BOQ พื้น SPC คืออะไร? วิธีถอด BOQ สำหรับผู้รับเหมาแบบละเอียด ตั้งแต่แบบก่อสร้างจนถึงสั่งซื้อจริง
BOQ พื้น SPC คืออะไร?
สำหรับงานก่อสร้าง งานตกแต่งภายใน และงานรีโนเวท “BOQ” เป็นเอกสารสำคัญที่ผู้รับเหมา ฝ่ายจัดซื้อ Quantity Surveyor หรือ QS และเจ้าของโครงการใช้สำหรับวางแผนปริมาณวัสดุ ต้นทุน ค่าแรง และงบประมาณก่อนเริ่มงานจริง
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!โดยเฉพาะ BOQ พื้น SPC ไม่ควรหมายถึงเพียงการนำพื้นที่ห้องทั้งหมดมาคูณราคาพื้นต่อตารางเมตรเท่านั้น แต่ควรเป็นกระบวนการ ถอดปริมาณงานพื้น SPC จากแบบก่อสร้างหรือพื้นที่จริง แล้วแยกวัสดุ อุปกรณ์ ค่าแรง และปริมาณเผื่อเศษให้เหมาะสมกับหน้างาน
การถอด BOQ ที่ถูกต้องช่วยตอบคำถามสำคัญ เช่น
- โครงการนี้ต้องใช้พื้น SPC กี่ตารางเมตร?
- ต้องสั่งกี่กล่อง?
- ควรเผื่อเศษกี่เปอร์เซ็นต์?
- ห้องไหนใช้ SPC รุ่นเดียวกันหรือคนละรุ่น?
- ต้องใช้บัวพื้นเท่าไร?
- ต้องใช้ตัวจบหรือตัวเชื่อมมากแค่ไหน?
- ค่าแรงติดตั้งควรคิดอย่างไร?
- ต้องรื้อพื้นเดิมหรือไม่?
- ต้องปรับระดับพื้นก่อนติดตั้งหรือไม่?
- ต้องเตรียมวัสดุประกอบอะไรบ้าง?
- ปริมาณใน BOQ ตรงกับแบบก่อสร้างจริงหรือไม่?
- หากสั่งวัสดุตาม BOQ แล้วจะเพียงพอสำหรับหน้างานหรือไม่?
BOQ คืออะไร?
BOQ ย่อมาจาก Bill of Quantities หรือ “บัญชีแสดงปริมาณงานและวัสดุ”
ในงานก่อสร้าง BOQ ทำหน้าที่เป็นเอกสารสำหรับแสดงว่าโครงการต้องใช้วัสดุและงานแต่ละประเภทในปริมาณเท่าไร พร้อมรายละเอียดหน่วยและต้นทุนที่เกี่ยวข้อง
ตัวอย่างเช่น
| ลำดับ | รายการ | ปริมาณ | หน่วย | ราคาวัสดุ | ค่าแรง | รวม |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | พื้น SPC | 500 | ตร.ม. | 300 | 80 | 190,000 |
| 2 | บัวพื้น | 300 | ม. | 120 | 40 | 48,000 |
| 3 | ตัวจบ | 30 | ม. | 150 | 50 | 6,000 |
BOQ จึงเป็นมากกว่า “ใบเสนอราคา”
เพราะ BOQ แสดงให้เห็นว่า จำนวนที่นำไปคิดราคาเกิดขึ้นจากปริมาณงานอะไร
ตัวอย่างเช่น หากผู้รับเหมาระบุว่า
พื้น SPC 500 ตร.ม.
เจ้าของโครงการควรถามต่อว่า
500 ตร.ม. มาจากพื้นที่ห้องไหนบ้าง?
หากมีแบบก่อสร้าง ควรสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ว่า
- ห้องนอน 1 = 35 ตร.ม.
- ห้องนอน 2 = 32 ตร.ม.
- ห้องนั่งเล่น = 50 ตร.ม.
- ห้องทำงาน = 25 ตร.ม.
- Corridor = 20 ตร.ม.
- อื่น ๆ = 38 ตร.ม.
รวมพื้นที่ใช้งานจริง = 200 ตร.ม.
จากนั้นจึงพิจารณาเปอร์เซ็นต์เผื่อเศษ
200 × 1.05 = 210 ตร.ม.
ดังนั้นปริมาณสำหรับสั่งซื้ออาจอยู่ที่ประมาณ 210 ตร.ม. ก่อนแปลงเป็นจำนวนกล่อง
นี่คือแนวคิดสำคัญของ BOQ พื้น SPC
BOQ พื้น SPC คืออะไร?
BOQ พื้น SPC คือบัญชีแสดงรายการและปริมาณงานที่เกี่ยวข้องกับการติดตั้งพื้น SPC ในโครงการหนึ่ง ๆ
โดยสามารถประกอบด้วย
- พื้น SPC
- วัสดุรองพื้นหรือ Underlayment ในกรณีที่รุ่นสินค้าต้องใช้
- บัวพื้น
- ตัวจบ
- ตัวเชื่อม
- Transition
- วัสดุปรับระดับพื้น
- งานรื้อพื้นเดิม
- งานขนย้ายเศษวัสดุ
- ค่าแรงติดตั้ง
- ค่าแรงรื้อถอน
- ค่าเตรียมพื้น
- ค่าอุปกรณ์ประกอบอื่น ๆ
สำหรับพื้น SPC รุ่นที่มีระบบ Click Lock และมีชั้นรองพื้นติดมากับตัวสินค้า รายการ Underlayment อาจไม่ต้องแยกเป็นวัสดุเพิ่มเติม ดังนั้นผู้รับเหมาควรตรวจสอบ Specification ของสินค้ารุ่นที่จะใช้ก่อนจัดทำ BOQ
พื้น SPC ที่จำหน่ายในตลาดมีโครงสร้างหลายชั้น เช่น ชั้นเคลือบผิว Wear Layer ชั้นฟิล์มลวดลาย แกน SPC และชั้นรองพื้นในบางรุ่น ดังนั้นการทำ BOQ ไม่ควรดูเพียง “ความหนารวม” แต่ต้องระบุรุ่นและ Specification ให้ชัดเจนด้วย
BOQ ต่างจาก Quantity Takeoff อย่างไร?
สองคำนี้เกี่ยวข้องกัน แต่ไม่เหมือนกันเสียทีเดียว
Quantity Takeoff
คือกระบวนการ
“ถอดปริมาณงานจากแบบ”
ตัวอย่าง
จากแบบพบว่า
- ห้อง A = 40 ตร.ม.
- ห้อง B = 50 ตร.ม.
- ห้อง C = 60 ตร.ม.
รวม = 150 ตร.ม.
นี่คือ Quantity Takeoff
BOQ
คือการนำข้อมูลปริมาณที่ถอดได้มาจัดทำเป็นรายการเพื่อใช้บริหารต้นทุนและการจัดซื้อ
ดังนั้นกระบวนการโดยทั่วไปคือ
แบบก่อสร้าง → Quantity Takeoff → BOQ → ขอราคา → เปรียบเทียบราคา → สั่งซื้อ → ติดตั้ง → ตรวจรับ
สำหรับผู้รับเหมามืออาชีพ การทำ BOQ ที่ดีควรสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้
ทำไมผู้รับเหมาควรถอด BOQ พื้น SPC เอง?
ผู้รับเหมาที่รับงานพื้น SPC โดยเฉพาะงานโครงการ ไม่ควรอาศัยตัวเลขพื้นที่จากเจ้าของงานเพียงอย่างเดียว
เหตุผลคือพื้นที่ที่ระบุในเอกสารบางครั้งอาจเป็น
- พื้นที่ประมาณการ
- พื้นที่จากแบบเก่า
- พื้นที่รวมก่อนหักช่องเปิด
- พื้นที่รวมหลายวัสดุ
- พื้นที่รวมที่ยังไม่ได้แยกห้อง
- พื้นที่ที่ไม่ได้เผื่อเศษ
- พื้นที่ที่มีการเปลี่ยนแบบภายหลัง
การถอด BOQ เองทำให้ผู้รับเหมารู้ว่า
“งานจริงต้องใช้วัสดุเท่าไร และต้นทุนจริงอยู่ตรงไหน”
ซึ่งมีผลโดยตรงต่อกำไร
สมมติผู้รับเหมาประเมินว่าต้องใช้ 1,000 ตร.ม.
แต่เมื่อตรวจแบบจริงพบว่าต้องใช้ 1,080 ตร.ม.
หากราคาต้นทุนเฉลี่ย 300 บาท/ตร.ม.
ส่วนต่าง 80 ตร.ม. = 24,000 บาท
ถ้าไม่ได้เผื่อไว้ตั้งแต่เสนอราคา ต้นทุนส่วนนี้อาจกลายเป็นกำไรที่หายไปทันที
ในโครงการขนาดใหญ่ ความคลาดเคลื่อนเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์จึงสามารถมีมูลค่าหลายหมื่นหรือหลายแสนบาท
BOQ พื้น SPC ควรมีรายการอะไรบ้าง? 8 หมวดสำคัญที่ผู้รับเหมาต้องถอดให้ครบ
การทำ BOQ พื้น SPC สำหรับงานบ้าน คอนโด สำนักงาน โรงแรม ร้านค้า หรือโครงการอสังหาริมทรัพย์ ไม่ควรคิดเพียงว่า
“พื้นที่ 500 ตร.ม. × ราคาพื้น SPC ต่อตารางเมตร = ต้นทุน”
เพราะการติดตั้งพื้น SPC จริงยังมีรายการอื่นที่เกี่ยวข้องอีกหลายส่วน เช่น งานเตรียมพื้น บัวพื้น ตัวจบ ตัวเชื่อม งานรื้อพื้นเดิม ค่าแรง ขนส่ง และวัสดุประกอบ
ดังนั้น หากต้องการให้ BOQ สามารถนำไปใช้ เสนอราคา จัดซื้อ ควบคุมต้นทุน และตรวจรับงาน ได้จริง ควรแยกอย่างน้อย 8 หมวดดังนี้
8 หมวด BOQ พื้น SPC ที่แนะนำ
| หมวด | รายการหลัก | หน่วยที่พบบ่อย |
|---|---|---|
| 1 | งานสำรวจและเตรียมพื้นที่ | ตร.ม. / งาน |
| 2 | วัสดุพื้น SPC | ตร.ม. / กล่อง |
| 3 | วัสดุรองพื้นและระบบป้องกันความชื้น | ตร.ม. / ม้วน |
| 4 | อุปกรณ์ประกอบและวัสดุเก็บขอบ | ม. / ชุด / ชิ้น |
| 5 | งานติดตั้งพื้น SPC | ตร.ม. |
| 6 | งานรื้อถอนและเตรียมพื้นที่เดิม | ตร.ม. / เที่ยว |
| 7 | งานขนส่ง ขนย้าย และจัดการวัสดุ | เที่ยว / ตร.ม. / เหมา |
| 8 | ค่าใช้จ่ายโครงการและรายการเผื่อ | % / เหมา / รายการ |
หมายเหตุ: รายการจริงอาจเพิ่มหรือลดได้ตามระบบติดตั้ง Specification ของพื้น SPC และ Scope of Work ของแต่ละโครงการ โดยเฉพาะเรื่อง Underlayment เพราะพื้น SPC บางรุ่นมีแผ่นรอง IXPE/EVA ติดมากับตัวสินค้าอยู่แล้ว จึงไม่ควรใส่ Underlayment เพิ่มโดยอัตโนมัติ
หมวดที่ 1: งานสำรวจและเตรียมพื้นที่ก่อนติดตั้ง
หมวดนี้เป็นส่วนที่ผู้รับเหมามักมองข้ามมากที่สุด แต่ในงานโครงการจริงถือว่าสำคัญมาก เพราะ พื้น SPC จะติดตั้งได้ดีเพียงใดขึ้นอยู่กับสภาพพื้นเดิมด้วย
ก่อนเริ่มถอด BOQ ควรตรวจสอบว่าโครงการเป็น
- งานก่อสร้างใหม่
- งานรีโนเวท
- งานปู SPC ทับพื้นเดิม
- งานรื้อพื้นเดิมแล้วติดตั้งใหม่
เพราะแต่ละกรณีมีต้นทุนแตกต่างกัน
1.1 งานตรวจสอบพื้นเดิม
รายการที่ควรตรวจ เช่น
- ความเรียบของพื้น
- ระดับพื้น
- จุดนูน
- จุดยุบ
- รอยแตกร้าว
- กระเบื้องหลุด
- พื้นเดิมมีการขยับหรือไม่
- ความชื้นของพื้น
- คราบน้ำมันหรือสิ่งสกปรก
- เศษปูน
- รอยต่อ
- Expansion Joint
- ระดับประตู
- ระดับ Built-in
คู่มือการติดตั้ง SPC หลายระบบกำหนดให้ตรวจสอบความเรียบของพื้นและแก้ไขจุดที่ไม่เหมาะสมก่อนติดตั้ง ขณะที่บางระบบกำหนดเงื่อนไขเรื่องความชื้นของพื้นคอนกรีตด้วย ดังนั้นผู้รับเหมาควรยึด Installation Guide ของรุ่นสินค้าที่อนุมัติเป็นหลัก
1.2 งานทำความสะอาดพื้น
อาจประกอบด้วย
- กวาด
- ดูดฝุ่น
- ขจัดคราบ
- ขูดเศษปูน
- ขจัดกาวเดิม
- ทำความสะอาดพื้นเดิม
หากเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ อาจแยกเป็น
งานทำความสะอาดและเตรียมผิวพื้น = 500 ตร.ม.
