ดังนั้นควรดู Traffic จริง

 

คอนโดควรใช้ Wear Layer เท่าไร?

คอนโดเป็นกรณีที่เลือกได้ทั้ง 0.3 และ 0.5 มม.

คอนโดอยู่อาศัย 1–2 คน

0.3 มม. สามารถตอบโจทย์ได้

คอนโดครอบครัว

0.5 มม. เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ

คอนโดปล่อยเช่า

แนะนำให้พิจารณา 0.5 มม.

เพราะเจ้าของห้องไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมของผู้เช่าได้ทั้งหมด

Enoch มีแนวทางให้ 0.3 มม. เป็นระดับมาตรฐานสำหรับคอนโด และ 0.5 มม. เหมาะกับคอนโดปล่อยเช่าที่มีการใช้งานหนักขึ้น

 

ร้านค้าและร้านอาหารควรใช้ Wear Layer เท่าไร?

ร้านค้าและร้านอาหารมี Traffic สูงกว่าบ้านทั่วไป

จึงควรพิจารณา

0.5 มม. ขึ้นไป

และถ้ามี Traffic สูงมาก ควรตรวจสอบ Classification และผลทดสอบของผลิตภัณฑ์

ไม่ควรใช้สูตรง่าย ๆ ว่า

“ร้านค้า = 0.5 มม. ทุกกรณี”

เพราะร้านกาแฟขนาดเล็ก 30 ตารางเมตรกับร้านค้าขนาด 500 ตารางเมตรมี Traffic แตกต่างกันมาก

 

โรงแรมควรเลือก Wear Layer เท่าไร?

โรงแรมต้องแบ่งพื้นที่ก่อน

ห้องพัก

Traffic อาจอยู่ในระดับปานกลาง

Lobby

Traffic สูงกว่า

Corridor

มีคนเดินผ่านซ้ำ ๆ

ห้องประชุม

มีการเคลื่อนย้ายโต๊ะและเก้าอี้

Restaurant

มีทั้งคนเดินและการทำความสะอาด

ดังนั้นไม่ควรใช้ Wear Layer เดียวทั้งโรงแรมโดยไม่วิเคราะห์พื้นที่

ควรจัด Specification ตาม Zone

 

Wear Layer 0.5 มม. แพงกว่า 0.3 มม. คุ้มไหม?

คำตอบคือ

ขึ้นอยู่กับพื้นที่

ถ้าห้องนอน 12 ตารางเมตร มีคนใช้งานวันละไม่กี่ชั่วโมง

การอัปเกรดจาก 0.3 เป็น 0.5 มม. อาจไม่ได้สร้างประโยชน์มากพอเมื่อเทียบกับส่วนต่างราคา

แต่ถ้าพื้นที่ 300 ตารางเมตรเป็นสำนักงานที่มีพนักงาน 30 คน

การเลือก 0.5 มม. อาจคุ้มกว่าในระยะยาว

นี่คือแนวคิดสำคัญในการเลือกวัสดุโครงการ

อย่าดูแค่ราคาต่อตารางเมตร ให้ดูต้นทุนตลอดอายุการใช้งาน

 

Total Cost of Ownership กับ Wear Layer

สมมุติว่า

พื้น A ราคา 300 บาท/ตร.ม.

พื้น B ราคา 330 บาท/ตร.ม.

พื้นที่ 500 ตร.ม.

ส่วนต่างคือ

30 × 500 = 15,000 บาท

หากพื้นที่เป็นสำนักงานที่ใช้งานหนัก และพื้น B มี Specification ที่เหมาะสมกว่า

ส่วนต่าง 15,000 บาทอาจเป็นต้นทุนที่สมเหตุสมผล

แต่ถ้าเป็นห้องนอนในบ้าน

การจ่ายเพิ่มอาจไม่ได้มีความจำเป็น

ดังนั้นคำถามที่ถูกต้องไม่ใช่

“0.5 มม. แพงกว่าไหม?”

แต่ควรถามว่า

“การเพิ่ม Wear Layer คุ้มกับลักษณะการใช้งานของพื้นที่หรือไม่?”

 

Wear Layer ทนรอยขีดข่วน 100% หรือไม่?

ไม่

นี่เป็นเรื่องที่ควรสื่อสารกับลูกค้าอย่างตรงไปตรงมา

Wear Layer ช่วยเพิ่มการป้องกันการสึกหรอ แต่ไม่ได้ทำให้พื้นเป็น “Scratch Proof” ในทุกสถานการณ์

วัตถุที่มีความแข็งมาก เช่น

  • ทราย
  • เศษหิน
  • โลหะ
  • ขาเฟอร์นิเจอร์ที่มีคม
  • ล้อบางประเภท
  • การลากของหนัก

สามารถทำให้พื้นเกิดรอยได้หากใช้งานผิดวิธี

ดังนั้นการเลือก Wear Layer ต้องมาพร้อมกับการดูแลรักษาที่ถูกต้อง

 

ปัจจัยที่ทำให้พื้น SPC เป็นรอย แม้ Wear Layer 0.5 มม.

1. ทราย

ทรายเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้พื้นเกิดการเสียดสี

2. เศษหิน

โดยเฉพาะบริเวณทางเข้าบ้าน

3. ขาเก้าอี้

หากไม่มีแผ่นรอง อาจเกิดรอยได้

4. การลากเฟอร์นิเจอร์

ควรยกหรือใช้แผ่นรอง

5. ล้อเก้าอี้

ต้องเลือกประเภทล้อให้เหมาะกับพื้น

6. การทำความสะอาดผิดวิธี

ไม่ควรใช้น้ำยาที่มีฤทธิ์รุนแรงโดยไม่ตรวจสอบคำแนะนำของผู้ผลิต

7. พื้นเดิมไม่เรียบ

ส่งผลต่อระบบ Click Lock และการรับแรง

8. การติดตั้งผิดวิธี

พื้น SPC ที่ติดตั้งไม่ถูกต้องอาจเกิดปัญหาได้แม้ตัวสินค้า Specification ดี

 

Wear Layer กับ Abrasion Resistance เหมือนกันหรือไม่?

ไม่เหมือนกัน

Wear Layer คือ “ความหนาของชั้นวัสดุ”

ส่วน Abrasion Resistance คือ “ความสามารถในการต้านทานการสึกจากการขัดถู” ซึ่งต้องพิจารณาจากวิธีทดสอบและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง

ดังนั้น

Wear Layer หนากว่า ไม่ได้แปลว่า Abrasion Resistance สูงกว่าเสมอไปในทุกผลิตภัณฑ์

การเปรียบเทียบสินค้าโครงการจึงควรดูผลทดสอบจริงของแต่ละรุ่น

 

อย่าดูแค่ Wear Layer: 10 สเปกที่ควรเช็กก่อนซื้อพื้น SPC

1. ความหนารวม

เช่น

  • 4 มม.
  • 5 มม.
  • 6 มม.

2. Wear Layer

เช่น

  • 0.3 มม.
  • 0.5 มม.
  • 0.7 มม.

3. SPC Core

ดูความแข็งแรงและความสม่ำเสมอของแกน

4. Density

ใช้ประกอบการประเมินคุณภาพของ Core

5. Click Lock

ตรวจสอบความแข็งแรงของระบบล็อก

6. Surface Coating

ตรวจสอบชนิดและคุณสมบัติ

7. UV Coating

ช่วยเรื่องผิวและการใช้งาน

8. Underlayment

เช่น IXPE

9. มาตรฐาน

ตรวจสอบเอกสารและผลทดสอบจริง

10. Warranty

ดูเงื่อนไขการรับประกันให้ละเอียด

 

0.3 มม. ไม่ได้แปลว่าคุณภาพต่ำ

นี่เป็นความเข้าใจผิดที่ควรแก้ไข

0.3 มม. ไม่ได้แปลว่าเป็นพื้นเกรดต่ำ

หากออกแบบมาเพื่อ Residential และมีคุณภาพของวัสดุ การผลิต และ Coating ที่เหมาะสม ก็สามารถใช้งานในบ้านได้ดี

การใช้ 0.5 มม. ในห้องนอนอาจเป็นการเลือก Specification สูงกว่าความจำเป็น

ดังนั้น

สเปกที่ดีคือสเปกที่เหมาะกับงาน ไม่ใช่สเปกที่ตัวเลขสูงที่สุด

 

0.5 มม. ก็ไม่ได้แปลว่าดีที่สุดทุกกรณี

เช่นเดียวกัน

0.5 มม. ไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับทุกพื้นที่

หากเจ้าของบ้านมีงบจำกัดและต้องปูพื้นทั้งบ้าน 200 ตารางเมตร

การเลือก 0.3 มม. ที่เหมาะกับ Residential อาจช่วยลดต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แต่ถ้าพื้นที่ดังกล่าวเป็นสำนักงานที่มี Traffic สูง