1.3 งานปรับระดับพื้น
หากพื้นมีความไม่เรียบ อาจต้องมีรายการ
งานปรับระดับพื้น
หน่วยอาจเป็น
ตร.ม.
หรือ
กิโลกรัม / ถุง
ขึ้นอยู่กับวิธีคิดของวัสดุ
ตัวอย่าง BOQ
| รายการ | ปริมาณ | หน่วย |
| Floor Preparation | 500 | ตร.ม. |
| Self-Leveling | 500 | ตร.ม. |
| Primer | 500 | ตร.ม. |
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรใส่ Self-Leveling ใน BOQ ทุกโครงการโดยอัตโนมัติ ต้องประเมินจากสภาพพื้นจริงและระบบผลิตภัณฑ์ที่เลือก
1.4 งานแก้ไขรอยแตกร้าว
หากพื้นคอนกรีตมีรอยแตก อาจต้องมีรายการซ่อมก่อนติดตั้ง
เช่น
- Crack Repair
- Joint Repair
- Patching
- Filling
1.5 งานตรวจสอบความชื้น
โดยเฉพาะงานพื้นคอนกรีตใหม่หรือพื้นที่ที่มีความเสี่ยงเรื่องความชื้น
ควรกำหนด
Moisture Test
ใน Scope หากโครงการต้องการ
เพราะความชื้นใต้พื้นสามารถส่งผลต่อระบบพื้นและวัสดุประกอบได้
หมวดที่ 2: วัสดุพื้น SPC
นี่คือ วัสดุหลักของ BOQ
แต่ไม่ควรเขียนเพียง
“พื้น SPC 500 ตร.ม.”
ควรระบุ Specification ให้ละเอียด
2.1 ยี่ห้อ
เช่น
ENOCH
2.2 รุ่น
ต้องระบุ Model ให้ชัดเจน
เพราะแต่ละรุ่นอาจมี
- ความหนา
- Wear Layer
- ขนาดแผ่น
- น้ำหนัก
- พื้นที่ต่อกล่อง
- ระบบ Click Lock
แตกต่างกัน
2.3 สี
ควรระบุ
Color Code / ชื่อสี
เพื่อป้องกันการสั่งผิด
2.4 ความหนา
เช่น
- 4 mm
- 5 mm
- 5.5 mm
- 6.5 mm
แต่ต้องระบุให้ชัดว่าเป็น
Core Thickness
หรือ
Total Thickness
เพราะบางผลิตภัณฑ์มีชั้นรองพื้นติดมากับแผ่น ทำให้ความหนารวมต่างจากความหนาแกน SPC
2.5 Wear Layer
ควรระบุ เช่น
- 0.3 mm
- 0.5 mm
- 0.7 mm
หรือค่าตาม Specification ของสินค้า
เพราะโครงการที่มี Traffic แตกต่างกันอาจต้องเลือก Specification แตกต่างกัน
2.6 ขนาดแผ่น
ควรระบุ
กว้าง × ยาว × ความหนา
เพราะขนาดแผ่นมีผลต่อ
- Pattern
- Layout
- Waste
- จำนวนแผ่นต่อกล่อง
- น้ำหนักต่อกล่อง
2.7 ระบบติดตั้ง
เช่น
Click Lock
หรือระบบอื่นตาม Specification
2.8 พื้นที่ต่อกล่อง
รายการนี้ สำคัญมากสำหรับ BOQ
ตัวอย่าง
1 กล่อง = 2.855 ตร.ม.
แต่ต้องใช้ข้อมูลจริงของรุ่นที่จะสั่งซื้อ
เพราะสินค้า SPC แต่ละรุ่นอาจมีจำนวนแผ่นและพื้นที่ต่อกล่องแตกต่างกัน ตัวอย่างสินค้าบางรุ่นในตลาดมีพื้นที่ 2.65 ตร.ม./กล่อง ขณะที่บางรุ่นมี 3.31 ตร.ม./กล่อง
2.9 จำนวนกล่อง
สูตร
จำนวนกล่อง = ปริมาณที่ต้องใช้ ÷ พื้นที่ต่อกล่อง
จากนั้นปัดขึ้นเป็นจำนวนเต็ม
ตัวอย่าง
ต้องใช้ 500 ตร.ม.
พื้นที่ต่อกล่อง = 2.855 ตร.ม.
500 ÷ 2.855
≈ 175.13 กล่อง
ดังนั้นต้องสั่งอย่างน้อย 176 กล่อง
2.10 Waste
ควรแยกให้เห็น
พื้นที่สุทธิ
กับ
พื้นที่สั่งซื้อหลังเผื่อเศษ
ตัวอย่าง
พื้นที่สุทธิ = 500 ตร.ม.
Waste = 5%
พื้นที่สำหรับสั่งซื้อ
500 × 1.05
= 525 ตร.ม.
จากนั้นจึงคำนวณจำนวนกล่อง
หมวดที่ 3: วัสดุรองพื้นและระบบป้องกันความชื้น
หมวดนี้ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะ SPC แต่ละรุ่นไม่ได้ใช้ Underlayment เหมือนกัน
บางรุ่นมี IXPE หรือวัสดุรองพื้นติดมากับแผ่นอยู่แล้ว ขณะที่บางรุ่นอาจไม่มี จึงต้องตรวจ Product Specification ก่อนสั่งซื้อ
3.1 Underlayment / IXPE
หากระบบติดตั้งกำหนดให้ใช้แยก สามารถถอดเป็น
Underlayment = XXX ตร.ม.
วัสดุที่พบได้ เช่น
- IXPE
- EVA
- วัสดุรองพื้นเฉพาะระบบ
อุปกรณ์กลุ่ม Underlayment มีหน้าที่ตามระบบผลิตภัณฑ์ เช่น ช่วยเรื่องเสียง ความสบาย และการรองรับพื้น แต่ต้องเลือกตามข้อกำหนดของพื้นรุ่นนั้น ไม่ควรเพิ่มความหนาเองโดยไม่ตรวจสอบ Compatibility
3.2 Moisture Barrier
ในบางระบบอาจมีข้อกำหนดเกี่ยวกับชั้นป้องกันความชื้น โดยเฉพาะพื้นคอนกรีต
รายการอาจระบุเป็น
Moisture Barrier = XXX ตร.ม.
แต่ต้องยึด Installation Guide ของสินค้าเป็นหลัก เพราะบางระบบมีข้อกำหนดต่างกัน และบางรุ่นมีชั้นรองพื้นหรือระบบเฉพาะของตัวเอง
3.3 เทปสำหรับรอยต่อ
หากระบบ Underlayment กำหนดให้ใช้เทปปิดรอยต่อ อาจเพิ่มรายการ
Underlayment Joint Tape
หน่วย
ม้วน / กล่อง
3.4 Primer
ในกรณีงานปรับพื้นหรือระบบเตรียมพื้นกำหนดให้ใช้ Primer
ควรแยกเป็น
Primer = XXX ลิตร / ตร.ม.
หมวดที่ 4: อุปกรณ์ประกอบและวัสดุเก็บขอบ
หมวดนี้สำคัญมาก เพราะพื้น SPC ที่ติดตั้งเสร็จแล้วไม่ได้มีเพียงแผ่นพื้น แต่ยังมีรายละเอียดบริเวณ
- ผนัง
- ประตู
- ขอบพื้น
- รอยต่อ
- จุดเปลี่ยนระดับ
- บันได
อุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกับพื้น SPC โดยทั่วไปมี Skirting, T-Molding, Reducer, End Cap, Stair Nose และ Underlayment เป็นต้น
4.1 บัวพื้น / Skirting
หน่วย
เมตร
สูตรพื้นฐาน
ความยาวรอบพื้นที่ – ช่องเปิดที่ไม่ต้องติดบัว
ตัวอย่าง
เส้นรอบห้อง = 30 ม.
ประตู = 0.9 ม.
บัวที่ต้องติดตั้ง
30 – 0.9
= 29.1 ม.
จากนั้นพิจารณาเศษตามความยาวของบัวที่จำหน่ายจริง
4.2 T-Molding
ใช้บริเวณที่พื้นสองฝั่งมีระดับใกล้เคียงกันตามระบบที่ออกแบบ
เช่น
- ระหว่างห้อง
- ช่องเปิด
- จุดแบ่งพื้นที่
- จุดที่ต้องมี Transition ตาม Installation Guide
ควรถอดเป็น
T-Molding = XX เมตร / XX เส้น
4.3 Reducer
ใช้บริเวณพื้นต่างระดับ เช่น
SPC → กระเบื้อง
หรือ
SPC → พื้นอีกประเภทที่มีระดับต่ำกว่า
ต้องตรวจระดับจริงก่อนเลือก Profile
4.4 End Cap / Edge Trim
ใช้บริเวณที่พื้น SPC สิ้นสุดและไม่สามารถใช้บัวหรือ Transition แบบอื่นได้
เช่น
- ขอบประตู
- ขอบพื้นที่เปิด
- ขอบระเบียง
- จุดสิ้นสุดของพื้น
4.5 L-Trim
ใช้บริเวณขอบหรือมุมตามรายละเอียดของงาน
4.6 Stair Nose
หากโครงการมีบันไดที่ใช้ SPC ต้องแยก
- ลูกนอน
- ลูกตั้ง
- Stair Nose
เป็นรายการต่างหากตามระบบสินค้า
4.7 อุปกรณ์บริเวณเสาและมุม
ในโครงการที่มีเสาจำนวนมาก อาจต้องมี
- Corner Trim
- Edge Trim
- Finishing Trim
ตามรายละเอียดหน้างาน
หมวดที่ 5: งานติดตั้งพื้น SPC
หมวดนี้คือ ค่าแรงติดตั้ง
ควรแยกออกจากราคาวัสดุอย่างชัดเจน
ตัวอย่าง
งานติดตั้งพื้น SPC = 500 ตร.ม.
และกำหนดราคาต่อหน่วย
80 บาท/ตร.ม.
มูลค่า
500 × 80
= 40,000 บาท
5.1 ค่าแรงปูพื้น SPC
รายการหลัก
SPC Flooring Installation
หน่วย
ตร.ม.
5.2 ค่าแรงตัดเข้ามุม
ในบางโครงการอาจรวมอยู่ในค่าแรงต่อตารางเมตรแล้ว
แต่ถ้าเป็นงานพิเศษ ควรระบุ Scope ให้ชัดเจน
5.3 ค่าแรงติดตั้งบัว
หน่วย
เมตร
เช่น
Skirting Installation = 300 ม.
5.4 ค่าแรงติดตั้ง Transition
หน่วย
เมตร / ชิ้น
5.5 ค่าแรงติดตั้งบันได
หากมี
Stair Installation
ควรแยกเป็น
- ลูกนอน
- ลูกตั้ง
- จมูกบันได
5.6 งานเก็บรายละเอียด
เช่น
- ตรวจรอยต่อ
- ตรวจ Click Lock
- เก็บขอบ
- ทำความสะอาด
- ตรวจแนว
- แก้ไขตำแหน่งแผ่น
ควรระบุว่ารวมอยู่ใน Installation Rate แล้วหรือไม่
หมวดที่ 6: งานรื้อถอนและเตรียมพื้นที่เดิม
หมวดนี้สำคัญมากสำหรับ งาน Renovation
เพราะต้นทุนงานรีโนเวทไม่ได้เริ่มจากการเอา SPC มาปูทันที
อาจต้อง
รื้อ → ขนทิ้ง → เตรียมพื้น → ปรับพื้น → ติดตั้ง
6.1 รื้อกระเบื้องเดิม
ตัวอย่าง
รื้อกระเบื้องเดิม = 300 ตร.ม.
6.2 รื้อพื้นไวนิลเดิม
หากมี
Existing Vinyl Removal = XXX ตร.ม.
6.3 รื้อกาวเดิม
อาจต้องแยก
Adhesive Removal
6.4 รื้อบัวเดิม
หน่วย
เมตร
6.5 ขนเศษวัสดุ
หน่วยอาจเป็น
- เที่ยว
- ตัน
- ลูกบาศก์เมตร
- เหมา
ขึ้นอยู่กับวิธีคิดของผู้รับเหมา
6.6 ค่าทิ้งเศษวัสดุ
ควรพิจารณาแยกจากค่ารื้อ
เพราะ
ค่าแรงรื้อ ≠ ค่าขนทิ้ง
หากโครงการมีปริมาณมาก การแยกรายการจะช่วยให้ควบคุมต้นทุนง่ายขึ้น
หมวดที่ 7: งานขนส่ง ขนย้าย และจัดการวัสดุ
หมวดนี้มักถูกลืมใน BOQ แต่สำหรับงานโครงการขนาดใหญ่สามารถเป็นต้นทุนที่มีนัยสำคัญ
7.1 ค่าขนส่งจาก Supplier ไปโครงการ
ระบุ
Delivery
หน่วย
เที่ยว / เหมา
7.2 ค่าขนขึ้นอาคาร
หากเป็น
- อาคารสูง
- คอนโด
- โรงแรม
- สำนักงาน
อาจมีค่า
Loading / Unloading
7.3 ค่าขนย้ายภายในอาคาร
เช่น
Ground Floor → ชั้น 10
อาจต้องใช้
- ลิฟต์
- รถเข็น
- แรงงาน
7.4 ค่าจัดเก็บวัสดุ
หากต้องเก็บของในพื้นที่ชั่วคราว ควรพิจารณา
- พื้นที่ Storage
- การป้องกันความเสียหาย
- การจัดเรียง
- การเคลื่อนย้าย
7.5 ค่าแรงขนวัสดุ
ควรแยกออกจากค่าแรงติดตั้ง หาก Scope ไม่ได้รวมไว้
หมวดที่ 8: ค่าใช้จ่ายโครงการและรายการเผื่อ
หมวดสุดท้ายคือสิ่งที่ทำให้ BOQ จาก “รายการวัสดุ” กลายเป็น BOQ สำหรับ บริหารโครงการจริง
8.1 Waste
ควรระบุแยกจากพื้นที่สุทธิ
ตัวอย่าง
พื้นที่สุทธิ
500 ตร.ม.
Waste 5%
= 25 ตร.ม.
พื้นที่สั่งซื้อ
= 525 ตร.ม.
8.2 Spare Material
Spare ไม่ควรปนกับ Waste
ตัวอย่าง
Spare Material = 10 ตร.ม.
สำหรับเก็บไว้ซ่อมในอนาคต
8.3 ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด
เช่น
- อุปกรณ์สิ้นเปลือง
- เทป
- ใบตัด
- วัสดุป้องกัน
- พลาสติกคลุม
- อุปกรณ์ทำความสะอาด
ทั้งนี้ควรพิจารณาว่ารายการใดรวมอยู่ในค่าแรงแล้ว
8.4 ค่า Overhead
สำหรับผู้รับเหมาสามารถแยกค่าใช้จ่าย เช่น
- ควบคุมงาน
- สำนักงานสนาม
- เครื่องมือ
- การประสานงาน
- ค่าใช้จ่ายบริหาร
8.5 ค่า Contingency
ใช้สำหรับความเสี่ยงของโครงการตามนโยบายของผู้รับเหมา
แต่ควรแยกให้ชัดเจนว่าเป็น
Contingency
ไม่ใช่การเพิ่ม Waste โดยไม่มีเหตุผล
สรุป 8 หมวด BOQ พื้น SPC แบบมืออาชีพ
เมื่อนำทั้งหมดมารวมกัน สามารถจัดโครงสร้าง BOQ ได้ดังนี้
| หมวด | รายการ | ตัวอย่างหน่วย |
| 1. เตรียมพื้นที่ | ตรวจพื้น / ทำความสะอาด / ปรับระดับ / Primer | ตร.ม. / งาน |
| 2. พื้น SPC | รุ่น / สี / ความหนา / Wear Layer / กล่อง | ตร.ม. / กล่อง |
| 3. Underlayment | IXPE / EVA / Moisture Barrier / Tape | ตร.ม. / ม้วน |
| 4. Accessories | Skirting / T-Molding / Reducer / End Cap / Stair Nose | ม. / ชิ้น |
| 5. Installation | ปูพื้น / ติดบัว / ติด Transition / งานเก็บ | ตร.ม. / ม. |
| 6. Demolition | รื้อพื้นเดิม / รื้อบัว / รื้อกาว / ขนเศษ | ตร.ม. / เที่ยว |
| 7. Logistics | ขนส่ง / ขนขึ้นอาคาร / ขนย้ายภายใน | เที่ยว / เหมา |
| 8. Project Cost | Waste / Spare / Consumables / Overhead / Contingency | % / เหมา |
ตัวอย่าง BOQ พื้น SPC แบบครบ 8 หมวด
สมมติโครงการมีพื้นที่ติดตั้ง 500 ตร.ม.
สามารถทำ BOQ เบื้องต้นได้ดังนี้
| No. | หมวด | รายการ | Qty | Unit |
| 1 | เตรียมพื้นที่ | ตรวจสอบและเตรียมพื้น | 500 | ตร.ม. |
| 2 | เตรียมพื้นที่ | ปรับระดับพื้น | 500 | ตร.ม. |
| 3 | พื้น SPC | SPC รุ่น A | 500 | ตร.ม. |
| 4 | พื้น SPC | Waste 5% | 25 | ตร.ม. |
| 5 | พื้น SPC | พื้นที่สั่งซื้อ | 525 | ตร.ม. |
| 6 | พื้น SPC | จำนวนกล่อง | 184 | กล่อง |
| 7 | Underlayment | IXPE | ตามระบบ | ตร.ม. |
| 8 | Accessories | Skirting | 300 | ม. |
| 9 | Accessories | T-Molding | 20 | ม. |
| 10 | Accessories | Reducer | 10 | ม. |
| 11 | Installation | ติดตั้ง SPC | 525 | ตร.ม. |
| 12 | Installation | ติดตั้งบัว | 300 | ม. |
| 13 | Demolition | รื้อพื้นเดิม | 500 | ตร.ม. |
| 14 | Demolition | ขนเศษวัสดุ | 5 | เที่ยว |
| 15 | Logistics | ขนส่งสินค้า | 2 | เที่ยว |
| 16 | Project Cost | Spare Material | ตามโครงการ | ตร.ม. |
หมายเหตุสำคัญ: จำนวน 184 กล่องในตัวอย่างเป็นเพียงตัวเลขสมมติ หากพื้นที่ต่อกล่องของสินค้าจริงไม่เท่ากัน ต้องคำนวณใหม่จาก Specification ของรุ่นที่เลือก
ข้อมูลที่ต้องเตรียมก่อนถอด BOQ
ก่อนเริ่มถอด BOQ ผู้รับเหมาควรเตรียมเอกสารดังนี้
1. แบบ Floor Plan
ใช้ดูขนาดและรูปทรงของพื้นที่
2. Finish Plan
ใช้ดูว่าส่วนไหนใช้วัสดุอะไร
3. Flooring Plan
หากมีแบบแยกประเภทพื้น จะช่วยลดความผิดพลาดอย่างมาก
4. Room Schedule
ใช้ตรวจสอบชื่อห้องและพื้นที่
5. Material Specification
ใช้ระบุรุ่นพื้น SPC
6. Detail Drawing
ใช้ดูรายละเอียดบริเวณ
- ประตู
- บันได
- ขอบพื้น
- รอยต่อ
- Transition
7. แบบ Revision ล่าสุด
สำคัญมาก
เพราะหากใช้แบบ Revision เก่า พื้นที่อาจไม่ตรงกับหน้างาน
8. ข้อมูลหน้างานจริง
โดยเฉพาะงาน Renovation
วิธีอ่านแบบก่อสร้างเพื่อถอดพื้น SPC
ขั้นตอนแรกคืออย่าเพิ่งเริ่มคำนวณ
ให้เริ่มจากการ “ทำความเข้าใจแบบ”
ขั้นตอนที่ 1 ตรวจ Revision
เช็กว่าเป็น
Drawing Revision ล่าสุด
หรือไม่
ขั้นตอนที่ 2 ดู Flooring Plan
ดูว่า
- พื้นที่ไหนใช้ SPC
- พื้นที่ไหนใช้กระเบื้อง
- พื้นที่ไหนใช้ Carpet
- พื้นที่ไหนไม่ปูพื้น
- พื้นที่ไหนใช้วัสดุพิเศษ
ขั้นตอนที่ 3 แยกห้อง
เช่น
| ห้อง | พื้น |
| Bedroom 01 | SPC |
| Bedroom 02 | SPC |
| Living | SPC |
| Kitchen | Tile |
| Bathroom | Tile |
| Balcony | Tile |
ในกรณีนี้ไม่ควรนำพื้นที่ทั้งหมดมาคำนวณเป็น SPC
ต้องแยกตามวัสดุจริง
วิธีวัดพื้นที่พื้น SPC จากแบบ
กรณีพื้นที่เป็นสี่เหลี่ยม
ใช้สูตร
พื้นที่ = กว้าง × ยาว
ตัวอย่าง
ห้องกว้าง 5 เมตร
ยาว 8 เมตร
พื้นที่
5 × 8 = 40 ตร.ม.
กรณีห้องเป็นรูปตัว L
ให้แบ่งพื้นที่ออกเป็นสี่เหลี่ยมย่อย
เช่น
ส่วน A = 4 × 5 = 20 ตร.ม.
ส่วน B = 3 × 2 = 6 ตร.ม.
รวม
20 + 6 = 26 ตร.ม.
ไม่ควรพยายามใช้สูตรเดียวกับพื้นที่รูปทรงซับซ้อน เพราะมีโอกาสคำนวณผิด
สูตรคำนวณพื้นที่พื้น SPC
สูตรพื้นฐานคือ
พื้นที่สุทธิ = ผลรวมพื้นที่ที่ต้องปู – พื้นที่ที่ไม่ต้องปู
จากนั้น
พื้นที่สำหรับสั่งซื้อ = พื้นที่สุทธิ × (1 + % เผื่อเศษ)
ตัวอย่าง
พื้นที่สุทธิ = 300 ตร.ม.
เผื่อเศษ 5%
300 × 1.05
= 315 ตร.ม.
ดังนั้นต้องเตรียมวัสดุประมาณ 315 ตร.ม.
แต่ยังไม่จบ เพราะต้องตรวจสอบว่า
1 กล่องมีกี่ ตร.ม.
วิธีหักพื้นที่ที่ไม่ต้องปู
หนึ่งในข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นบ่อยคือการใช้พื้นที่รวมของห้องโดยไม่หักพื้นที่ที่ไม่ใช่งาน SPC
ตัวอย่างห้องขนาด
10 × 8 = 80 ตร.ม.
แต่มี
- พื้นที่ครัว 8 ตร.ม.
- ห้องน้ำ 4 ตร.ม.
- ตู้ Built-in บางส่วน 3 ตร.ม.
หากพื้นที่เหล่านี้ไม่ต้องปู SPC
พื้นที่สุทธิจะไม่ใช่ 80 ตร.ม.
ต้องนำพื้นที่ที่ไม่อยู่ใน Scope ออกตามแบบและขอบเขตงานจริง
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรหักพื้นที่ Built-in โดยอัตโนมัติทุกกรณี เพราะต้องดูว่าแบบระบุให้ติดตั้งพื้นก่อนหรือหลังติดตั้ง Built-in และขอบเขตงานของผู้รับเหมาคืออะไร
หลักการสำคัญคือ
ถอดตาม Scope of Work ไม่ใช่เดาจากรูปแบบห้อง
วิธีแบ่งพื้นที่ตามประเภทวัสดุ
ในโครงการหนึ่งอาจมีพื้น SPC หลายรุ่น
ตัวอย่าง
- SPC 4 mm
- SPC 5 mm
- SPC 5.5 mm
- SPC 6.5 mm
หากแต่ละรุ่นมีราคาหรือพื้นที่ต่อกล่องต่างกัน ต้องแยก BOQ
ตัวอย่าง
| รุ่น | พื้นที่ |
| SPC รุ่น A | 200 ตร.ม. |
| SPC รุ่น B | 350 ตร.ม. |
| SPC รุ่น C | 100 ตร.ม. |
ไม่ควรรวมเป็น
SPC = 650 ตร.ม.
เพราะจะทำให้การจัดซื้อผิดรุ่นได้ง่าย
วิธีเผื่อเศษพื้น SPC
การเผื่อเศษเป็นหัวใจสำคัญของ BOQ พื้น SPC
เพราะจำนวนพื้นที่ที่คำนวณได้ไม่เท่ากับจำนวนวัสดุที่ต้องซื้อจริงเสมอไป
สาเหตุของเศษ ได้แก่
- การตัดปลายแผ่น
- การตัดเข้ามุม
- รูปทรงห้อง
- เสา
- ช่องประตู
- แนวปู
- ทิศทางลาย
- การจัด Pattern
- แผ่นเสียหาย
- การตัดเริ่มต้นและจบแถว
- ความเสียหายระหว่างขนส่งหรือการติดตั้ง
- พื้นที่ต่อเนื่อง
- มีการวางแผนการตัดดี
5%
เหมาะกับโครงการทั่วไป
เช่น
- บ้าน
- คอนโด
- สำนักงาน
- ห้องพัก
7%
เหมาะกับพื้นที่ที่มี
- หลายห้อง
- มุมมาก
- ทางเดิน
- รูปทรงซับซ้อน
- มีการตัดหลายจุด
10%
อาจพิจารณาเมื่อ
- Pattern ซับซ้อน
- ลายมีทิศทางเฉพาะ
- พื้นที่ตัดเยอะ
- มีการปูแบบพิเศษ
- ต้องการสำรองวัสดุ
ทั้งนี้เปอร์เซ็นต์ดังกล่าวควรใช้เป็นแนวทาง ไม่ใช่กฎตายตัว และควรพิจารณาจาก Layout การปูจริง
เว็บไซต์ Enoch แนะนำให้พิจารณา “พื้นที่จริง + รูปแบบพื้นที่ + รูปแบบการปู + เปอร์เซ็นต์เผื่อเศษ + พื้นที่ต่อกล่อง” ร่วมกันก่อนสั่งซื้อ
วิธีแปลงตารางเมตรเป็นจำนวนกล่อง
นี่เป็นอีกขั้นตอนที่ผู้รับเหมาพลาดบ่อย
สมมติพื้น SPC
1 กล่อง = 2.855 ตร.ม.