0.5 มม. อาจเหมาะกว่า

 

วิธีเลือก Wear Layer แบบมืออาชีพ

ใช้หลัก Traffic + Risk + Budget

Step 1: ประเมิน Traffic

ถามว่า

  • มีคนกี่คน?
  • เดินผ่านกี่ครั้ง?
  • ใช้งานกี่ชั่วโมง?
  • มีลูกค้าหรือไม่?
  • มีสัตว์เลี้ยงหรือไม่?

Step 2: ประเมิน Risk

มีโอกาสเกิด

  • การลากเฟอร์นิเจอร์
  • ทราย
  • ฝุ่น
  • การเคลื่อนย้ายอุปกรณ์
  • รถเข็น
  • เก้าอี้สำนักงาน

หรือไม่?

Step 3: ประเมิน Budget

จากนั้นเลือก Specification ที่เหมาะสม

 

ตารางเลือก Wear Layer ตามประเภทพื้นที่

พื้นที่0.3 มม.0.5 มม.คำแนะนำ
ห้องนอน★★★★★★★★★0.3 มม. คุ้มค่า
ห้องทำงาน★★★★★★★★★★ดู Traffic
ห้องนั่งเล่น★★★★★★★★★★เลือกตามครอบครัว
บ้านมีเด็ก★★★★★★★★★0.5 มม. น่าสนใจ
บ้านมีสัตว์เลี้ยง★★★★★★★★★0.5 มม. แนะนำ
คอนโด★★★★★★★★★★ดูจำนวนผู้อยู่
คอนโดปล่อยเช่า★★★★★★★★★0.5 มม.
สำนักงาน★★★★★★★★0.5 มม.
โรงแรม★★★★★★★★วิเคราะห์เป็น Zone
ร้านค้า★★★★★★★★ดู Traffic
โชว์รูม★★★★★★★★0.5 มม. ขึ้นไป
Commercial สูง★★★★★★★ดู Classification

 

Wear Layer สำหรับผู้รับเหมา: ต้องดูอะไรบ้าง?

สำหรับผู้รับเหมาไม่ควรดูเพียงราคา/ตร.ม.

ควรขอข้อมูลจาก Supplier อย่างน้อย

  • Thickness
  • Wear Layer
  • Core Specification
  • Density
  • ขนาดแผ่น
  • น้ำหนัก/กล่อง
  • จำนวนแผ่น/กล่อง
  • พื้นที่/กล่อง
  • Click System
  • Underlayment
  • Fire Performance
  • Slip Resistance
  • VOC
  • Warranty
  • Installation Guideline
  • Test Report

โดยเฉพาะงานโครงการควรมีเอกสาร Specification Sheet เพื่อใช้ยืนยันสเปกกับเจ้าของโครงการหรือ Designer

 

Wear Layer สำหรับ Interior Designer

สำหรับ Interior Designer ไม่ควรเลือกจาก “สีและลาย” เพียงอย่างเดียว

ควรเริ่มจาก

Function → Traffic → Specification → Design

ตัวอย่าง

ห้องนอนโรงแรม:

Traffic ปานกลาง → 0.5 มม. → เลือกลายไม้ให้เข้ากับ Concept

สำนักงาน:

Traffic สูง → 0.5 มม. → เลือก Surface Finish ที่ทำความสะอาดง่าย

บ้านพัก:

Traffic ปานกลาง → 0.3–0.5 มม. → เลือกลายให้เหมาะกับ Interior

วิธีคิดแบบนี้จะช่วยให้ Design และ Performance ไปด้วยกัน

 

Wear Layer กับการเลือกพื้น SPC สำหรับบ้านรีโนเวท

สำหรับงาน Renovation มีปัจจัยเพิ่มเติมที่ต้องดู

1. พื้นเดิมเรียบหรือไม่?

หากพื้นเดิมไม่เรียบ ต้องแก้ไขก่อนติดตั้ง

2. มีความชื้นหรือไม่?

ต้องตรวจสอบแหล่งความชื้น

3. มีเฟอร์นิเจอร์หนักหรือไม่?

ต้องประเมินแรงกดและตำแหน่งติดตั้ง

4. มีสัตว์เลี้ยงหรือไม่?