และต้องใช้
315 ตร.ม.
คำนวณ
315 ÷ 2.855
≈ 110.33 กล่อง
ไม่สามารถสั่ง 110.33 กล่องได้
ต้องปัดขึ้น
= 111 กล่อง
จากนั้นควรคำนวณกลับ
111 × 2.855
= 316.905 ตร.ม.
ดังนั้นวัสดุที่ซื้อจริง = 316.905 ตร.ม.
ตัวอย่างการคำนวณพื้น SPC แบบละเอียด
สมมติโครงการมี
- Lobby = 100 ตร.ม.
- Office = 250 ตร.ม.
- Meeting Room = 80 ตร.ม.
- Corridor = 120 ตร.ม.
รวมพื้นที่
100 + 250 + 80 + 120
= 550 ตร.ม.
สมมติเผื่อเศษ 5%
550 × 1.05
= 577.50 ตร.ม.
ถ้าพื้น SPC มีพื้นที่ต่อกล่อง
2.855 ตร.ม.
จำนวนกล่อง
577.50 ÷ 2.855
≈ 202.28 กล่อง
ปัดขึ้น
= 203 กล่อง
พื้นที่จริงที่ซื้อ
203 × 2.855
= 579.565 ตร.ม.
ดังนั้น BOQ ควรบันทึกทั้ง
พื้นที่คำนวณ = 577.50 ตร.ม.
และ
จำนวนสั่งซื้อจริง = 203 กล่อง
เพื่อให้ฝ่ายจัดซื้อและหน้างานเข้าใจตรงกัน
ตัวอย่าง BOQ พื้น SPC แบบมืออาชีพ
| ลำดับ | รายการ | พื้นที่สุทธิ | เผื่อ | ปริมาณสั่งซื้อ | หน่วย |
| 1 | SPC Lobby | 100 | 5% | 105 | ตร.ม. |
| 2 | SPC Office | 250 | 5% | 262.50 | ตร.ม. |
| 3 | SPC Meeting | 80 | 5% | 84 | ตร.ม. |
| 4 | SPC Corridor | 120 | 5% | 126 | ตร.ม. |
| รวม | 550 | 577.50 | ตร.ม. |
จากนั้นจึงแปลงเป็นกล่อง
🧮 เครื่องคำนวณจำนวนพื้น SPC
คำนวณพื้นที่ จำนวนกล่อง จำนวนแผ่น พื้นที่เผื่อเศษ และราคาประมาณการสำหรับบ้าน ออฟฟิศ โรงแรม และโครงการ
เลือกรุ่นพื้น SPC
ข้อมูลต่อกล่องและราคาอ้างอิงอัปเดตอัตโนมัติ
ระบุพื้นที่
เพิ่มหลายห้องหรือหลายโซนได้
เผื่อเศษ
เลือกตามรูปทรงพื้นที่และรายละเอียดหน้างาน
-
- รุ่นสินค้า
- -
- พื้นที่ต่อกล่อง
- -
- เผื่อเศษ
- -
- จำนวนกล่องก่อนปัด
- -
- จำนวนกล่องที่ต้องสั่ง
- -
- จำนวนแผ่นต่อกล่อง
- -
- ราคาอ้างอิง
- -
ต้องการราคาโครงการ?
ส่งผลการคำนวณ พร้อม Floor Plan หรือ BOQ ให้ทีม Enoch ตรวจสอบปริมาณและเสนอราคา
📩 ขอใบเสนอราคาโครงการวิธีถอดบัวพื้น
ผู้รับเหมาหลายรายคำนวณเฉพาะพื้น แต่ลืมคำนวณบัวพื้น
นี่เป็นข้อผิดพลาดสำคัญ
บัวพื้นควรคิดเป็น เมตรวิ่ง
สูตรเบื้องต้น
ความยาวบัว = ความยาวรอบพื้นที่ – ช่องเปิดที่ไม่ต้องติดตั้ง
ตัวอย่าง
ห้องขนาด
5 × 8 เมตร
เส้นรอบรูป
(5 + 8) × 2
= 26 เมตร
มีประตู 1 จุด กว้าง 0.9 เมตร
หากขอบเขตงานไม่ติดบัวบริเวณประตู
26 – 0.9
= 25.1 เมตร
จากนั้นควรพิจารณาเศษสำหรับการตัดและต่อบัวตามรูปแบบงาน
วิธีถอดตัวจบพื้น
ตัวจบหรือ Transition มักใช้บริเวณ
- ประตู
- รอยต่อวัสดุ
- ต่างระดับ
- จุดเปลี่ยนจาก SPC ไปกระเบื้อง
- จุดเปลี่ยนจาก SPC ไป Carpet
ควรตรวจจากแบบ Detail
ไม่ควรใช้การประมาณจากพื้นที่รวม
ตัวอย่าง
มีประตู 12 จุด
แต่ละจุดกว้าง 0.9 เมตร
ความยาวตัวจบ
12 × 0.9
= 10.8 เมตร
หากสินค้าจำหน่ายเป็นเส้น 2.4 เมตร
10.8 ÷ 2.4
= 4.5 เส้น
ต้องปัดขึ้นเป็น
5 เส้น
BOQ งานรื้อพื้นเดิม
งาน Renovation ต้องแยกงานรื้อออกจากงานติดตั้ง
ตัวอย่าง
| รายการ | ปริมาณ | หน่วย |
| รื้อกระเบื้องเดิม | 150 | ตร.ม. |
| ขนเศษวัสดุ | 150 | ตร.ม. |
| เตรียมพื้น | 150 | ตร.ม. |
| ติดตั้ง SPC | 150 | ตร.ม. |
ไม่ควรคิดเพียง
ติดตั้ง SPC 150 ตร.ม.
เพราะต้นทุนจริงของงานรีโนเวทอาจมี
- ค่าแรงรื้อ
- ค่าขนทิ้ง
- ค่าถุง/ภาชนะ
- ค่าขนส่ง
- ค่าปรับพื้น
- ค่าแรงติดตั้ง
BOQ งานปรับระดับพื้น
พื้น SPC เป็นวัสดุที่ต้องการพื้นเดิมที่เหมาะสมสำหรับการติดตั้ง
ดังนั้นก่อนทำ BOQ ต้องตรวจสอบพื้นเดิม
โดยเฉพาะ
- ความเรียบ
- ความแข็งแรง
- รอยแตกร้าว
- ความชื้น
- คราบน้ำมัน
- กระเบื้องหลุด
- ระดับพื้น
- จุดนูน
- จุดยุบ
หากพื้นไม่เหมาะสม อาจต้องมีงานปรับพื้นเพิ่มเติม
เช่น
งานปรับระดับพื้น = 120 ตร.ม.
จากนั้นจึงคำนวณวัสดุปรับระดับตามระบบผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้
ไม่ควรใส่ปริมาณแบบเดาสุ่ม เพราะวัสดุแต่ละประเภทมีอัตราการใช้ต่างกัน
ตัวอย่าง BOQ ห้องพัก
สมมติโครงการโรงแรมมีห้องพัก 20 ห้อง
แต่ละห้องมีพื้นที่ SPC 32 ตร.ม.
พื้นที่รวม
20 × 32
= 640 ตร.ม.
สมมติเผื่อเศษ 5%
640 × 1.05
= 672 ตร.ม.
ถ้าพื้น SPC
2.855 ตร.ม./กล่อง
672 ÷ 2.855
≈ 235.38 กล่อง
ปัดขึ้น
= 236 กล่อง
พื้นที่ซื้อจริง
236 × 2.855
= 674.98 ตร.ม.
ตัวอย่าง BOQ บ้าน
สมมติบ้านหนึ่งหลัง
| พื้นที่ | ตร.ม. |
| Living | 45 |
| Bedroom 1 | 25 |
| Bedroom 2 | 20 |
| Bedroom 3 | 20 |
| Hallway | 15 |
| Office | 18 |
| รวม | 143 |
เผื่อเศษ 5%
143 × 1.05
= 150.15 ตร.ม.
ถ้าพื้น SPC 2.855 ตร.ม./กล่อง
150.15 ÷ 2.855
≈ 52.59 กล่อง
ปัดขึ้น
= 53 กล่อง
พื้นที่ซื้อจริง
53 × 2.855
= 151.315 ตร.ม.
ตัวอย่าง BOQ สำนักงาน
สำนักงานมีพื้นที่ดังนี้
- Open Office = 300 ตร.ม.
- Meeting = 80 ตร.ม.
- Manager Room = 30 ตร.ม.
- Reception = 40 ตร.ม.
- Corridor = 50 ตร.ม.
รวม
500 ตร.ม.
เผื่อ 7%
500 × 1.07
= 535 ตร.ม.
หากสินค้า 2.855 ตร.ม./กล่อง
535 ÷ 2.855
≈ 187.39
ปัดขึ้น
= 188 กล่อง
ตัวอย่าง BOQ โรงแรม
โรงแรมมี
- ห้องพัก 100 ห้อง
- พื้นที่ห้องละ 28 ตร.ม.
พื้นที่ห้องพัก
100 × 28
= 2,800 ตร.ม.
ถ้าใช้ SPC รุ่นเดียวกันทั้งหมดและเผื่อ 5%
2,800 × 1.05
= 2,940 ตร.ม.
หากมี Corridor เพิ่ม 600 ตร.ม.
รวมก่อนเผื่อ
3,400 ตร.ม.
หาก Corridor มีลักษณะการตัดมากกว่าห้องพัก อาจกำหนดเปอร์เซ็นต์เผื่อแตกต่างกัน
ตัวอย่างเช่น
ห้องพัก 5%
Corridor 7%
การแยกแบบนี้มักแม่นยำกว่าการใช้ 5% กับทุกพื้นที่
ตัวอย่าง BOQ โครงการขนาดใหญ่
สมมติโครงการสำนักงาน 10 ชั้น
แต่ละชั้นมีพื้นที่ SPC
1,000 ตร.ม.
รวม
10 × 1,000
= 10,000 ตร.ม.
แต่ไม่ได้หมายความว่าควรสั่ง 10,500 ตร.ม. ทันที
ผู้รับเหมาควรแบ่งตาม
- ชั้น
- Zone
- รุ่น
- สี
- Phase
- Revision
- พื้นที่ใช้งาน
ตัวอย่าง
| ชั้น | พื้นที่ |
| ชั้น 1 | 1,000 |
| ชั้น 2 | 1,000 |
| ชั้น 3 | 1,000 |
| … | … |
| ชั้น 10 | 1,000 |
จากนั้นพิจารณาเศษตามลักษณะพื้นที่จริง
ข้อดีของการแบ่ง BOQ คือเมื่อเกิดการเปลี่ยนแบบ จะรู้ทันทีว่ากระทบพื้นที่ส่วนใด
BOQ พื้น SPC ควรระบุ Specification อย่างไร?
นี่เป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับงานโครงการ
ไม่ควรเขียนเพียง
พื้น SPC = 500 ตร.ม.
ควรระบุรายละเอียด เช่น
รายการ: พื้น SPC
ประเภท: Click Lock
รุ่น: XXXXX
ความหนารวม: X.X mm
Wear Layer: X.X mm
สี: XXXXX
พื้นที่ต่อกล่อง: X.XXXX ตร.ม.
จำนวน: XXX กล่อง
หน่วย: ตร.ม./กล่อง
ขอบเขต: Supply & Install
เพราะในตลาดมีพื้น SPC หลาย Specification และความหนาเท่ากันไม่ได้หมายความว่าคุณสมบัติของสินค้าจะเหมือนกันทั้งหมด
ข้อมูลบนเว็บไซต์ Enoch เองแนะนำให้พิจารณาความหนา Wear Layer และ Specification ของสินค้าให้เหมาะกับประเภทโครงการ เช่น บ้าน คอนโด โรงแรม และพื้นที่ที่มี Traffic สูง
วิธีตรวจสอบ BOQ จากผู้รับเหมา
เจ้าของโครงการหรือฝ่ายจัดซื้อสามารถใช้ขั้นตอนต่อไปนี้
ขั้นตอนที่ 1 ตรวจพื้นที่รวม
เช็กว่า BOQ ระบุเท่าไร
ขั้นตอนที่ 2 ตรวจจากแบบ
นำพื้นที่แต่ละห้องมารวมใหม่
ขั้นตอนที่ 3 ตรวจ Scope
ดูว่า
- ห้องไหนต้องปู
- ห้องไหนไม่ต้องปู
- พื้นที่ไหนเป็นวัสดุอื่น
ขั้นตอนที่ 4 ตรวจเศษ
ดูว่าผู้รับเหมาบวกกี่เปอร์เซ็นต์
ขั้นตอนที่ 5 ตรวจจำนวนกล่อง
ใช้
จำนวนกล่อง × ตร.ม./กล่อง
เพื่อคำนวณย้อนกลับ
ขั้นตอนที่ 6 ตรวจรุ่น
ต้องตรงกับ Specification
ขั้นตอนที่ 7 ตรวจสี
สีและรหัสต้องตรงกับแบบอนุมัติ
ขั้นตอนที่ 8 ตรวจ Lot
สำหรับโครงการขนาดใหญ่ ควรวางแผนเรื่อง Lot และสีให้เหมาะสม เพื่อป้องกันปัญหาสีต่างกันระหว่างการผลิต
10 จุดผิดพลาดที่พบบ่อยในการถอด BOQ พื้น SPC
1. ใช้พื้นที่โดยประมาณ
เช่น
“โครงการประมาณ 1,000 ตร.ม.”
แล้วนำไปสั่งของทันที
ผิด เพราะยังไม่ได้ตรวจแบบ
2. ไม่หักพื้นที่ที่ไม่ใช่ SPC
ทำให้สั่งวัสดุเกิน
3. ไม่เผื่อเศษ
ทำให้วัสดุไม่พอหน้างาน
4. เผื่อเศษมากเกินไป
ทำให้เงินจมในวัสดุคงเหลือ
5. ไม่ตรวจพื้นที่ต่อกล่อง
สินค้าคนละรุ่นอาจมีพื้นที่ต่อกล่องไม่เท่ากัน
6. ปัดจำนวนกล่องผิด
จำนวนกล่องต้องเป็นจำนวนเต็มและควรปัดขึ้นเมื่อคำนวณแล้วมีเศษ
7. ไม่แยกรุ่นสินค้า
ทำให้ฝ่ายจัดซื้อสั่งผิดรุ่น
8. ลืมบัวพื้น
ต้นทุนจึงไม่ครบ
9. ลืมตัวจบ
ทำให้ต้องซื้อเพิ่มกลางโครงการ
10. ไม่ตรวจ Revision
นี่เป็นหนึ่งในความเสี่ยงใหญ่ที่สุดของงาน BOQ
เทคนิคถอด BOQ พื้น SPC ให้แม่นยำขึ้น
เทคนิคที่ 1 แยก “พื้นที่สุทธิ” กับ “พื้นที่สั่งซื้อ”
ควรมีสองตัวเลขเสมอ
พื้นที่สุทธิ
คือพื้นที่จากแบบ
พื้นที่สั่งซื้อ
คือพื้นที่สุทธิ + เศษ
เทคนิคที่ 2 แยก “ตร.ม.” กับ “กล่อง”
อย่าใช้ตัวเลขเดียวกัน
ตัวอย่าง
พื้นที่สั่งซื้อ = 500 ตร.ม.
แต่จำนวนกล่องอาจเป็น 176 กล่อง
และพื้นที่จริงที่ซื้ออาจเป็น 502.48 ตร.ม.
เทคนิคที่ 3 ทำ BOQ แยก Zone
เช่น
- Zone A
- Zone B
- Zone C
จะช่วยควบคุมการสั่งซื้อและการเบิกของ
เทคนิคที่ 4 แยกวัสดุ Supply กับ Installation
ตัวอย่าง
Supply = 300 บาท/ตร.ม.
Installation = 80 บาท/ตร.ม.
จะทำให้เห็นต้นทุนชัดเจน
วิธีคำนวณต้นทุนพื้น SPC สำหรับผู้รับเหมา
สมมติ
ราคาพื้น SPC = 300 บาท/ตร.ม.
พื้นที่สั่งซื้อ = 500 ตร.ม.
ต้นทุนวัสดุ
500 × 300
= 150,000 บาท
ค่าแรงติดตั้ง
500 × 80
= 40,000 บาท
รวม
190,000 บาท
แต่ยังควรพิจารณา
- ค่าขนส่ง
- ค่าอุปกรณ์
- ค่ารื้อ
- ค่าเตรียมพื้น
- ค่าแรงขนย้าย
- ค่า Overhead
- Waste
- สำรองความเสี่ยง
ดังนั้นต้นทุนจริงของผู้รับเหมาอาจมากกว่า
ราคาพื้น × ตารางเมตร
BOQ ราคาถูกที่สุดไม่ใช่ BOQ ที่ดีที่สุด
ผู้รับเหมามืออาชีพไม่ควรดูแค่
“ราคาต่อตารางเมตรถูกที่สุด”
แต่ควรดู Total Installed Cost
หรือ
ต้นทุนรวมหลังติดตั้ง
ตัวอย่าง
ตัวเลือก A
วัสดุ 280 บาท
ค่าแรง 100 บาท
เตรียมพื้น 40 บาท
รวม 420 บาท/ตร.ม.
ตัวเลือก B
วัสดุ 300 บาท
ค่าแรง 70 บาท
เตรียมพื้น 10 บาท
รวม 380 บาท/ตร.ม.
แม้ตัวเลือก B มีราคาวัสดุสูงกว่า แต่ต้นทุนรวมต่ำกว่า
ดังนั้น BOQ ที่ดีควรช่วยให้ผู้รับเหมาเห็น ต้นทุนรวมของระบบ
พื้น SPC สำหรับผู้รับเหมา ควรเลือกอย่างไร?
การเลือกพื้น SPC สำหรับงานโครงการควรพิจารณาอย่างน้อย
1. ความหนา
ตัวเลขความหนาที่พบได้บ่อย เช่น
- 4 mm
- 5 mm
- 6 mm
แต่ไม่ควรใช้ความหนาเป็นเกณฑ์เดียว
2. Wear Layer
Wear Layer เป็นชั้นผิวที่เกี่ยวข้องกับการทนต่อการสึกหรอและรอยขีดข่วน
โครงการที่มี Traffic สูงควรพิจารณา Specification ให้เหมาะสมกับการใช้งาน
3. SPC Core
ควรพิจารณาคุณภาพของแกน SPC และความสม่ำเสมอของสินค้า
4. Click Lock
ระบบ Click Lock มีผลต่อความเร็วและคุณภาพในการติดตั้ง
5. Backing
บางรุ่นมี IXPE หรือวัสดุรองพื้นติดมากับสินค้า
จึงต้องตรวจสอบก่อนจัด BOQ ว่าจำเป็นต้องมี Underlayment เพิ่มหรือไม่
BOQ พื้น SPC กับการควบคุมกำไรของผู้รับเหมา
สำหรับผู้รับเหมา BOQ ไม่ได้มีไว้เพื่อส่งราคาเท่านั้น
แต่เป็นเครื่องมือควบคุมกำไร
สูตรง่าย ๆ
กำไร = ราคาขาย – ต้นทุนจริง
หาก BOQ ผิด
ต้นทุนจริงผิด
กำไรจึงผิดตาม
ตัวอย่าง
เสนอราคา
500 ตร.ม. × 450 บาท
= 225,000 บาท
แต่จริงต้องใช้ 540 ตร.ม.
ต้นทุนส่วนเพิ่ม 40 ตร.ม.
หากต้นทุนรวม 350 บาท/ตร.ม.
40 × 350
= 14,000 บาท
กำไรหายไปทันที 14,000 บาท
BOQ พื้น SPC สำหรับงานรีโนเวท
งานรีโนเวทมีความเสี่ยงมากกว่างานก่อสร้างใหม่ เพราะพื้นที่จริงอาจไม่ตรงแบบ
ดังนั้นควรทำ
BOQ จากแบบ + Site Survey
ไม่ควรใช้แบบอย่างเดียว
ต้องตรวจ
- ระดับพื้น
- พื้นเดิม
- ความเรียบ
- ความชื้น
- ขอบประตู
- ความสูงประตู
- เฟอร์นิเจอร์ Built-in
- บัวเดิม
- จุดต่อวัสดุ
- พื้นที่เสียหาย
บทความของ Enoch เกี่ยวกับการปู SPC ทับกระเบื้องชี้ให้เห็นว่า งานรีโนเวทต้องพิจารณาสภาพพื้นเดิมก่อนตัดสินใจปูทับ เพราะสภาพพื้นเดิมมีผลต่อคุณภาพของงานติดตั้ง
BOQ พื้น SPC กับการปูทับพื้นเดิม
หากโครงการเป็น Renovation และสามารถปู SPC ทับพื้นเดิมได้ อาจช่วยลดรายการต้นทุนบางส่วน เช่น
- รื้อพื้น
- ขนเศษ
- ทิ้งวัสดุ
- เวลาแรงงาน
แต่ต้องตรวจสอบเงื่อนไขของพื้นเดิมก่อน
เช่น
- ไม่หลวม
- ไม่ยุบ
- ไม่แตกร้าวรุนแรง
- ไม่ชื้นผิดปกติ
- ระดับเหมาะสม
- ไม่มีจุดนูนที่กระทบระบบ Click Lock
ดังนั้นใน BOQ ควรมีรายการ
งานเตรียมพื้น
หากจำเป็น
วิธีทำ BOQ พื้น SPC จาก Excel
สำหรับโครงการที่มีหลายห้อง แนะนำให้จัด Excel อย่างน้อย 2 Sheet
Sheet 1: Quantity Takeoff
| ห้อง | กว้าง | ยาว | พื้นที่ | วัสดุ |
| A | 5 | 6 | 30 | SPC A |
| B | 4 | 8 | 32 | SPC A |
| C | 6 | 6 | 36 | SPC B |
Sheet 2: BOQ
| รายการ | รุ่น | พื้นที่ | Waste | สั่งซื้อ |
| SPC | A | 62 | 5% | 65.10 |
| SPC | B | 36 | 7% | 38.52 |
จากนั้นแปลงเป็นกล่อง
วิธีนี้ลดความเสี่ยงในการแก้ตัวเลขผิดหลายจุด
สูตร Excel ที่ผู้รับเหมาสามารถใช้
สมมติ
A2 = กว้าง
B2 = ยาว
พื้นที่
=A2*B2
เผื่อเศษ 5%
=C2*1.05
จำนวนกล่อง
=ROUNDUP(D2/E2,0)
โดย E2 คือพื้นที่ต่อกล่อง
พื้นที่สั่งซื้อจริง
=F2*E2
การใช้สูตรจะช่วยลดความผิดพลาดจากการคำนวณด้วยมือ โดยเฉพาะโครงการหลายร้อยหรือหลายพันตารางเมตร
วิธีตรวจ BOQ กับใบเสนอราคาจาก Supplier
เมื่อได้รับใบเสนอราคาจาก Supplier ควรตรวจอย่างน้อย
1. ราคาต่อ ตร.ม.
ตรงกับที่เสนอหรือไม่
2. ราคาต่อกล่อง
ต้องสัมพันธ์กับพื้นที่ต่อกล่อง
3. จำนวนกล่อง
ตรงกับ BOQ หรือไม่
4. สี
ตรงกับ Sample หรือไม่
5. รุ่น
ตรงกับ Specification หรือไม่
6. Lot
เหมาะกับปริมาณโครงการหรือไม่
7. ระยะเวลาส่งสินค้า
ตรงกับ Schedule หรือไม่
8. ค่าขนส่ง
รวมแล้วหรือยัง
9. ภาษี
รวม VAT หรือยัง
10. เงื่อนไขการชำระเงิน
ต้องบันทึกให้ชัดเจน
BOQ พื้น SPC กับการสั่งซื้อเป็นงวด
โครงการขนาดใหญ่ไม่จำเป็นต้องสั่งทั้งหมดในครั้งเดียวเสมอไป
อาจแบ่งเป็น
Phase 1
ชั้น 1–3
Phase 2
ชั้น 4–6
Phase 3
ชั้น 7–10
ข้อดีคือ
- ลดพื้นที่จัดเก็บ
- ลดเงินจม
- ลดความเสียหาย
- ควบคุม Lot
- สอดคล้องกับ Schedule
แต่ควรระวังเรื่องสีและ Batch หากโครงการต้องการสีเดียวกันทั้งหมด
วิธีลดต้นทุนด้วยการทำ BOQ ให้ละเอียด
หลายคนคิดว่าการลดต้นทุนคือการต่อราคาวัสดุ
แต่ในความจริง การลด Waste ก็ช่วยลดต้นทุนได้
สมมติพื้นที่
1,000 ตร.ม.
หาก Waste 10%
ต้องซื้อ
1,100 ตร.ม.
แต่ถ้าจัด Layout ดีและลด Waste เหลือ 5%
ต้องซื้อ
1,050 ตร.ม.
ส่วนต่าง
50 ตร.ม.
หากต้นทุน 300 บาท/ตร.ม.
ประหยัดได้
15,000 บาท
ดังนั้น การถอด BOQ และวางแผน Layout มีผลต่อกำไรโดยตรง
BOQ ต้องรวมวัสดุสำรองหรือไม่?