เลือก Wear Layer ให้เหมาะสม

5. ต้องการลดเสียงหรือไม่?

พิจารณา Underlayment

ดังนั้น Wear Layer เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเลือกพื้น SPC สำหรับงานรีโนเวท

 

Wear Layer กับการวางเฟอร์นิเจอร์หนัก

หลายคนเข้าใจว่า

“ถ้ามี Wear Layer 0.5 มม. ก็วางเฟอร์นิเจอร์หนักได้แน่นอน”

ไม่ถูกต้อง

Wear Layer เน้นเรื่อง การปกป้องผิวและการสึกหรอ

ขณะที่การรับน้ำหนักเกี่ยวข้องกับ

  • SPC Core
  • ความหนารวม
  • พื้นเดิม
  • การกระจายน้ำหนัก
  • ขนาดฐานเฟอร์นิเจอร์
  • การติดตั้ง
  • จุดรับแรง

ดังนั้นการเลือกพื้นสำหรับเฟอร์นิเจอร์หนักต้องพิจารณามากกว่า Wear Layer

 

Wear Layer เกี่ยวข้องกับอายุการใช้งานอย่างไร?

โดยหลักการ

เมื่อผิวพื้นมีการสึกจากการใช้งาน ชั้น Wear Layer จะค่อย ๆ รับผลกระทบก่อนชั้น Decorative Film

ดังนั้นการมี Wear Layer ที่เหมาะสมจะช่วยให้พื้นรักษาสภาพผิวได้ดีขึ้น

แต่ไม่ควรใช้คำว่า

“0.3 มม. อายุ 10 ปี”

หรือ

“0.5 มม. อายุ 20 ปี”

เป็นตัวเลขตายตัวโดยไม่มีเงื่อนไข

เพราะอายุการใช้งานจริงขึ้นอยู่กับ

  • Traffic
  • วิธีดูแล
  • คุณภาพสินค้า
  • การติดตั้ง
  • สภาพพื้นที่
  • การใช้งาน

 

7 ข้อผิดพลาดในการเลือก Wear Layer

ข้อผิดพลาดที่ 1: ดูแต่ความหนาพื้น

เช่น

“6 มม. ต้องดีกว่า 4 มม.”

ไม่เสมอไป

 

ข้อผิดพลาดที่ 2: เลือก 0.5 มม. เพราะคิดว่าดีที่สุด

สเปกสูงกว่าไม่ได้หมายความว่าคุ้มกว่าเสมอไป

 

ข้อผิดพลาดที่ 3: เลือกจากราคาถูกที่สุด

ราคาไม่ควรเป็นเกณฑ์เดียว

 

ข้อผิดพลาดที่ 4: ไม่ดู Traffic

บ้านกับสำนักงานมีรูปแบบการใช้งานต่างกันมาก

 

ข้อผิดพลาดที่ 5: ไม่ถามเรื่องมาตรฐาน

ควรขอข้อมูลจากผู้ขาย

 

ข้อผิดพลาดที่ 6: ไม่ดู Warranty

ควรอ่านเงื่อนไขการรับประกันอย่างละเอียด

 

0.3 มม. หรือ 0.5 มม. แบบไหน “คุ้มกว่า”?

คำตอบขึ้นอยู่กับพื้นที่

บ้านทั่วไป

0.3 มม. = คุ้มค่า

บ้านมีเด็ก/สัตว์เลี้ยง

0.5 มม. = เพิ่มความมั่นใจ

คอนโด

0.3–0.5 มม.

คอนโดปล่อยเช่า

0.5 มม.

สำนักงาน

0.5 มม.

ร้านค้า

0.5 มม. ขึ้นไป

งาน Commercial

พิจารณา 0.5–0.7 มม.+ และตรวจสอบ Classification

 

Checklist ก่อนซื้อพื้น SPC

  • ตรวจสอบความหนารวม
  • ตรวจสอบ Wear Layer
  • ตรวจสอบ SPC Core
  • ตรวจสอบระบบ Click Lock
  • ตรวจสอบ Underlayment
  • ตรวจสอบ UV Coating
  • ตรวจสอบ Surface Finish
  • ขอ Test Report
  • ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า
  • ตรวจสอบ Warranty
  • ตรวจสอบเงื่อนไขการติดตั้ง
  • ประเมิน Traffic
  • ประเมินจำนวนผู้ใช้งาน
  • ประเมินเฟอร์นิเจอร์
  • ประเมินสัตว์เลี้ยง
  • ตรวจสอบความเรียบของพื้นเดิม

 

วิธีคำนวณว่าควรเลือก 0.3 หรือ 0.5 มม.

สามารถใช้สูตรง่าย ๆ ได้ดังนี้

Traffic ต่ำ

หาก

  • คนใช้น้อย
  • ไม่มีสัตว์เลี้ยง
  • ไม่มีการลากเฟอร์นิเจอร์
  • เป็นพื้นที่ส่วนตัว

0.3 มม.

Traffic ปานกลาง

หาก

  • สมาชิกครอบครัวหลายคน
  • มีเด็ก
  • มีสัตว์เลี้ยง
  • ใช้งานห้องนั่งเล่นตลอดวัน

0.5 มม.

Traffic สูง

หาก

  • มีพนักงานจำนวนมาก
  • ลูกค้าเข้าออก
  • มีการลากเก้าอี้
  • มีการทำความสะอาดบ่อย

0.5 มม. ขึ้นไป + ตรวจสอบมาตรฐาน

 

Wear Layer กับพื้น SPC Enoch

     สำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาพื้น SPC ของ Enoch สามารถใช้ข้อมูล Specification ของแต่ละรุ่นเป็นหลักในการเลือก โดยไม่ควรเลือกจากชื่อรุ่นหรือความหนาเพียงอย่างเดียว

     Enoch มีข้อมูลเกี่ยวกับพื้น SPC หลายกลุ่ม ตั้งแต่รุ่นสำหรับบ้านพักอาศัย คอนโด งานรีโนเวท ไปจนถึงงานโครงการ และมีบทความอธิบายโครงสร้างพื้น SPC และ Wear Layer เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ

     สำหรับผู้รับเหมา เจ้าของโครงการ และ Interior Designer ควรขอ Product Specification / Technical Data Sheet ของรุ่นที่ต้องการใช้จริง เพื่อเปรียบเทียบอย่างถูกต้องก่อนสั่งซื้อ

สามารถดูข้อมูลพื้น SPC และวัสดุปูพื้นของ Enoch ได้ที่ Enoch Flooring Thailand

 

Wear Layer 0.3 มม. เหมาะกับการใช้งานแบบไหน? สรุป

เหมาะกับ

  • บ้านทั่วไป
  • ห้องนอน
  • ห้องทำงาน
  • คอนโด
  • ห้องพัก
  • พื้นที่ Traffic ต่ำถึงปานกลาง

จุดเด่นคือ

คุ้มค่าและเพียงพอสำหรับ Residential หลายรูปแบบ

 

สรุป: Wear Layer 0.3 / 0.5 มม. เลือกแบบไหนดี?

หากต้องเลือกพื้น SPC สำหรับบ้านทั่วไป

0.3 มม. เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่า

หากบ้านมีเด็ก มีสัตว์เลี้ยง หรือมี Traffic สูง

0.5 มม. เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากกว่า

หากเป็นสำนักงาน ร้านค้า โรงแรม หรือ Commercial

ควรเริ่มพิจารณา 0.5 มม. ขึ้นไป และดูมาตรฐาน/ผลการทดสอบของผลิตภัณฑ์ประกอบ

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ

อย่าเลือกพื้น SPC จาก Wear Layer เพียงตัวเดียว

ควรพิจารณา

Thickness + Wear Layer + SPC Core + Coating + Click Lock + Underlayment + Standard + Installation + Traffic

พร้อมกัน

เพราะพื้น SPC ที่เหมาะสมที่สุดไม่ใช่พื้นรุ่นที่มีตัวเลขสูงที่สุด แต่คือ พื้นรุ่นที่มี Specification เหมาะสมกับพื้นที่และงบประมาณมากที่สุด

 

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Wear Layer พื้น SPC

Q1. Wear Layer พื้น SPC คืออะไร?

Wear Layer คือชั้นป้องกันการสึกหรอที่อยู่บริเวณผิวหน้าของพื้น SPC ทำหน้าที่ช่วยปกป้องชั้นลวดลายจากการเดิน การเสียดสี และการใช้งานในชีวิตประจำวัน

Q2. Wear Layer 0.3 มม. ดีไหม?

ดีและเหมาะกับบ้านพักอาศัยทั่วไป โดยเฉพาะพื้นที่ที่มี Traffic ต่ำถึงปานกลาง หากเลือกสินค้าที่มีคุณภาพและติดตั้งอย่างถูกต้อง

Q3. Wear Layer 0.5 มม. ดีกว่า 0.3 มม. หรือไม่?

ในด้านความหนาของชั้น Wear Layer 0.5 มม. หนากว่า 0.3 มม. และเหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการการป้องกันการสึกหรอมากขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าเหมาะกับทุกพื้นที่ เพราะต้องพิจารณาสเปกอื่นและลักษณะการใช้งานร่วมด้วย

Q4. บ้านทั่วไปควรใช้ Wear Layer กี่มิล?

โดยทั่วไปสามารถเลือก 0.3 มม. สำหรับบ้านพักอาศัยทั่วไป หากมีเด็ก สัตว์เลี้ยง หรือ Traffic สูงขึ้น สามารถพิจารณา 0.5 มม.

Q5. บ้านเลี้ยงสุนัขควรใช้ Wear Layer 0.5 มม. หรือไม่?

แนะนำให้พิจารณา 0.5 มม. เพราะมีชั้น Wear Layer หนากว่าและเหมาะกับบ้านที่มีการใช้งานมากขึ้น แต่ควรดู Coating และคุณภาพพื้นโดยรวมด้วย

Q6. Wear Layer 0.5 มม. ทนรอยขีดข่วน 100% หรือไม่?

ไม่สามารถรับประกันได้ว่าไม่เกิดรอย 100% Wear Layer ช่วยเพิ่มการป้องกันการสึกหรอ แต่การลากของแข็งหรือมีทรายและเศษหินบนพื้นยังสามารถทำให้เกิดรอยได้

Q7. พื้น SPC 6 มม. ต้องมี Wear Layer 0.5 มม. หรือไม่?

ไม่จำเป็น ความหนารวมกับ Wear Layer เป็นคนละ Specification ควรเลือกให้เหมาะกับพื้นที่

Q8. Wear Layer เกี่ยวข้องกับความหนาพื้น SPC อย่างไร?

Wear Layer เป็นเพียงหนึ่งชั้นของโครงสร้างพื้น ขณะที่ความหนา 4, 5 หรือ 6 มม. หมายถึงความหนารวมของแผ่นพื้น

Q9. สำนักงานควรใช้ Wear Layer 0.5 มม. หรือไม่?

โดยทั่วไป 0.5 มม. เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกว่าเมื่อสำนักงานมี Traffic สูง มีคนเดินเข้าออก และมีการเลื่อนเก้าอี้สำนักงานเป็นประจำ แต่ควรตรวจสอบ Specification ของผลิตภัณฑ์ด้วย

Q10. คอนโดปล่อยเช่าควรใช้ 0.3 หรือ 0.5 มม.?

หากต้องการเพิ่มความทนต่อการใช้งานจากผู้เช่าหลายรูปแบบ แนะนำให้พิจารณา 0.5 มม.

Q11. Wear Layer 0.3 มม. ใช้ในร้านค้าได้ไหม?

สามารถใช้ได้ในบางพื้นที่ที่ Traffic ไม่สูง แต่สำหรับร้านค้าที่มีลูกค้าเข้าออกจำนวนมากควรพิจารณา 0.5 มม. ขึ้นไปและดู Classification/ผลทดสอบของสินค้า

Q12. Wear Layer 0.5 มม. เหมาะกับโรงแรมหรือไม่?

เหมาะสำหรับพิจารณาในหลายพื้นที่ของโรงแรม แต่ควรแบ่ง Zone เช่น ห้องพัก Corridor Lobby และ Restaurant เพราะแต่ละพื้นที่มี Traffic แตกต่างกัน

Q13. Wear Layer ยิ่งหนายิ่งดีหรือไม่?

ไม่ควรใช้หลักนี้เพียงอย่างเดียว ต้องเลือกให้เหมาะกับการใช้งานและพิจารณาคุณภาพของวัสดุและมาตรฐานประกอบ

Q14. ต้องดู Wear Layer หรือความหนาพื้นก่อน?

ควรดูทั้งสองอย่าง เพราะทำหน้าที่แตกต่างกัน ความหนารวมไม่ได้ใช้แทน Wear Layer

Q15. ซื้อพื้น SPC ต้องขอเอกสารอะไรจากผู้ขาย?

ควรขอ Product Specification, Technical Data Sheet, Test Report, Warranty และคู่มือติดตั้ง เพื่อใช้ตรวจสอบข้อมูลก่อนตัดสินใจ โดยเฉพาะงานโครงการ

 

บทความที่เกี่ยวข้อง:

 

บทสรุปสำหรับเจ้าของบ้าน ผู้รับเหมา และเจ้าของโครงการ

Wear Layer คือหนึ่งใน Specification ที่สำคัญที่สุดของพื้น SPC

ถ้าเลือกผิด อาจเกิดปัญหาได้ 2 ทาง

เลือกต่ำเกินไป

อาจไม่เหมาะกับ Traffic และลักษณะการใช้งาน

เลือกสูงเกินไป

อาจทำให้ต้นทุนเพิ่มโดยไม่จำเป็น

ดังนั้นแนวทางที่ดีที่สุดคือ

บ้านทั่วไป → 0.3 มม.

บ้านมีเด็ก/สัตว์เลี้ยง → 0.5 มม.

คอนโดปล่อยเช่า → 0.5 มม.

สำนักงาน → 0.5 มม.

ร้านค้า/โรงแรม/Commercial → 0.5 มม. ขึ้นไป และตรวจสอบมาตรฐานสินค้า

และอย่าลืมว่า

Wear Layer ไม่ใช่ทั้งหมดของพื้น SPC

     การเลือกพื้นคุณภาพดีควรพิจารณาโครงสร้างทั้งระบบ ตั้งแต่ UV Coating, Wear Layer, Decorative Film, SPC Core, Underlayment, ระบบ Click Lock, มาตรฐานสินค้า ไปจนถึงวิธีติดตั้ง

เพราะพื้น SPC ที่ดีที่สุดสำหรับคุณ คือ พื้น SPC ที่เหมาะกับลักษณะการใช้งานจริง ไม่ใช่พื้น SPC ที่มีตัวเลขสูงที่สุด

 

ต้องการเลือกพื้น SPC ให้เหมาะกับบ้านหรือโครงการ?

หากยังไม่แน่ใจว่าพื้นที่ของคุณควรใช้ Wear Layer 0.3 หรือ 0.5 มม. สามารถนำข้อมูลต่อไปนี้มาประกอบการเลือกได้

1. พื้นที่กี่ตารางเมตร

2. ใช้งานประเภทใด

3. จำนวนผู้ใช้งาน

4. มีเด็กหรือสัตว์เลี้ยงหรือไม่

5. เป็นบ้าน คอนโด สำนักงาน โรงแรม หรือร้านค้า

6. ต้องการควบคุมงบประมาณเท่าไร

จากนั้นจึงเลือก Specification ที่เหมาะสมที่สุด

     สำหรับงานบ้าน รีโนเวท คอนโด ผู้รับเหมา Interior Designer และโครงการ สามารถศึกษาข้อมูลพื้น SPC เพิ่มเติมได้ที่ Enoch Flooring Thailand ซึ่งมีข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างพื้น SPC, Wear Layer, รุ่นสินค้า และแนวทางเลือกพื้นสำหรับการใช้งานหลายรูปแบ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:
https://enochthailand.com

หรือดูตัวอย่างสินค้าและรุ่นต่าง ๆ ได้ที่

👉🏻Enoch SPC 4 มม.

พื้น SPC เกรด Virgin 100% ระบบ Click-Lock ราคาปลีก-ส่ง สำหรับโครงการอสังหาริมทรัพย์ บ้านโครงการ คอนโดมิเนียม ฯลฯ มาพร้อมความทนทาน สวยงาม และราคาที่ถูกที่สุดในไทย! มีจำหน่ายอุปกรณ์เสริมสำหรับงานติดตั้งพื้น SPC เช่น โฟมรองพื้นพรีเมียม (ฟอยล์กันชื้น 2 ด้าน) กันชื้น 99.99% กันไฟฟ้าสถิตย์ กันแบคทีเรีย เจ้าแรกในไทย, บัวเชิงผนัง, ตัวจบพื้นทุกชนิด

👉🏻Enoch SPC 5.5 มม.

พื้น SPC เกรด Virgin 100% ระบบ Click-Lock ราคาปลีก-ส่ง สำหรับโครงการอสังหาริมทรัพย์ บ้านโครงการ คอนโดมิเนียม ฯลฯ มาพร้อมความทนทาน สวยงาม และราคาที่ถูกที่สุดในไทย! มีจำหน่ายอุปกรณ์เสริมสำหรับงานติดตั้งพื้น SPC เช่น โฟมรองพื้นพรีเมียม (ฟอยล์กันชื้น 2 ด้าน) กันชื้น 99.99% กันไฟฟ้าสถิตย์ กันแบคทีเรีย เจ้าแรกในไทย, บัวเชิงผนัง, ตัวจบพื้นทุกชนิด

👉🏻Enoch SPC 6.5 มม.

พื้น SPC เกรด Virgin 100% ระบบ Click-Lock ราคาปลีก-ส่ง สำหรับโครงการอสังหาริมทรัพย์ บ้านโครงการ คอนโดมิเนียม ฯลฯ มาพร้อมความทนทาน สวยงาม และราคาที่ถูกที่สุดในไทย! มีจำหน่ายอุปกรณ์เสริมสำหรับงานติดตั้งพื้น SPC เช่น โฟมรองพื้นพรีเมียม (ฟอยล์กันชื้น 2 ด้าน) กันชื้น 99.99% กันไฟฟ้าสถิตย์ กันแบคทีเรีย เจ้าแรกในไทย, บัวเชิงผนัง, ตัวจบพื้นทุกชนิด

👉🏻Enoch SPC PREMIUM รุ่น ELITE PRIME 4 มม.

พื้น SPC PREMIUM รุ่น ELITE PRIME

 

👉🏻 Enoch พื้น SPC พรีเมี่ยม ซีรีย์ รุ่น NBL

พื้น SPC พรีเมี่ยม ซีรีย์ รุ่น NBL มาตรฐานเยอรมนี NBL93-S-050 สี เบอร์ลิน โอ๊ค

 

ผ่านการทดสอบ รับรองมาตรฐาน

บริษัท อีโนช ฟลูริง (ไทยแลนด์) ผ่านการทดลองที่เป็นมาตรฐาน

 

📞 ติดต่อทีมงานเพื่อรับราคาโครงการ /  ใบเสนอราคา / ตัวอย่างสินค้า

Tel. 096-152 3339

แอดไลน์ @enochth 👉🏻คลิก https://lin.ee/y58u0WW

FB: https://www.facebook.com/enochthailand/

IG: https://www.instagram.com/enochflooring/

TikTok : https://www.tiktok.com/@enoch.thailand

Youtube: https://lnkd.in/df5ahruH

🏣หน้าร้านเราก็มี! ปักหมุด Google Map ที่ https://maps.app.goo.gl/zoEyaqCgCY6bw48M7

      แผนที่ตั้งโชว์รูม
📧 บริษัท อีโนช ฟลูริง (ไทยแลนด์) จำกัด
🚩Show Room : 38/109-110 หมู่ 19 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

แชร์ :

บทความที่น่าสนใจ

กระเบื้อง SPC กับพื้น SPC ต่างกันหรือไม่?

กระเบื้อง SPC คืออะไร? พื้น SPC วัสดุปูพื้นมาตรฐานโครงการ แข็งแรง กันน้ำ ติดตั้งเร็ว      หากคุณกำลังมองหา วัสดุปูพื้นที่เหมาะกับงานโครงการ บ้านจัดสรร

อ่านเพิ่ม »

กระเบื้อง SPC สำหรับโครงการ ทางเลือกวัสดุปูพื้นที่คุ้มค่า แข็งแรง และตอบโจทย์งานอสังหาริมทรัพย์

กระเบื้อง SPC สำหรับโครงการ คืออะไร และทำไมโครงการยุคใหม่จึงเลือกใช้      ในยุคที่ต้นทุนการก่อสร้างสูงขึ้น เจ้าของโครงการอสังหาริมทรัพย์ ผู้พัฒนาโครงก

อ่านเพิ่ม »

กระเบื้อง SPC มีกี่เกรด? ซื้อเกรดไหนดีที่สุด?

กระเบื้อง SPC มีกี่เกรด? เลือกพื้น SPC อย่างไรให้คุ้มค่า แข็งแรง และเหมาะกับการใช้งานจริง      ในปัจจุบัน พื้น SPC (Stone Plastic Composite) กลายเป็นว

อ่านเพิ่ม »

จำหน่าย และ รับปูกระเบื้องยาง SPC

โดยทีมงานมืออาชีพ