คำตอบคือควรพิจารณาแยกจาก Waste
เพราะ
Waste ≠ Spare
Waste คือวัสดุที่คาดว่าจะสูญเสียระหว่างการตัดและติดตั้ง
ส่วน Spare คือวัสดุที่ตั้งใจเก็บไว้สำหรับ
- ซ่อม
- เปลี่ยน
- Maintenance
- ความเสียหายในอนาคต
ตัวอย่าง
พื้นที่ 500 ตร.ม.
เผื่อ Waste 5%
= 525 ตร.ม.
และอาจมี Spare เพิ่มตามนโยบายโครงการ
ดังนั้นควรระบุใน BOQ ให้ชัดเจนว่า
5% Waste
กับ
Spare Material
เป็นคนละรายการ
ทำไมผู้รับเหมาควรเก็บวัสดุ Spare?
พื้น SPC แม้จะมีความทนทาน แต่ในอนาคตอาจเกิดความเสียหายเฉพาะจุดจาก
- เฟอร์นิเจอร์
- การขนย้าย
- การกระแทก
- การปรับปรุงพื้นที่
- งานระบบ
หากต้องเปลี่ยนแผ่นในอนาคต การมีวัสดุสำรองจาก Lot เดิมอาจช่วยลดปัญหาความแตกต่างของสีหรือลวดลาย
ดังนั้นโครงการขนาดใหญ่ควรมีแผน Spare Material ตั้งแต่ต้น
BOQ พื้น SPC สำหรับโรงแรมควรละเอียดกว่าบ้านอย่างไร?
โรงแรมมีพื้นที่ใช้งานจำนวนมากและมี Standard ซ้ำกัน
ดังนั้นควรทำ BOQ เป็น
- Room Type
- จำนวนห้อง
- พื้นที่ต่อห้อง
- พื้นที่รวม
- Corridor
- Public Area
- Lobby
- Back of House
เช่น
| ประเภท | จำนวน | พื้นที่/ยูนิต | รวม |
| Standard Room | 80 | 28 | 2,240 |
| Deluxe Room | 20 | 35 | 700 |
| Corridor | – | – | 600 |
| Lobby | – | – | 200 |
จากนั้นจึงคำนวณ Waste แยกตามประเภทพื้นที่
BOQ พื้น SPC สำหรับคอนโด
คอนโดควรพิจารณา
- จำนวนยูนิต
- Type ห้อง
- พื้นที่แต่ละ Type
- ห้องนอน
- Living
- Corridor
- Common Area
ตัวอย่าง
Type A
100 ห้อง × 35 ตร.ม.
= 3,500 ตร.ม.
Type B
50 ห้อง × 45 ตร.ม.
= 2,250 ตร.ม.
รวม
5,750 ตร.ม.
แต่ต้องตรวจว่า 35 และ 45 ตร.ม. เป็นพื้นที่ทั้งหมดของห้องหรือเป็นพื้นที่ที่ต้องปู SPC จริง
BOQ พื้น SPC สำหรับบ้านจัดสรร
บ้านจัดสรรมีข้อได้เปรียบตรงที่แบบซ้ำกัน
หากมีบ้าน Type A จำนวน 50 หลัง
และแต่ละหลังต้องใช้ SPC 90 ตร.ม.
พื้นที่
50 × 90
= 4,500 ตร.ม.
จากนั้นคำนวณ Waste
แต่ควรตรวจด้วยว่าบ้านทุกหลังใช้ Layout เดียวกันจริงหรือไม่
หากมีการปรับแบบเฉพาะหลัง ต้องแยกออก
BOQ สำหรับพื้นที่ทางเดิน
ทางเดินเป็นพื้นที่ที่อาจเกิดเศษมากกว่าห้องสี่เหลี่ยม เพราะมีการตัดปลายแผ่นจำนวนมาก
จึงควรพิจารณา
- ทิศทางการปู
- ความกว้างทางเดิน
- ความยาวแผ่น
- Pattern
- จุดต่อกับห้อง
ไม่ควรใช้ Waste เท่ากับห้องพักโดยอัตโนมัติ
BOQ พื้น SPC กับทิศทางการปู
ทิศทางการปูมีผลต่อ Waste
หากลูกค้าต้องการให้ลายไม้ไปในทิศทางเดียวกัน อาจต้องตัดวัสดุมากขึ้น
ดังนั้นผู้รับเหมาควรขอข้อมูล
Flooring Layout
หรือกำหนด Direction ก่อนทำ BOQ Final
BOQ กับการเปลี่ยนแบบ
สิ่งที่ผู้รับเหมาควรระวังคือ
Variation Order
หากเจ้าของโครงการเปลี่ยน
- ขนาดห้อง
- สี
- รุ่นพื้น
- Layout
- จำนวนห้อง
- พื้นที่ใช้งาน
BOQ ต้องถูก Update
ไม่ควรใช้ BOQ เดิมต่อโดยไม่ตรวจ Revision
BOQ พื้น SPC กับ Variation
สมมติ BOQ เดิม
1,000 ตร.ม.
หลังแก้แบบ
1,080 ตร.ม.
ส่วนต่าง
80 ตร.ม.
ผู้รับเหมาควรจัดทำ Variation
โดยแสดง
Original Quantity
Revised Quantity
Difference
Unit Rate
Variation Amount
ช่วยให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจตรงกัน
วิธีทำ BOQ ให้ฝ่ายจัดซื้อใช้งานได้จริง
BOQ ที่ดีไม่ควรเขียนคลุมเครือ
ตัวอย่างที่ไม่ดี
SPC = 500 ตร.ม.
ตัวอย่างที่ดีกว่า
SPC รุ่น XXXXX สี XXXXX ความหนา X.X mm Wear Layer X.X mm พื้นที่ 500 ตร.ม. เผื่อเศษ 5% ปริมาณสั่งซื้อ XXX กล่อง
ฝ่ายจัดซื้อจะสามารถนำไปขอราคาได้ทันที
วิธีทำ BOQ ให้ฝ่ายขาย Supplier เสนอราคาได้เร็ว
หากต้องการราคาที่แม่นยำ ควรส่งข้อมูลให้ Supplier ครบ
- รุ่น
- สี
- จำนวน ตร.ม.
- จำนวนกล่อง
- ที่อยู่จัดส่ง
- วันที่ต้องการ
- จำนวนงวด
- โครงการ
- สถานที่ติดตั้ง
- Specification
- ตัวอย่างที่อนุมัติ
ยิ่งข้อมูลครบ Supplier ยิ่งสามารถเสนอราคาและวางแผนสต็อกได้ง่าย
ตัวอย่าง BOQ ฉบับใช้งานจริง
| No. | Description | Specification | Qty | Unit | Material | Labor |
| 1 | SPC Flooring | Model A / Color A | 500 | m² | 300 | 80 |
| 2 | SPC Flooring | Model B / Color B | 200 | m² | 350 | 80 |
| 3 | Skirting | PVC/WPC | 350 | m | 120 | 40 |
| 4 | Transition | Model T | 20 | m | 150 | 50 |
| 5 | Floor Preparation | ตามสภาพหน้างาน | 700 | m² | – | 40 |
| 6 | Existing Floor Removal | Tile | 300 | m² | – | 80 |
ตารางลักษณะนี้เหมาะกับงานที่ต้องการควบคุมต้นทุนแบบละเอียด
วิธีคำนวณราคาพื้น SPC ใน BOQ
สมมติ
พื้นที่ = 500 ตร.ม.
ราคา = 300 บาท/ตร.ม.
มูลค่าวัสดุ
500 × 300
= 150,000 บาท
ค่าแรง
500 × 80
= 40,000 บาท
รวม
190,000 บาท
หากมีบัว
350 ม. × 120
= 42,000 บาท
ค่าแรงบัว
350 × 40
= 14,000 บาท
รวมบัว
56,000 บาท
ดังนั้นยอดรวมงาน
190,000 + 56,000
= 246,000 บาท
ยังไม่รวมรายการอื่นที่เกี่ยวข้อง
ทำไมต้องแยกค่าแรงพื้นกับค่าแรงบัว?
เพราะลักษณะงานต่างกัน
การติดตั้งพื้นคิดเป็น ตร.ม.
ส่วนบัวคิดเป็น เมตร
หากรวมกันทั้งหมด อาจทำให้เปรียบเทียบผู้รับเหมาแต่ละรายได้ยาก
ดังนั้น BOQ ที่ดีควรแยกหน่วยให้ถูกต้อง
BOQ พื้น SPC กับการเปรียบเทียบ Supplier
หากมี Supplier 3 ราย
ไม่ควรเปรียบเทียบแค่
ราคา/ตร.ม.
ควรเปรียบเทียบ
| รายการ | Supplier A | Supplier B | Supplier C |
| ราคาวัสดุ | |||
| ค่าแรง | |||
| ค่าขนส่ง | |||
| พื้นที่/กล่อง | |||
| Waste | |||
| Warranty | |||
| Lead Time | |||
| Total Cost |
วิธีนี้ช่วยป้องกันการเลือก Supplier ที่ดูเหมือนถูก แต่ต้นทุนรวมสูงกว่า
BOQ พื้น SPC กับ Lead Time
สำหรับโครงการขนาดใหญ่ ไม่ควรดูเฉพาะราคา
ต้องดูว่า Supplier สามารถส่งได้ตาม Schedule หรือไม่
เพราะหากวัสดุไม่ทัน
- คนงานหยุด
- งานอื่นล่าช้า
- ค่าแรงเพิ่ม
- Project Delay
- ค่าเสียโอกาสเพิ่ม
ดังนั้นใน BOQ/Procurement Plan ควรมี
Required on Site Date
BOQ พื้น SPC กับการบริหาร Stock
การสั่งของมากเกินไปอาจทำให้
- เงินจม
- ต้องใช้พื้นที่จัดเก็บ
- สินค้าเสียหาย
- สี/ล็อตค้าง
แต่สั่งน้อยเกินไปอาจทำให้
- งานหยุด
- ต้องสั่งเพิ่ม
- ค่าขนส่งเพิ่ม
- Lot เปลี่ยน
ดังนั้นเป้าหมายคือ
สั่งให้พอดีกับ Schedule + มี Spare ที่เหมาะสม
วิธีทำ Material Takeoff สำหรับผู้รับเหมามืออาชีพ
แนะนำ Workflow ดังนี้
Step 1
รับแบบ Revision ล่าสุด
Step 2
ตรวจ Scope
Step 3
Mark พื้นที่ SPC
Step 4
แยก Zone
Step 5
วัดพื้นที่
Step 6
หักพื้นที่ที่ไม่ใช่ SPC
Step 7
รวมพื้นที่สุทธิ
Step 8
กำหนด Waste
Step 9
คำนวณปริมาณสั่งซื้อ
Step 10
แปลงเป็นกล่อง
Step 11
ถอดบัว
Step 12
ถอด Transition
Step 13
ถอดงานเตรียมพื้น
Step 14
คำนวณค่าแรง
Step 15
ตรวจราคา
Step 16
ตรวจ BOQ กับแบบอีกครั้ง
Step 17
ส่ง RFQ
Step 18
ออก Purchase Order
Checklist ก่อนสั่งพื้น SPC
ตรวจแบบ Revision ล่าสุด
ตรวจ Floor Plan
ตรวจ Flooring Plan
ตรวจ Finish Schedule
ตรวจ Scope of Work
ตรวจพื้นที่แต่ละห้อง
ตรวจพื้นที่สุทธิ
ตรวจพื้นที่ที่ต้องหัก
กำหนด Waste
ตรวจพื้นที่ต่อกล่อง
คำนวณจำนวนกล่อง
ปัดจำนวนกล่องขึ้น
ตรวจรุ่น
ตรวจสี
ตรวจความหนา
ตรวจ Wear Layer
ตรวจระบบ Click Lock
ตรวจ Backing
ตรวจบัว
ตรวจ Transition
ตรวจงานเตรียมพื้น
ตรวจค่าแรง
ตรวจค่าขนส่ง
ตรวจ Lead Time
ตรวจ Lot
เตรียมวัสดุสำรอง
ตรวจราคา Final
ขออนุมัติวัสดุ
ออก Purchase Order
BOQ พื้น SPC ต้องดูอะไรบ้างก่อนเซ็นราคา?
ก่อนเซ็นราคา ผู้รับเหมาควรตรวจ 5 เรื่องใหญ่
1. Quantity
จำนวนถูกต้องหรือไม่?
2. Specification
วัสดุตรงตามแบบหรือไม่?
3. Unit Rate
ราคาต่อหน่วยถูกต้องหรือไม่?
4. Scope
รวมอะไรบ้าง?
5. Exclusion
ไม่รวมอะไรบ้าง?
คำว่า “ไม่รวม” สำคัญมาก
เช่น
ไม่รวมงานปรับระดับพื้น
หากไม่ได้ระบุให้ชัด อาจเกิดข้อโต้แย้งภายหลัง
BOQ พื้น SPC กับ Scope of Work
ควรกำหนดให้ชัดว่าใครรับผิดชอบ
Supplier
- จัดส่งวัสดุ
ผู้รับเหมา
- ขนย้าย
- ติดตั้ง
- เก็บงาน
หรืออาจเป็น
Supplier
- Supply
- Install
- Warranty
แต่ละโครงการมีรูปแบบต่างกัน
ดังนั้น BOQ ต้องสัมพันธ์กับสัญญา
BOQ กับการรับประกัน
ก่อนเลือก Supplier ควรตรวจ
- Warranty สินค้า
- Warranty งานติดตั้ง
- เงื่อนไขการเคลม
- อายุการรับประกัน
- เงื่อนไขการติดตั้ง
เพราะการรับประกันสินค้าและการรับประกันงานติดตั้งอาจเป็นคนละส่วนกัน
ทำไมพื้น SPC จึงเหมาะกับงานโครงการ?
พื้น SPC ได้รับความนิยมในงานโครงการจากหลายปัจจัย เช่น
- ติดตั้งระบบ Click Lock
- มีรูปแบบและสีหลากหลาย
- เหมาะกับงานรีโนเวท
- มีรุ่นสำหรับการใช้งานหลายระดับ
- ควบคุมปริมาณได้ง่าย
- สามารถวางแผนการติดตั้งเป็น Zone ได้
ข้อมูลจาก Enoch ระบุว่าพื้น SPC ถูกนำไปใช้ในงานบ้าน คอนโด สำนักงาน โรงแรม ร้านค้า และโครงการอสังหาริมทรัพย์ โดยการเลือก Specification ควรสัมพันธ์กับระดับ Traffic และลักษณะการใช้งาน
BOQ พื้น SPC กับการควบคุมคุณภาพหน้างาน
หลังสั่งซื้อแล้ว BOQ ยังมีประโยชน์ต่อการตรวจรับ
ตัวอย่าง
BOQ ระบุ
SPC = 500 ตร.ม.
แต่ Supplier ส่ง
490 ตร.ม.
ฝ่ายหน้างานสามารถตรวจสอบได้ทันที
หรือหากส่ง
510 ตร.ม.
ก็สามารถตรวจสอบว่าเป็น
- Waste
- Spare
- ส่วนเกิน
- หรือส่งผิด
ดังนั้น BOQ จึงเป็นเอกสารที่ใช้ตั้งแต่ต้นจนจบโครงการ
วิธีตรวจรับพื้น SPC ตาม BOQ
เมื่อสินค้าเข้าหน้างาน ควรตรวจ
รุ่น
ตรงหรือไม่
สี
ตรงหรือไม่
จำนวนกล่อง
ตรงหรือไม่
สภาพกล่อง
มีความเสียหายหรือไม่
จำนวนต่อกล่อง
ตรง Specification หรือไม่
พื้นที่ต่อกล่อง
ตรงหรือไม่
Lot
ตรงกันหรือไม่
Accessories
ครบหรือไม่
ควรบันทึกทุกครั้ง
ทำไมต้องเก็บ Lot Number?
สำหรับงานโครงการที่มีพื้นที่มาก หากสินค้าถูกส่งหลายงวด อาจมีความแตกต่างเล็กน้อยจากแต่ละ Lot
การจัดการ Lot อย่างเป็นระบบช่วยให้
- ติดตามวัสดุ
- แยกพื้นที่
- ตรวจสอบปัญหา
- บริหาร Spare
- วางแผนการสั่งซื้อ
ง่ายขึ้น
วิธีแบ่งวัสดุสำหรับแต่ละชั้น
หากเป็นอาคารหลายชั้น สามารถจัด
ชั้น 1 = Lot A
ชั้น 2 = Lot A
ชั้น 3 = Lot A
หรือแบ่งตาม Phase
แล้วติดป้ายที่หน้างาน
เช่น
Project: ABC
Floor: 05
Zone: B
Model: XXXXX
Color: XXXXX
Lot: XXXXX
ช่วยลดโอกาสเบิกผิด
BOQ กับการทำกำไรของผู้รับเหมา
ผู้รับเหมาที่ทำ BOQ แม่นจะรู้
ต้นทุนก่อนรับงาน
ผู้รับเหมาที่ทำ BOQ ไม่ละเอียดอาจรู้
ต้นทุนหลังรับงาน
และความแตกต่างนี้อาจกลายเป็น
กำไรหรือขาดทุน
ดังนั้น BOQ ไม่ใช่งานเอกสารของ QS เท่านั้น
แต่เป็นเครื่องมือบริหารธุรกิจของผู้รับเหมา
BOQ พื้น SPC สำหรับผู้รับเหมารายย่อย
แม้จะเป็นบ้านหลังเดียวก็ไม่ควรมองข้าม BOQ
เพราะสามารถใช้ควบคุม
- ราคาวัสดุ
- ค่าแรง
- เศษ
- บัว
- ตัวจบ
- งานปรับพื้น
- ค่าขนส่ง
ได้เช่นกัน
ยิ่งงานมีหลายห้อง ยิ่งควรแยกพื้นที่
BOQ พื้น SPC สำหรับเจ้าของบ้าน
เจ้าของบ้านที่ไม่ได้เป็นผู้รับเหมาก็สามารถใช้ BOQ ตรวจสอบราคาได้
ตัวอย่าง
ผู้รับเหมาบอกว่า
พื้น SPC 200 ตร.ม.
เจ้าของบ้านควรถามว่า
- พื้นที่จริงกี่ ตร.ม.?
- เผื่อเศษกี่ %?
- รุ่นอะไร?
- 1 กล่องกี่ ตร.ม.?
- รวมค่าแรงหรือไม่?
- รวมบัวหรือไม่?
- รวมตัวจบหรือไม่?
- รวมเตรียมพื้นหรือไม่?
- รวมรื้อพื้นเดิมหรือไม่?
- รวมขนส่งหรือไม่?
เพียง 10 คำถามนี้ก็ช่วยลดความคลุมเครือของใบเสนอราคาได้มาก
BOQ พื้น SPC กับราคาต่อตารางเมตร
ต้องระวังการเปรียบเทียบราคาแบบ
เจ้า A = 280 บาท/ตร.ม.
เจ้า B = 300 บาท/ตร.ม.
เพราะอาจมี Specification ต่างกัน
ควรเทียบ
Like for Like
เช่น
- ความหนาเท่ากัน
- Wear Layer เท่ากัน
- รุ่นใกล้เคียง
- ระบบติดตั้งเดียวกัน
- Backing เหมือนกัน
- Warranty ใกล้เคียง
- Scope เท่ากัน
จึงจะเป็นการเปรียบเทียบที่ยุติธรรม
BOQ พื้น SPC กับการเลือก Supplier
สำหรับผู้รับเหมาที่มีงานต่อเนื่อง ควรมอง Supplier ในระยะยาว
พิจารณา
- สต็อก
- ความต่อเนื่อง
- ความเร็วจัดส่ง
- ราคาส่ง
- รุ่นสินค้า
- สี
- Warranty
- Technical Support
- ความสามารถรองรับโครงการ
- บริการหลังการขาย
ไม่ควรเลือกจากราคาต่ำที่สุดเพียงอย่างเดียว
Enoch Flooring กับงานพื้น SPC สำหรับโครงการ
สำหรับผู้รับเหมาและเจ้าของโครงการที่ต้องการพื้น SPC จำนวนมาก ควรเลือก Supplier ที่สามารถให้ข้อมูล Specification และช่วยตรวจสอบปริมาณได้
Enoch Thailand มีข้อมูลสำหรับงานโครงการ ผู้รับเหมา และการคำนวณพื้น SPC รวมถึงข้อมูลพื้นที่ต่อกล่องและแนวทางการถอดปริมาณจากแบบ ซึ่งสามารถใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการจัดทำ BOQ ได้
ในกรณีที่โครงการมีพื้นที่จำนวนมาก ควรส่งข้อมูลดังนี้เพื่อขอคำแนะนำและใบเสนอราคา
- แบบ Floor Plan
- ตารางพื้นที่
- รุ่นที่ต้องการ
- สี
- จำนวน ตร.ม.
- จำนวนกล่อง
- วันที่ต้องการใช้
- สถานที่จัดส่ง
ตัวอย่าง BOQ สรุปสำหรับผู้รับเหมา
| หมวด | รายการ | ปริมาณ | หน่วย |
| Flooring | SPC Flooring | 500 | ตร.ม. |
| Flooring | Waste | 25 | ตร.ม. |
| Accessories | Skirting | 350 | ม. |
| Accessories | Transition | 20 | ม. |
| Preparation | Floor Preparation | 500 | ตร.ม. |
| Demolition | Existing Floor Removal | 300 | ตร.ม. |
| Installation | SPC Installation | 525 | ตร.ม. |
| Installation | Skirting Installation | 350 | ม. |
ตารางนี้ช่วยให้ผู้รับเหมามองเห็นงานครบมากกว่าการระบุเพียง “พื้น SPC 500 ตร.ม.”
สูตรสำคัญที่ควรจำ
สูตรที่ 1 พื้นที่
กว้าง × ยาว = พื้นที่
สูตรที่ 2 เผื่อเศษ
พื้นที่สุทธิ × (1 + %Waste) = พื้นที่สำหรับสั่งซื้อ
สูตรที่ 3 จำนวนกล่อง
พื้นที่สำหรับสั่งซื้อ ÷ พื้นที่ต่อกล่อง = จำนวนกล่อง
จากนั้น
ปัดขึ้นเป็นจำนวนเต็ม
สูตรที่ 4 พื้นที่ซื้อจริง
จำนวนกล่อง × พื้นที่ต่อกล่อง
สูตรที่ 5 ราคาวัสดุ
พื้นที่ซื้อจริง × ราคาต่อ ตร.ม.
สูตรที่ 6 ค่าแรง
พื้นที่ติดตั้ง × ค่าแรงต่อตร.ม.
สูตรที่ 7 บัว
ความยาวรอบพื้นที่ – ช่องเปิด + เผื่อ = ความยาวบัว
ตัวอย่างคำนวณครบตั้งแต่ต้นจนจบ
สมมติโครงการมีพื้นที่
- Lobby = 120 ตร.ม.
- Office = 300 ตร.ม.
- Meeting = 80 ตร.ม.
- Corridor = 100 ตร.ม.
รวม
600 ตร.ม.
กำหนด Waste 5%
600 × 1.05
= 630 ตร.ม.
สินค้า 2.855 ตร.ม./กล่อง
630 ÷ 2.855
≈ 220.66
ปัดขึ้น
= 221 กล่อง
พื้นที่ซื้อจริง
221 × 2.855
= 630.955 ตร.ม.
หากราคาวัสดุ 300 บาท/ตร.ม.
630.955 × 300
= 189,286.50 บาท
หากค่าแรง 80 บาท/ตร.ม.
630.955 × 80
= 50,476.40 บาท
ต้นทุนพื้น + ค่าแรง
= 239,762.90 บาท
จากนั้นจึงบวก
- บัว
- ตัวจบ
- ปรับพื้น
- รื้อพื้น
- ขนส่ง
- ค่าใช้จ่ายอื่น
จึงจะได้ต้นทุนโครงการที่ใกล้เคียงความเป็นจริง
วิธีใช้ BOQ ร่วมกับเครื่องคำนวณพื้น SPC
สำหรับผู้รับเหมาที่ต้องคำนวณหลายโครงการ การมีเครื่องคำนวณพื้น SPC ช่วยลดขั้นตอนการคำนวณได้
หลักการคือกรอก
พื้นที่ห้อง
→ เลือก
รุ่นพื้น SPC
→ ระบบคำนวณ
- พื้นที่
- Waste
- จำนวนกล่อง
- พื้นที่ซื้อจริง
- ราคาวัสดุ
Enoch มีหน้าเครื่องมือสำหรับการคำนวณพื้น SPC และมีบทความอธิบายการคำนวณพื้นที่และการแปลงเป็นจำนวนกล่อง ซึ่งสามารถใช้เป็นส่วนหนึ่งของ Workflow ก่อนจัดทำ BOQ ได้
บทความที่เกี่ยวข้อง:
- พื้น SPC สำหรับผู้รับเหมา
- พื้น SPC งานโครงการ
- วิธีคำนวณพื้น SPC
- พื้น SPC ราคาส่ง
- พื้น SPC 4 mm
- พื้น SPC 5 mm
- พื้น SPC 6 mm
- Wear Layer
- Density
- พื้น SPC รับน้ำหนัก
- ปู SPC ทับพื้นเดิม
FAQ: BOQ พื้น SPC คืออะไร? วิธีถอด BOQ
Q1: BOQ พื้น SPC คืออะไร?
ตอบ: BOQ พื้น SPC คือบัญชีแสดงรายการและปริมาณวัสดุ งานติดตั้ง และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการติดตั้งพื้น SPC เช่น พื้น SPC บัว ตัวจบ งานเตรียมพื้น งานรื้อ และค่าแรง
Q2: ถอด BOQ พื้น SPC ต้องเริ่มจากอะไร?
ตอบ: ควรเริ่มจากแบบก่อสร้าง Revision ล่าสุด โดยตรวจ Floor Plan, Flooring Plan, Finish Schedule และ Scope of Work ก่อนคำนวณพื้นที่จริง
Q3: พื้น SPC ต้องเผื่อเศษกี่เปอร์เซ็นต์?
ตอบ: ไม่มีเปอร์เซ็นต์เดียวที่เหมาะกับทุกงาน โดยทั่วไปอาจพิจารณาประมาณ 3–10% ตามรูปทรงพื้นที่ รูปแบบการปู จำนวนห้อง และความซับซ้อนของงาน แต่ควรกำหนดจาก Layout จริง
Q4: พื้น SPC 1 กล่องมีกี่ตารางเมตร?
ตอบ: แตกต่างกันตามรุ่นและขนาดแผ่น จึงต้องตรวจ Specification ของสินค้ารุ่นนั้นโดยตรง ตัวอย่างสินค้าที่มีข้อมูลในระบบ Enoch มีทั้งรุ่นที่พื้นที่ต่อกล่องแตกต่างกัน ดังนั้นไม่ควรนำค่า ตร.ม./กล่อง ของรุ่นหนึ่งไปใช้กับอีกรุ่นหนึ่ง
Q5: ทำไมต้องปัดจำนวนกล่องขึ้น?
ตอบ: เพราะไม่สามารถสั่งซื้อพื้นเป็นเศษของกล่องได้ เช่น คำนวณได้ 100.3 กล่อง ต้องสั่งอย่างน้อย 101 กล่อง แล้วคำนวณพื้นที่ซื้อจริงจาก 101 กล่องอีกครั้ง
Q6: BOQ ต้องรวมบัวพื้นหรือไม่?
ตอบ: ควรรวม หากบัวเป็นส่วนหนึ่งของ Scope of Work และควรแยกเป็นหน่วยเมตร เพื่อให้สามารถตรวจสอบปริมาณและราคาได้ง่าย
Q7: BOQ ต้องรวมค่าแรงติดตั้งหรือไม่?
ตอบ: ควรแยกให้ชัดเจนว่า BOQ เป็นแบบ Material Only หรือ Supply & Install หากเป็นงานรับเหมาติดตั้ง ควรระบุค่าแรงแยกจากค่าวัสดุ
Q8: งานรีโนเวทต้องถอด BOQ อย่างไร?
ตอบ: ควรใช้ทั้งแบบก่อสร้างและการสำรวจหน้างานจริง เพราะพื้นเดิมอาจมีความเสียหาย ความไม่เรียบ ความชื้น หรือจำเป็นต้องรื้อและปรับระดับก่อนติดตั้ง
Q9: พื้น SPC ปูทับพื้นเดิมได้หรือไม่?
ตอบ: สามารถทำได้ในบางกรณี แต่ต้องตรวจสภาพพื้นเดิม ความเรียบ ความแข็งแรง ระดับ และเงื่อนไขของระบบติดตั้งก่อน ไม่ควรตัดสินจากชนิดพื้นเดิมเพียงอย่างเดียว
Q10: BOQ พื้น SPC สำหรับโรงแรมควรเผื่อเศษเท่าไร?
ตอบ: ควรคำนวณแยกตามพื้นที่ เช่น ห้องพักที่มีรูปทรงซ้ำกันอาจใช้เปอร์เซ็นต์หนึ่ง ขณะที่ Corridor หรือพื้นที่ที่มีการตัดมากอาจใช้เปอร์เซ็นต์ที่สูงกว่า โดยควรพิจารณา Layout จริง
Q11: BOQ กับ Quantity Takeoff เหมือนกันไหม?
ตอบ: ไม่เหมือนกันทั้งหมด Quantity Takeoff คือกระบวนการถอดปริมาณจากแบบ ส่วน BOQ คือการนำปริมาณเหล่านั้นมาจัดเป็นรายการเพื่อใช้บริหารต้นทุนและการจัดซื้อ
Q12: ผู้รับเหมาควรถอด BOQ เองหรือไม่?
ตอบ: ควรตรวจสอบหรือถอดซ้ำด้วยตัวเอง โดยเฉพาะงานที่มีมูลค่าสูง เพราะช่วยตรวจความถูกต้องของพื้นที่ ลดความเสี่ยงจากการสั่งของเกินหรือน้อยเกินไป และทำให้คำนวณกำไรได้แม่นยำขึ้น
Q13: พื้น SPC ความหนาเท่ากันคุณภาพเท่ากันหรือไม่?
ตอบ: ไม่จำเป็น เพราะควรพิจารณาองค์ประกอบอื่นร่วมด้วย เช่น SPC Core, Wear Layer, โครงสร้าง, Click Lock, Backing, Specification และมาตรฐานสินค้า การเลือกพื้นสำหรับงานโครงการจึงไม่ควรดูเฉพาะความหนา
Q14: ควรเก็บพื้น SPC สำรองไว้หรือไม่?
ตอบ: สำหรับโครงการที่ต้องการการดูแลระยะยาว ควรพิจารณาเก็บ Spare Material ในปริมาณเหมาะสม โดยเฉพาะงานที่มีสีหรือลวดลายเฉพาะ เพราะวัสดุในอนาคตอาจหาได้ยากหรือมีความแตกต่างของ Lot
Q15: BOQ พื้น SPC ช่วยลดต้นทุนได้อย่างไร?
ตอบ: ช่วยให้ผู้รับเหมารู้ปริมาณจริง ลดการสั่งซื้อเกิน ลด Waste ที่ไม่จำเป็น ควบคุมค่าแรง วางแผนการสั่งซื้อ และเปรียบเทียบ Supplier ได้อย่างเป็นระบบ
Q16: ควรขอราคาพื้น SPC จาก Supplier อย่างไร?
ตอบ: ควรส่งข้อมูลให้ครบ ได้แก่ รุ่น สี ความหนา Wear Layer พื้นที่ จำนวนกล่อง สถานที่จัดส่ง วันที่ต้องการสินค้า และ Scope ว่าต้องการ Supply อย่างเดียวหรือ Supply & Install เพื่อให้ Supplier เสนอราคาได้แม่นยำ
Checklist BOQ พื้น SPC ฉบับผู้รับเหมามืออาชีพ
ก่อนถอด BOQ
ได้รับแบบล่าสุด
ตรวจ Revision
ตรวจ Scope
ตรวจ Specification
ตรวจ Flooring Plan
ตรวจหน้างาน
ระหว่างถอด
แยกห้อง
แยก Zone
แยกรุ่น
คำนวณพื้นที่สุทธิ
หักพื้นที่ที่ไม่ต้องปู
กำหนด Waste
คำนวณจำนวนกล่อง
ปัดกล่องขึ้น
คำนวณพื้นที่ซื้อจริง
ถอดบัว
ถอด Transition
ถอดงานเตรียมพื้น
ถอดงานรื้อ
ก่อนสั่งซื้อ
ตรวจราคา
ตรวจรุ่น
ตรวจสี
ตรวจ Lot
ตรวจพื้นที่ต่อกล่อง
ตรวจจำนวนกล่อง
ตรวจ Lead Time
ตรวจค่าขนส่ง
ตรวจ Warranty
ตรวจ Spare
อนุมัติ Material Sample
สิ่งสำคัญที่สุด: BOQ ที่ดีต้องตรวจสอบย้อนกลับได้
BOQ ที่ดีไม่ใช่ BOQ ที่มีตัวเลขเยอะที่สุด
แต่เป็น BOQ ที่สามารถตอบได้ว่า
ตัวเลขนี้มาจากไหน?
เช่น
500 ตร.ม.
ต้องตอบได้ว่า
- มาจากห้องไหน
- จากแบบหน้าไหน
- Revision อะไร
- หักอะไรไปแล้ว
- เผื่อเศษกี่ %
- ใช้พื้นรุ่นไหน
- 1 กล่องกี่ ตร.ม.
- ต้องใช้กี่กล่อง
- ราคาเท่าไร
- ค่าแรงเท่าไร
หากตอบคำถามเหล่านี้ได้ BOQ จะกลายเป็นเครื่องมือบริหารโครงการที่มีประสิทธิภาพ ไม่ใช่แค่เอกสารประกอบการเสนอราคา
สรุป: BOQ พื้น SPC คือหัวใจของการคุมต้นทุนงานพื้นสำหรับผู้รับเหมา
BOQ พื้น SPC คือกระบวนการจัดทำบัญชีปริมาณวัสดุและงานที่เกี่ยวข้องกับการติดตั้งพื้น SPC โดยเริ่มตั้งแต่การอ่านแบบก่อสร้าง การถอดพื้นที่จริง การแยกประเภทวัสดุ การคำนวณ Waste การแปลงตารางเมตรเป็นจำนวนกล่อง ไปจนถึงการคำนวณบัว ตัวจบ งานเตรียมพื้น งานรื้อ และค่าแรง
สิ่งที่ผู้รับเหมาควรให้ความสำคัญที่สุดมี 7 เรื่อง
หนึ่ง — ใช้แบบ Revision ล่าสุด
เพราะแบบเก่าอาจทำให้ปริมาณผิด
สอง — แยกพื้นที่สุทธิออกจากพื้นที่สั่งซื้อ
เพื่อให้เห็น Waste อย่างชัดเจน
สาม — อย่าดูเฉพาะราคาต่อตารางเมตร
ต้องพิจารณาต้นทุนรวม Supply + Installation + Preparation
สี่ — ตรวจพื้นที่ต่อกล่องทุกครั้ง
เพราะสินค้าแต่ละรุ่นอาจมีพื้นที่ต่อกล่องแตกต่างกัน
ห้า — ถอด Accessories ให้ครบ
ทั้งบัว ตัวจบ Transition และวัสดุประกอบ
หก — งานรีโนเวทต้องสำรวจหน้างาน
เพราะสภาพพื้นเดิมอาจทำให้ต้นทุนเปลี่ยน
เจ็ด — ใช้ BOQ เป็นเครื่องมือบริหารกำไร
ไม่ใช่เพียงเอกสารสำหรับเสนอราคา
สำหรับผู้รับเหมาที่กำลังทำงานบ้าน คอนโด สำนักงาน โรงแรม ร้านค้า หรือโครงการอสังหาริมทรัพย์ การทำ BOQ พื้น SPC อย่างเป็นระบบจะช่วยให้สามารถวางแผนวัสดุ คุมต้นทุน ลดการสั่งซื้อผิดพลาด และประเมินกำไรของโครงการได้แม่นยำขึ้น
หากต้องการคำนวณพื้นที่พื้น SPC จากพื้นที่จริงและแปลงเป็นจำนวนกล่อง สามารถใช้เครื่องมือคำนวณพื้น SPC ของ Enoch เป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนก่อนจัดทำ BOQ ได้ โดยเว็บไซต์มีข้อมูลและแนวทางการคำนวณพื้นที่ เผื่อเศษ และแปลงจำนวนกล่องสำหรับงานโครงการโดยเฉพาะ
สำหรับผู้รับเหมาที่ต้องการ พื้น SPC สำหรับโครงการ ราคาส่ง พร้อมข้อมูล Specification และการจัดซื้อสำหรับงานจำนวนมาก Enoch Thailand มีหมวดข้อมูลพื้น SPC ราคาส่งสำหรับผู้รับเหมาและโครงการ ซึ่งสามารถนำไปใช้ประกอบการเปรียบเทียบวัสดุและจัดทำ BOQ ได้
ต้องการคำนวณ BOQ พื้น SPC สำหรับโครงการ?
ส่งข้อมูลให้ทีม Enoch ได้ เช่น
- แบบ Floor Plan
- จำนวนพื้นที่ ตร.ม.
- รุ่นหรือ Specification ที่ต้องการ
- สีที่ต้องการ
- จำนวนห้อง
- สถานที่โครงการ
- กำหนดส่งสินค้า
เพื่อให้สามารถวางแผน จำนวนพื้น SPC + จำนวนกล่อง + วัสดุประกอบ + งบประมาณ ได้อย่างเหมาะสมกับโครงการ
Enoch Flooring Thailand — พื้น SPC สำหรับผู้รับเหมา งานโครงการ และงานรีโนเวท
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:
https://enochthailand.com/หรือดูตัวอย่างสินค้าและรุ่นต่าง ๆ ได้ที่
Enoch SPC 4 มม.
Enoch SPC 5.5 มม.
Enoch SPC 6.5 มม.
Enoch SPC PREMIUM รุ่น ELITE PRIME 4 มม.
Enoch พื้น SPC พรีเมี่ยม ซีรีย์ รุ่น NBL
ผ่านการทดสอบ รับรองมาตรฐาน
ติดต่อทีมงานเพื่อรับราคาโครงการ / ใบเสนอราคา / ตัวอย่างสินค้า
Tel. 096-152 3339
แอดไลน์ @enochth
คลิก https://lin.ee/y58u0WW
FB: https://www.facebook.com/enochthailand/
IG: https://www.instagram.com/enochflooring/
TikTok : https://www.tiktok.com/@enoch.thailand
Youtube: https://lnkd.in/df5ahruH
หน้าร้านเราก็มี! ปักหมุด Google Map ที่ https://maps.app.goo.gl/zoEyaqCgCY6bw48M7
แผนที่ตั้งโชว์รูม
บริษัท อีโนช ฟลูริง (ไทยแลนด์) จำกัด
Show Room : 38/109-110 หมู่ 19 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ








