กระเบื้อง SPC กระเบื้องคลิกล็อค เกรดพรีเมี่ยม Virgin 100% by Enoch

SPC กับกระเบื้อง สำหรับโครงการ 1,000 ตร.ม. แบบไหนคุมงบง่ายกว่า

SPC กับกระเบื้อง สำหรับโครงการ 1,000 ตร.ม. แบบไหนคุมงบง่ายกว่า?

     สำหรับโครงการที่มีพื้นที่ประมาณ 1,000 ตารางเมตร การเลือกวัสดุปูพื้นไม่ได้ควรตัดสินจากคำถามว่า “วัสดุชนิดไหนถูกกว่าต่อตารางเมตร” เพียงอย่างเดียว

Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!

เพราะในงานก่อสร้างและงานรีโนเวตจริง ต้นทุนพื้นประกอบด้วยหลายส่วน ตั้งแต่

  • ราคาวัสดุปูพื้น
  • ค่าแรงติดตั้ง
  • ค่าปูนกาวหรือวัสดุยึดติด
  • วัสดุรองพื้น
  • ค่าปรับระดับพื้น
  • ค่ารื้อพื้นเดิม
  • ค่าขนส่ง
  • ค่าเก็บเศษวัสดุ
  • ค่าอุปกรณ์จบงาน
  • ค่าบัว
  • ค่าแรงงานเพิ่มเติม
  • ระยะเวลาที่ใช้ในการติดตั้ง
  • ค่าเสียโอกาสจากการส่งมอบงานล่าช้า
  • ค่าแก้ไขกรณีพื้นเสียหายหรือวัสดุไม่เพียงพอ

ดังนั้น หากต้องเปรียบเทียบ SPC กับกระเบื้องสำหรับโครงการ 1,000 ตร.ม. วิธีคิดที่เหมาะสมกว่าคือการมองที่ Total Installed Cost หรือ “ต้นทุนรวมหลังติดตั้ง” มากกว่าดูเฉพาะราคาสินค้า

สำหรับโครงการบางประเภท กระเบื้องอาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกว่า แต่ในบางโครงการพื้น SPC สามารถช่วยให้บริหารต้นทุนและระยะเวลาทำงานได้ง่าย โดยเฉพาะงานรีโนเวต งานบ้านจัดสรร คอนโดมิเนียม ห้องพัก โรงแรม สำนักงาน และพื้นที่ที่ต้องการความรวดเร็วในการติดตั้ง

พื้น SPC เป็นระบบ Click-Lock และมีรุ่นสำหรับงานโครงการ รวมถึงมีอุปกรณ์ประกอบ เช่น บัวเชิงผนังและตัวจบพื้นสำหรับงานติดตั้ง

คำตอบสั้น ๆ คือ

หากถามว่า “อะไรถูกกว่า” ต้องคำนวณตามสเปกและหน้างานจริง แต่หากถามว่า “อะไรคุมงบง่ายกว่า” พื้น SPC มักมีข้อได้เปรียบในด้านความง่ายของระบบติดตั้ง การบริหารแรงงาน และความเร็วในการส่งมอบ โดยเฉพาะเมื่อพื้นเดิมมีสภาพเหมาะสมกับการติดตั้ง

บทความนี้จะวิเคราะห์แบบละเอียดสำหรับพื้นที่ 1,000 ตร.ม. เพื่อให้เจ้าของโครงการ ผู้รับเหมา Architect Interior Designer และฝ่ายจัดซื้อสามารถนำหลักการไปใช้กับโครงการจริงได้

 

ทำไมโครงการ 1,000 ตร.ม. ต้องคิดต้นทุนพื้นให้มากกว่าราคาต่อตารางเมตร?

สมมติว่ามีผู้ขาย A เสนอพื้นราคา 300 บาท/ตร.ม. และผู้ขาย B เสนอราคา 330 บาท/ตร.ม.

ถ้าดูเฉพาะราคาสินค้า ผู้รับเหมาหรือฝ่ายจัดซื้ออาจเลือก A ทันที

แต่ถ้า

  • A ต้องปรับพื้นเพิ่ม
  • ใช้เวลาแรงงานมากกว่า
  • ต้องใช้กาว
  • ต้องใช้วัสดุรองพื้น
  • ต้องรอแห้งก่อนใช้งาน
  • มีเศษวัสดุมากกว่า
  • มีค่าขนส่งเพิ่มเติม
  • ต้องทำงานหลายรอบ

ในขณะที่ B ติดตั้งง่ายกว่าและส่งมอบได้เร็วกว่า

ราคาที่ถูกกว่าในใบเสนอราคาอาจไม่ได้หมายความว่า ต้นทุนโครงการถูกกว่า

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมการเปรียบเทียบ SPC กับกระเบื้องสำหรับโครงการ 1,000 ตร.ม. ต้องใช้แนวคิด

Total Cost = Material + Installation + Preparation + Accessories + Logistics + Waste + Time + Risk

ไม่ใช่เพียง

Total Cost = ราคาวัสดุ × จำนวนตารางเมตร

 

SPC คืออะไร?

       SPC ย่อมาจาก Stone Plastic Composite หรือวัสดุปูพื้นที่มีแกนกลางแบบ Rigid Core ซึ่งโดยทั่วไปใช้ส่วนผสมของแคลเซียมคาร์บอเนตและ PVC เพื่อสร้างโครงสร้างที่มีความแข็งและคงรูป

พื้น SPC รุ่นที่ใช้ในงานโครงการจำนวนมากมาพร้อมระบบ Click-Lock ทำให้แผ่นพื้นสามารถเชื่อมต่อกันโดยไม่จำเป็นต้องใช้กาวในการล็อกแผ่น

โครงสร้างพื้น SPC โดยทั่วไปอาจประกอบด้วย

  1. UV Coating
  2. Wear Layer
  3. Printed Layer
  4. SPC Core
  5. Balance Layer
  6. Underlayment ในรุ่นที่มีโฟมในตัว

โครงสร้างพื้น SPC ของ Enoch มี UV Coating, Wear Layer, Printed Layer และ Click-Lock System พร้อมคุณสมบัติด้านการทนน้ำ การสึกหรอ และการดูแลรักษา

อย่างไรก็ตาม ในการเลือก SPC สำหรับโครงการไม่ควรดูเพียงคำว่า “SPC” แต่ต้องดู

  • ความหนา
  • ความหนา Wear Layer
  • ความหนาแน่นของ Core
  • ระบบ Click-Lock
  • วัสดุ Virgin หรือวัสดุผสม
  • Underlayment
  • ขนาดแผ่น
  • มาตรฐานสินค้า
  • การรับประกัน
  • Lot สินค้า
  • ความสม่ำเสมอของสี

เพราะ SPC แต่ละรุ่นมีต้นทุนและประสิทธิภาพแตกต่างกัน

โครงสร้างพื้น SPC ชั้น UV Coating และ Wear Layer

 

กระเบื้องคืออะไร?

กระเบื้องสำหรับปูพื้นมีหลายประเภท เช่น

  • Ceramic Tile
  • Porcelain Tile
  • Homogeneous Tile
  • Glazed Tile
  • กระเบื้องลายไม้
  • กระเบื้องลายหิน
  • กระเบื้องขนาดใหญ่

การติดตั้งกระเบื้องโดยทั่วไปต้องอาศัยขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับ

  • การเตรียมพื้น
  • ปูนกาวหรือวัสดุยึดเกาะ
  • การวางแนว
  • การตัดกระเบื้อง
  • การปู
  • การเว้นร่อง
  • การยาแนว
  • การทำความสะอาด
  • การตรวจระดับ

ดังนั้นแม้กระเบื้องบางรุ่นจะมีราคาวัสดุต่อตารางเมตรที่แข่งขันได้ แต่ต้นทุนรวมต้องรวมวัสดุประกอบและแรงงานด้วย

 

SPC กับกระเบื้องต่างกันอย่างไร?

ตารางเปรียบเทียบเบื้องต้น

หัวข้อSPCกระเบื้อง
ระบบติดตั้งClick-Lock ในหลายรุ่นปูนกาว/วัสดุยึดติด
การใช้กาวหลายระบบไม่ต้องใช้กาวโดยทั่วไปต้องใช้วัสดุยึดติด
การตัดตัดง่ายกว่าในหลายกรณีต้องใช้เครื่องมือตัด
ความเร็วติดตั้งค่อนข้างเร็วโดยทั่วไปใช้เวลามากกว่า
การยาแนวไม่มีร่องยาแนวแบบกระเบื้องต้องยาแนว
น้ำหนักเบากว่าโดยทั่วไปหนักกว่า
งานรีโนเวตเหมาะในหลายกรณีอาจมีงานรื้อและเศษมาก
การซ่อมสามารถถอดเปลี่ยนบางแผ่นได้ตามระบบต้องสกัดกระเบื้อง
ลวดลายลายไม้/หินหลากหลายหลากหลายมาก
ความแข็งแข็งแรงแต่ต้องใช้ตามสเปกแข็งและทนการใช้งาน
ความชื้นรุ่น SPC มีคุณสมบัติกันน้ำตัวกระเบื้องกันน้ำ แต่ระบบรอยต่อขึ้นกับงานติดตั้ง
งานปรับพื้นต้องการพื้นเรียบตามข้อกำหนดต้องการพื้นได้ระดับ
ความเร็วส่งมอบจุดเด่นของระบบต้องรอขั้นตอนงานบางส่วน

ข้อสำคัญ: ตารางนี้เป็นภาพรวม ไม่ควรใช้แทน Spec Sheet ของผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่น

 

เปรียบเทียบต้นทุน SPC กับกระเบื้อง

การวิเคราะห์โครงการ 1,000 ตร.ม. ควรแยกต้นทุนเป็น 5 กลุ่ม

กลุ่มที่ 1: วัสดุหลัก

  • SPC
  • กระเบื้อง

กลุ่มที่ 2: วัสดุประกอบ

SPC อาจมี

  • บัว
  • ตัวจบ
  • Transition
  • Underlayment ในรุ่นที่ต้องใช้

กระเบื้องอาจมี

  • ปูนกาว
  • ปูนยาแนว
  • Spacer
  • วัสดุปรับระดับ
  • อุปกรณ์อื่น ๆ

กลุ่มที่ 3: ค่าแรง

  • ปูพื้น
  • ตัด
  • เก็บงาน
  • ทำขอบ
  • ทำบัว
  • เก็บรายละเอียด

กลุ่มที่ 4: งานเตรียมพื้น

  • รื้อพื้น
  • ขัดพื้น
  • ปรับระดับ
  • ซ่อมรอยแตกร้าว
  • ทำความสะอาด
  • ตรวจความชื้น

กลุ่มที่ 5: ต้นทุนเวลา

  • จำนวนวันที่ใช้
  • จำนวนทีมช่าง
  • การส่งมอบพื้นที่
  • ค่าเช่าสถานที่
  • ค่าแรงงานอื่นที่ต้องรอ
  • ผลกระทบต่อ Timeline โครงการ

 

ตัวอย่างคำนวณโครงการ 1,000 ตร.ม.

สมมติว่าโครงการมีพื้นที่

1,000 ตร.ม.

เราสามารถทำ Budget Model แบบง่ายก่อน

กรณี A: SPC

สมมติ

  • วัสดุ SPC = 330 บาท/ตร.ม.
  • ค่าแรงติดตั้ง = 120 บาท/ตร.ม.
  • อุปกรณ์และวัสดุประกอบ = 40 บาท/ตร.ม.
  • งานเก็บรายละเอียดเฉลี่ย = 20 บาท/ตร.ม.

รวม

330 + 120 + 40 + 20 = 510 บาท/ตร.ม.

ดังนั้น

1,000 × 510 = 510,000 บาท

ตัวเลขนี้เป็น ตัวอย่างสมมติสำหรับการวาง Budget ไม่ใช่ราคากลางตายตัว

Enoch มีตัวอย่างราคาพื้น SPC หลายรุ่น เช่น รุ่น

NBL ราคา 330 บาท/ตร.ม. และรุ่น 5.5 มม. ราคา 305 บาท/ตร.ม. โดยราคาจริงควรตรวจสอบกับบริษัทก่อนสั่งซื้อ**

 

แล้วถ้าเป็นกระเบื้อง?

สมมติให้กระเบื้องมีโครงสร้างต้นทุนดังนี้

  • กระเบื้อง = 350 บาท/ตร.ม.
  • ปูนกาว/วัสดุประกอบ = 50 บาท/ตร.ม.
  • ค่าแรง = 180 บาท/ตร.ม.
  • ยาแนวและอุปกรณ์ = 30 บาท/ตร.ม.

รวม

350 + 50 + 180 + 30 = 610 บาท/ตร.ม.

สำหรับ 1,000 ตร.ม.

610 × 1,000 = 610,000 บาท

ส่วนต่างจากตัวอย่าง SPC คือ

610,000 – 510,000 = 100,000 บาท

แต่ต้องย้ำอีกครั้งว่า ตัวเลขนี้เป็น ตัวอย่างจำลองเพื่อให้เห็นวิธีคิด ไม่ใช่ข้อสรุปว่ากระเบื้องจะแพงกว่า SPC ทุกโครงการ

ในความเป็นจริง ราคาขึ้นอยู่กับ

  • ชนิดกระเบื้อง
  • ขนาด
  • Brand
  • เกรด
  • ค่าแรงพื้นที่นั้น
  • รูปแบบการปู
  • สภาพพื้น
  • จำนวนห้อง
  • ความยากในการตัด
  • Pattern
  • ปริมาณ
  • เงื่อนไขผู้รับเหมา

 

ราคาวัสดุไม่ใช่ต้นทุนทั้งหมด

นี่คือประเด็นสำคัญที่สุดสำหรับฝ่ายจัดซื้อ

ถ้าผู้ขายเสนอ

SPC 300 บาท/ตร.ม.

อย่าเพิ่งเปรียบเทียบกับ

กระเบื้อง 280 บาท/ตร.ม.

แต่ให้ถามว่า

“เมื่อปูเสร็จแล้ว ต้นทุนจริงต่อตารางเมตรเท่าไร?”

ตัวอย่าง

SPC

วัสดุ 300
ค่าแรง 120
อุปกรณ์ 40
งานเตรียมพื้น 20

Total = 480 บาท/ตร.ม.

กระเบื้อง

วัสดุ 280
ปูนกาว 45
ค่าแรง 180
ยาแนว 20
เตรียมพื้น 30

Total = 555 บาท/ตร.ม.

แม้กระเบื้องถูกกว่า 20 บาทในส่วนวัสดุหลัก แต่เมื่อรวมทุกอย่างแล้วอาจมีต้นทุนสูงกว่า

นี่คือเหตุผลที่การทำ BOQ ต้องมอง Installed Cost

 

ค่าแรงติดตั้ง SPC

พื้น SPC ระบบ Click-Lock มีข้อได้เปรียบในเรื่องกระบวนการติดตั้ง เพราะไม่ต้องใช้ขั้นตอนปูและยาแนวแบบกระเบื้องในระบบทั่วไป

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรคิดว่า SPC “ไม่ต้องเตรียมพื้น”

พื้นเดิมควรมีคุณสมบัติตามข้อกำหนดของผู้ผลิต เช่น

  • เรียบ
  • แข็งแรง
  • แห้ง
  • ไม่มีสิ่งสกปรก
  • ไม่มีความต่างระดับเกินค่าที่กำหนด

Enoch แนะนำขั้นตอนตรวจพื้นเดิม ปรับระดับเมื่อจำเป็น เว้น Expansion Gap และติดตั้งด้วย Click-Lock ก่อนเก็บงานบัวและงานจบ

 

ค่าแรงติดตั้งกระเบื้อง

งานกระเบื้องมีรายละเอียดมากกว่าในหลายกรณี เช่น

  1. ตรวจพื้น
  2. เตรียมระดับ
  3. วางแนว
  4. ผสมวัสดุยึดติด
  5. ปูกระเบื้อง
  6. ตัดกระเบื้อง
  7. ตรวจระดับ
  8. เว้นร่อง
  9. ยาแนว
  10. ทำความสะอาด

ถ้าพื้นที่มีจำนวนห้องมากหรือมีเสา มุม และรูปทรงซับซ้อน ค่าแรงและเศษวัสดุอาจเพิ่มขึ้น

ดังนั้นผู้รับเหมาควรขอราคาที่ระบุ Scope อย่างชัดเจน เช่น

“ค่าแรงนี้รวมการตัดกระเบื้อง ยาแนว ทำบัว และเก็บงานหรือไม่?”

เพราะหากถามเพียง

“ปูกระเบื้องตารางเมตรละเท่าไร?”

อาจได้ราคาที่ดูต่ำ แต่ภายหลังมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

 

งานเตรียมพื้นคือจุดที่ทำให้งบบานได้ง่าย

ไม่ว่าจะเลือก SPC หรือกระเบื้อง สิ่งที่ต้องตรวจเป็นอันดับต้น ๆ คือ พื้นเดิม

ตัวอย่างเช่น พื้นที่ 1,000 ตร.ม. แต่มีพื้นบางส่วน

  • ยุบตัว
  • แตกร้าว
  • ไม่ได้ระดับ
  • มีความชื้น
  • มีเศษวัสดุ
  • มีคราบน้ำมัน
  • มีพื้นเก่าที่ต้องรื้อ

ถ้าไม่ตรวจตั้งแต่ต้น อาจเกิด Variation Order ภายหลัง

 

SPC ไม่ได้หมายความว่า “ปูได้บนทุกพื้น”

นี่เป็นความเข้าใจผิดที่ควรแก้ตั้งแต่ก่อนเริ่มโครงการ

แม้ SPC จะสามารถติดตั้งทับพื้นเดิมบางประเภทได้ในกรณีที่สภาพพื้นเหมาะสม แต่ไม่ได้หมายความว่า พื้นทุกชนิดและทุกสภาพสามารถปูทับได้ทันที

ตัวอย่างเช่น หากพื้นกระเบื้องเดิมมี

  • กระเบื้องโก่ง
  • ต่างระดับมาก
  • รอยต่อสูง
  • กระเบื้องหลุด
  • พื้นแตกร้าว
  • ความชื้นผิดปกติ

อาจต้องแก้ไขก่อนติดตั้ง

ดังนั้นหลักการคือ

SPC ช่วยลดขั้นตอนบางส่วนของงานรีโนเวตได้ แต่ไม่ได้ยกเลิกขั้นตอนตรวจหน้างาน

 

ต้นทุนแฝงที่มักถูกมองข้ามในการเลือก SPC กับกระเบื้อง

ราคาวัสดุต่อตารางเมตรไม่ใช่ต้นทุนทั้งหมดของงานปูพื้น โดยเฉพาะโครงการขนาด 1,000 ตร.ม. เพราะค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นในหลายขั้นตอน เมื่อรวมกันอาจกลายเป็นเงินหลักหมื่นหรือหลักแสนบาทได้

1. ค่ารื้อพื้นเดิม
หากเป็นงานรีโนเวต ต้องคิดค่ารื้อกระเบื้องเดิม ค่าแรงสกัด และค่าขนย้ายเศษวัสดุ ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างมาก

2. ค่าปรับระดับพื้น
พื้น SPC ต้องติดตั้งบนพื้นที่มีความเรียบเหมาะสม หากพื้นเดิมไม่เรียบ อาจต้องใช้วัสดุปรับระดับหรือทำ Self-Leveling เพิ่ม ส่วนกระเบื้องเองก็ต้องการพื้นและระดับที่เหมาะสมเช่นกัน

3. ค่าวัสดุประกอบการติดตั้ง
อย่าคิดเฉพาะราคาพื้น เพราะยังมีรายการอื่น เช่น

  • SPC: บัว ตัวจบ Transition และวัสดุรองพื้นตามระบบ
  • กระเบื้อง: ปูนกาว ยาแนว Spacer และอุปกรณ์ปรับระดับ

4. ค่าเศษวัสดุและการตัด
พื้นที่ 1,000 ตร.ม. ไม่ได้หมายความว่าสั่งวัสดุเพียง 1,000 ตร.ม. ต้องเผื่อเศษจากการตัดและความเสียหาย โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีห้องจำนวนมาก มุม เสา หรือ Layout ซับซ้อน

5. ค่าขนส่งและขนย้ายหน้างาน
ต้องดูทั้งค่าขนส่งจากคลังไปไซต์งาน ค่าขนขึ้นอาคาร ค่าขนเข้าชั้น และค่าแรงกระจายสินค้า หากเป็นคอนโดหรือโรงแรมหลายชั้น ค่าใช้จ่ายส่วนนี้อาจมีนัยสำคัญ

6. ค่าเก็บรักษาสินค้า
ถ้าสั่ง SPC จำนวนมาก เช่น 1,000–5,000 ตร.ม. แต่ยังไม่ได้ติดตั้งทันที ต้องมีพื้นที่จัดเก็บที่เหมาะสม รวมถึงค่าแรงเคลื่อนย้ายสินค้าและความเสี่ยงจากการจัดเก็บไม่ถูกต้อง

7. ค่าแรงจากการติดตั้งที่ล่าช้า
หากพื้นที่ไม่พร้อม ช่างต้องรอ หรือวัสดุมาถึงไม่ตรงกำหนด อาจเกิดค่าแรงสูญเปล่า รวมถึงค่าใช้จ่ายในการเรียกทีมช่างกลับเข้าไซต์ใหม่

8. ค่าแก้ไขงาน (Rework)
เช่น ปูผิดแนว สีไม่ตรง Lot รอยต่อมีปัญหา พื้นไม่เรียบ หรือเกิดความเสียหายระหว่างติดตั้ง ค่าแก้ไขไม่ได้มีแค่ค่าวัสดุ แต่รวมค่าแรงและเวลาที่เสียไปด้วย

9. ค่าเสียโอกาสจากการส่งมอบล่าช้า
สำหรับโรงแรม คอนโด บ้านจัดสรร หรือพื้นที่เชิงพาณิชย์ การส่งมอบล่าช้าอาจกระทบงานอื่นต่อเนื่อง เช่น เฟอร์นิเจอร์ งาน Built-in งานทำความสะอาด และการเปิดใช้งานพื้นที่

10. ค่าเปลี่ยนวัสดุกรณีสินค้าไม่พอ
หากคำนวณจำนวนไม่ดีแล้วสินค้าขาดระหว่างงาน อาจต้องสั่งเพิ่ม และถ้าเป็นคนละ Lot อาจเกิดปัญหาเฉดสีหรือลวดลายแตกต่างกัน

11. ค่าเสียหายจากการขนส่งหรือการติดตั้ง
พื้นเสียหายก่อนติดตั้ง เช่น กล่องชำรุด แผ่นแตก หรือมุมเสียหาย หากไม่มีการตรวจรับสินค้าอย่างเป็นระบบ อาจกลายเป็นต้นทุนที่โครงการต้องรับผิดชอบ

12. ค่าอุปกรณ์จบงาน
บริเวณประตู ทางเชื่อมระหว่างวัสดุ หรือพื้นที่ต่างระดับ อาจต้องใช้ตัวจบ Transition หรือวัสดุเฉพาะ หากไม่รวมใน BOQ ตั้งแต่แรก งบอาจเพิ่มภายหลัง

13. ค่า Stock สำรองสำหรับงานซ่อม
โครงการขนาดใหญ่ควรพิจารณาเก็บวัสดุสำรองบางส่วนไว้สำหรับซ่อมในอนาคต โดยเฉพาะกรณีที่ต้องการรักษาสีและรุ่นเดียวกัน

14. ค่าแรงทำความสะอาดและเก็บงาน
กระเบื้องอาจมีคราบปูนกาวหรือยาแนวหลังติดตั้ง ส่วน SPC ก็ต้องมีการเก็บงาน ตรวจรอยต่อ และทำความสะอาดก่อนส่งมอบ

15. ต้นทุนจากการเลือก Spec ไม่เหมาะกับการใช้งาน
การเลือก SPC ที่ราคาถูกแต่ Wear Layer หรือโครงสร้างไม่เหมาะกับ Traffic อาจทำให้เกิดค่าเปลี่ยนหรือซ่อมเร็วขึ้น ในทางกลับกัน การเลือก Spec สูงเกินความจำเป็นก็ทำให้ต้นทุนเริ่มต้นสูงโดยไม่จำเป็น

สรุปประเด็นสำคัญ

สำหรับโครงการ 1,000 ตร.ม. ควรเปรียบเทียบแบบนี้:

ต้นทุนจริง = ค่าวัสดุ + ค่าแรง + งานเตรียมพื้น + วัสดุประกอบ + เศษวัสดุ + ขนส่ง + เก็บสินค้า + Rework + ค่าเสียโอกาสจากความล่าช้า + ค่า Maintenance

ดังนั้น SPC ที่ราคาต่อ ตร.ม. สูงกว่าเล็กน้อย อาจมีต้นทุนรวมต่ำกว่าได้ หากช่วยลดขั้นตอนการติดตั้ง ลดระยะเวลาหน้างาน และควบคุมแรงงานได้ง่ายกว่า

 

ทำไมการเผื่อเศษต้องคำนวณเป็นรายโครงการ?

โครงการห้องขนาดใหญ่ รูปทรงสี่เหลี่ยม และปูตรง อาจมีเศษน้อย

แต่ถ้าเป็น

  • ห้องจำนวนมาก
  • ทางเดิน
  • ห้องน้ำ
  • เสา
  • มุม
  • Pattern
  • ปูสลับ
  • ปูเฉียง

เศษอาจเพิ่มขึ้น

ดังนั้นไม่ควรกำหนดว่า

“ทุกโครงการเผื่อ 5%”

โดยไม่ดู Layout

ควรให้ฝ่ายออกแบบหรือผู้รับเหมาประเมินจาก Drawing จริง

 

การคุม Lot สำคัญมากสำหรับโครงการ 1,000 ตร.ม.

อีกเรื่องที่เจ้าของโครงการมักมองข้ามคือ สีและ Lot

พื้น SPC ลายไม้หรือวัสดุที่มีลวดลายอาจมีความแตกต่างของเฉดระหว่าง Lot ได้ตามกระบวนการผลิต

ดังนั้นถ้าโครงการมีพื้นที่ 1,000 ตร.ม. ควรวางแผนตั้งแต่แรกว่า

“ต้องใช้สินค้ารหัสเดียวกันและ Lot เดียวกันหรือไม่?”

โดยเฉพาะโครงการ

  • บ้านจัดสรร
  • คอนโด
  • โรงแรม
  • ห้องพักจำนวนมาก
  • สำนักงานหลายชั้น

หากสั่งสินค้าทีละส่วนโดยไม่วางแผน อาจเกิดปัญหา

Lot แรกหมด → สั่ง Lot ใหม่ → สีต่างกัน → ต้องเปลี่ยนวัสดุหรือแยกโซน

ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนและภาพรวมงาน

 

SPC ช่วยคุมงบได้จาก “ความเร็ว”

ต้นทุนแรงงานไม่ได้มีเฉพาะค่าแรงต่อวัน

แต่ยังเกี่ยวข้องกับจำนวนวันที่ต้องใช้

สมมติ

โครงการ A ใช้เวลา 15 วัน
โครงการ B ใช้เวลา 25 วัน

แม้ค่าแรงต่อตารางเมตรใกล้กัน แต่ค่าใช้จ่ายอื่นอาจแตกต่างกัน เช่น

  • ค่า Supervisor
  • ค่าไฟ
  • ค่าเช่าอุปกรณ์
  • ค่ารักษาความปลอดภัย
  • ค่าใช้พื้นที่
  • ค่าแรงทีมอื่นที่ต้องรอ
  • ค่าใช้จ่ายจากการส่งมอบล่าช้า

ดังนั้น เวลา = เงิน

 

จุดเด่นของ SPC สำหรับโครงการ

1. ติดตั้งรวดเร็ว

Click-Lock ช่วยลดขั้นตอนบางส่วนของงานปูพื้น

2. ลดขั้นตอนงานเปียก

ไม่มีขั้นตอนยาแนวแบบพื้นกระเบื้องทั่วไป

3. เหมาะกับงานรีโนเวต

ในพื้นที่ที่พื้นเดิมเหมาะสม สามารถลดงานรื้อและงานเปียกได้

4. น้ำหนักวัสดุโดยทั่วไปเบากว่า

ช่วยให้การขนย้ายหน้างานง่ายขึ้นในหลายกรณี

5. ดูแลรักษาง่าย

พื้น SPC รุ่นที่เหมาะสมมีคุณสมบัติทนน้ำและทำความสะอาดง่าย โดย Enoch ระบุคุณสมบัติ เช่น กันน้ำ ทนการสึกหรอ และต้านทานคราบในผลิตภัณฑ์ของบริษัท

 

ข้อดีของกระเบื้อง

การเปรียบเทียบที่ดีไม่ควรพยายามบอกว่า SPC ดีกว่ากระเบื้องทุกด้าน

กระเบื้องยังมีข้อดีที่สำคัญ เช่น

  • มีตัวเลือกจำนวนมาก
  • มีขนาดหลากหลาย
  • มีลายและผิวสัมผัสหลากหลาย
  • เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการพื้นผิวแข็ง
  • ใช้งานได้ในพื้นที่หลายประเภท
  • มีช่างที่มีประสบการณ์จำนวนมาก
  • สามารถออกแบบ Pattern ได้หลากหลาย

ดังนั้นการเลือกต้องขึ้นกับประเภทโครงการ

 

แล้วโครงการแบบไหนเหมาะกับ SPC?

บ้านจัดสรร

เหมาะกับโครงการที่ต้องการ

  • ติดตั้งเร็ว
  • ลายไม้
  • ดูแลรักษาง่าย
  • คุม Timeline

คอนโดมิเนียม

SPC เหมาะกับพื้นที่พักอาศัยหลายประเภท โดยเฉพาะห้องที่ต้องการบรรยากาศแบบไม้

โรงแรม

เหมาะกับพื้นที่ห้องพักบางประเภท โดยต้องเลือก Spec ให้เหมาะกับ Traffic

สำนักงาน

ต้องพิจารณา Wear Layer และ Traffic เป็นหลัก

โชว์รูม

ต้องพิจารณาภาพลักษณ์และความทนต่อการใช้งาน

ร้านค้า

ต้องเลือก Spec ตามจำนวนคนเดินและรูปแบบการใช้งาน

 

แล้วพื้นที่แบบไหนควรพิจารณากระเบื้อง?

เช่น

  • พื้นที่ Outdoor
  • พื้นที่ที่มีน้ำขังโดยตรง
  • พื้นที่ที่ต้องการผิวเฉพาะทาง
  • พื้นที่ที่มี Traffic สูงมากและต้องการ Spec เฉพาะ
  • พื้นที่ที่ต้องการกระเบื้องขนาดใหญ่
  • พื้นที่ที่ออกแบบ Pattern เฉพาะ

ต้องพิจารณาคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์และมาตรฐานการใช้งานเป็นหลัก

 

Wear Layer สำคัญอย่างไร?

สำหรับ SPC โครงการขนาด 1,000 ตร.ม. อย่าเลือกจากราคาเพียงอย่างเดียว

หนึ่งใน Spec สำคัญคือ

Wear Layer

เป็นชั้นที่ช่วยปกป้องผิวหน้าจากการสึกหรอ

อย่างไรก็ตาม การเลือก Wear Layer ควรดูจาก

  • จำนวนผู้ใช้งาน
  • ประเภทโครงการ
  • ระยะเวลาการใช้งาน
  • Traffic
  • การลากเฟอร์นิเจอร์
  • การทำความสะอาด

ไม่ควรคิดว่า

“ยิ่งหนายิ่งดี”

โดยไม่พิจารณาความเหมาะสมและงบประมาณ

 

ความหนา SPC เลือกอย่างไร?

พื้น SPC มีความหนาหลายระดับ เช่น

  • 4 มม.
  • 5 มม.
  • 5.5 มม.
  • 6 มม. หรือมากกว่าในบางผลิตภัณฑ์

ความหนาที่มากขึ้นไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับทุกโครงการโดยอัตโนมัติ

ต้องพิจารณา

  • พื้นเดิม
  • Traffic
  • ความรู้สึกในการเดิน
  • Underlayment
  • ความสูงของประตู
  • ระดับพื้นที่เชื่อมต่อ
  • งบประมาณ

 

สำหรับโครงการ 1,000 ตร.ม. ควรเลือก SPC รุ่นเดียวทั้งโครงการหรือไม่?

โดยทั่วไป การใช้รุ่นเดียวกันในพื้นที่ประเภทเดียวกันช่วยให้

  • คุมสีง่าย
  • คุม Lot ง่าย
  • คุม Stock ง่าย
  • คุมราคาได้ง่าย
  • ลดความสับสนของทีมติดตั้ง

แต่ไม่จำเป็นต้องใช้รุ่นเดียวทั้งโครงการเสมอไป

เช่น

  • ห้องพัก = รุ่น A
  • Corridor = รุ่น B
  • Office = รุ่น C

โดยต้องกำหนด Spec ตั้งแต่ก่อนสั่งซื้อ

 

วิธีทำ BOQ พื้น SPC สำหรับ 1,000 ตร.ม.

ตัวอย่าง

รายการปริมาณหน่วย
SPC1,050ตร.ม.
บัว400ม.
ตัวจบ50ม.
Transition30ม.
ค่าแรง SPC1,000ตร.ม.
งานปรับพื้นตามจริงตร.ม.
ขนส่ง1งาน
เก็บเศษ1งาน

การทำ BOQ แบบนี้ช่วยให้ฝ่ายจัดซื้อเห็นต้นทุนจริงมากกว่าการมีเพียงรายการ

“SPC 1,000 ตร.ม.”

 

วิธีคำนวณจำนวนกล่อง SPC

สูตรพื้นฐานคือ

จำนวนพื้นที่ที่ต้องสั่ง ÷ พื้นที่ต่อกล่อง

ตัวอย่าง

ต้องการ 1,050 ตร.ม.

ถ้า SPC 1 กล่อง = 2.855 ตร.ม.

จำนวนกล่อง

1,050 ÷ 2.855 = 367.78 กล่อง

ต้องปัดขึ้นเป็น

368 กล่อง

พื้นที่จริง

368 × 2.855 = 1,050.64 ตร.ม.

จึงมีวัสดุเพียงพอสำหรับพื้นที่เป้าหมาย

 

อย่าคำนวณจำนวนกล่องจาก “จำนวนแผ่น” อย่างเดียว

เพราะ SPC แต่ละรุ่นอาจมีจำนวนแผ่นต่อกล่องต่างกัน

ตัวอย่างข้อมูลผลิตภัณฑ์ของ Enoch ที่แสดงบนเว็บไซต์มีทั้งรุ่นที่บรรจุ 8 แผ่น/กล่อง และรุ่นที่บรรจุ 12 หรือ 13 แผ่น/กล่อง โดยพื้นที่ต่อตู้/กล่องแตกต่างกันตามรุ่น

ดังนั้นฝ่ายจัดซื้อควรใช้

ตร.ม./กล่อง

เป็นตัวเลขหลัก

ไม่ควรใช้เพียง

“กล่องละ 8 แผ่น”

ในการคำนวณ

 

ตัวอย่าง Budget Plan สำหรับ SPC

สมมติพื้นที่ 1,000 ตร.ม.

เผื่อ 5%

= 1,050 ตร.ม.

สมมติราคาวัสดุ

= 330 บาท/ตร.ม.

ค่าวัสดุ

1,050 × 330 = 346,500 บาท

สมมติค่าแรง

= 120 บาท/ตร.ม.

1,000 × 120 = 120,000 บาท

สมมติวัสดุประกอบ

= 40 บาท/ตร.ม.

1,000 × 40 = 40,000 บาท

รวม

346,500 + 120,000 + 40,000

= 506,500 บาท

เฉลี่ย

506.50 บาท/ตร.ม. ของพื้นที่ใช้งาน

นี่เป็นวิธีคิดที่เหมาะกับการทำ Preliminary Budget

 

ถ้ากระเบื้องราคาถูกกว่า SPC จะเลือกกระเบื้องไหม?

ไม่จำเป็นต้องเลือกทันที

ให้ถามต่อว่า

1. ค่าแรงเท่าไร?

2. ปูนกาวเท่าไร?

3. ยาแนวเท่าไร?

4. เศษวัสดุเท่าไร?

5. ต้องรื้อพื้นเดิมหรือไม่?

6. ใช้เวลากี่วัน?

7. ต้องรอแห้งหรือไม่?

8. มีค่าเก็บงานเพิ่มเติมหรือไม่?

9. หากเสียหายแก้ไขอย่างไร?

10. ส่งมอบพื้นที่ได้เมื่อไร?

นี่คือ 10 คำถามที่ช่วยให้ฝ่ายจัดซื้อไม่ติดกับดัก “ราคาวัสดุถูก”

 

Cost per Installed Square Meter คือ KPI สำคัญ

สำหรับโครงการขนาดใหญ่ ผมแนะนำให้ฝ่ายจัดซื้อสร้าง KPI ชื่อว่า

Installed Cost / Sq.m.

ตัวอย่าง

SPC

วัสดุ 330
แรงงาน 120
วัสดุประกอบ 40
เตรียมพื้น 20
Logistics 10

รวม

520 บาท/ตร.ม.

กระเบื้อง

วัสดุ 300
แรงงาน 180
ปูนกาว 45
ยาแนว 20
เตรียมพื้น 30
Logistics 10

รวม

585 บาท/ตร.ม.

จากตัวอย่างนี้ SPC มี Installed Cost ต่ำกว่า

แต่หากราคาวัสดุกระเบื้องลดลงหรือค่าแรงต่างกัน ผลลัพธ์ก็เปลี่ยนได้

 

ทำไม “คุมงบง่าย” ไม่เหมือน “ราคาถูกที่สุด”?

คำว่า

ถูกที่สุด

หมายถึงราคาต่ำ

แต่คำว่า

คุมงบง่าย

หมายถึง

  • คาดการณ์ต้นทุนได้
  • Scope ชัด
  • ขั้นตอนน้อย
  • ราคาวัสดุชัด
  • ค่าแรงชัด
  • Waste ควบคุมได้
  • ระยะเวลาชัด
  • Stock วางแผนง่าย
  • มีความเสี่ยงต่ำ

สำหรับ Project Manager ข้อหลังสำคัญกว่าราคาถูกที่สุดหลายครั้ง

 

SPC เหมาะกับโครงการที่ต้องส่งมอบเร็ว

ตัวอย่างเช่น

โครงการคอนโดกำลังจะเปิดขาย

มีห้อง 100 ห้อง

ถ้าพื้นใช้เวลานานขึ้นเพียงไม่กี่วันต่อห้อง ผลกระทบรวมทั้งโครงการอาจสูง

พื้น SPC ที่ติดตั้งได้รวดเร็วสามารถช่วยให้ทีมงาน

  • ปิดงานพื้นเร็ว
  • เข้าเก็บงานเร็ว
  • ติดตั้งเฟอร์นิเจอร์เร็ว
  • ทำความสะอาดเร็ว
  • ส่งมอบเร็ว

ได้ในหลายสถานการณ์

 

กระเบื้องเหมาะกับงานที่ต้องการความแข็งและรูปแบบเฉพาะ

ในทางกลับกัน กระเบื้องมีข้อดีด้าน

  • ความแข็ง
  • รูปแบบ
  • ขนาด
  • Texture
  • Pattern
  • ความหลากหลายของสินค้า

หาก Concept Design กำหนดกระเบื้องไว้ชัดเจน ก็ไม่ควรเปลี่ยนเป็น SPC เพียงเพราะราคาถูกกว่า

เพราะวัสดุปูพื้นเป็นส่วนหนึ่งของ Design Intent

 

7 ปัจจัยที่ควรใช้ตัดสินใจ

สำหรับโครงการ 1,000 ตร.ม. ให้คะแนนวัสดุจาก

1. ราคา

2. ค่าแรง

3. เวลา

4. ความทนทาน

5. การบำรุงรักษา

6. ความเสี่ยง

7. ความเหมาะสมกับ Design

ไม่ควรใช้ “ราคาวัสดุ” เพียงตัวเดียว

 

ตาราง Decision Matrix

ปัจจัยSPCกระเบื้อง
ความเร็วติดตั้ง★★★★★★★★
คุมแรงงาน★★★★★★★
งานรีโนเวต★★★★★★★★
ความหลากหลาย★★★★★★★★★
งานเปียก★★★★★★★★
ความแข็งของผิว★★★★★★★★★
งานลายไม้★★★★★★★★★
การเปลี่ยนแผ่น★★★★★★★
คุม Timeline★★★★★★★★
ความเหมาะสมขึ้นกับพื้นที่ขึ้นกับพื้นที่

 

7 ความผิดพลาดในการซื้อ SPC สำหรับโครงการ

ความผิดพลาดที่ 1: ดูแต่ราคา/ตร.ม.

ถูกไม่ได้แปลว่าคุ้ม

ความผิดพลาดที่ 2: ไม่เช็กพื้นที่ต่อกล่อง

ทำให้คำนวณจำนวนกล่องผิด

ความผิดพลาดที่ 3: ไม่เผื่อเศษ

ของขาดระหว่างติดตั้ง

ความผิดพลาดที่ 4: สั่งหลาย Lot

สีอาจไม่สม่ำเสมอ

ความผิดพลาดที่ 5: ไม่เช็กพื้นก่อน

ทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม

ความผิดพลาดที่ 6: ไม่ระบุ Spec ใน BOQ

สุดท้ายได้วัสดุไม่ตรงความต้องการ

ความผิดพลาดที่ 7: ไม่ล็อกราคาโครงการ

ต้นทุนอาจเปลี่ยนเมื่อสั่งรอบต่อไป

 

ฝ่ายจัดซื้อควรถามผู้ขาย SPC อะไรบ้าง?

ก่อนสั่ง 1,000 ตร.ม. ควรถามอย่างน้อย

  1. ราคาต่อ ตร.ม. เท่าไร?
  2. ราคานี้รวม VAT หรือไม่?
  3. ราคานี้รวมขนส่งหรือไม่?
  4. 1 กล่องมีกี่ ตร.ม.?
  5. 1 พาเลทมีกี่กล่อง?
  6. มีสินค้าพร้อมส่งหรือไม่?
  7. ผลิต Lot เดียวกันได้หรือไม่?
  8. รับประกันกี่ปี?
  9. Wear Layer เท่าไร?
  10. Core เป็น Virgin หรือไม่?
  11. มีโฟมในตัวหรือไม่?
  12. ต้องใช้ Underlayment หรือไม่?
  13. ต้องเว้น Expansion Gap เท่าไร?
  14. พื้นต้องเรียบระดับใด?
  15. ติดตั้งทับกระเบื้องได้หรือไม่?
  16. มีบัวหรือไม่?
  17. มีตัวจบหรือไม่?
  18. มีช่างติดตั้งแนะนำหรือไม่?
  19. Lead Time เท่าไร?
  20. มีบริการหลังการขายหรือไม่?

 

ควรสั่ง SPC เผื่อเท่าไร?

ไม่มีเปอร์เซ็นต์เดียวที่ใช้ได้กับทุกโครงการ

โดยทั่วไปฝ่ายโครงการอาจเริ่มประเมินจาก

3–10%

แล้วปรับตาม

  • รูปแบบห้อง
  • จำนวนห้อง
  • Layout
  • Pattern
  • ขนาดแผ่น
  • วิธีปู
  • ความซับซ้อน

ตัวอย่าง

พื้นโล่ง

อาจเผื่อประมาณ 3–5%

ห้องจำนวนมาก

อาจพิจารณา 5–7%

Layout ซับซ้อน

อาจต้องมากกว่า 7%

แต่ควรให้ผู้ติดตั้งและทีมออกแบบประเมินร่วมกัน

 

สั่งมากกว่า 1,000 ตร.ม. มีข้อดีอะไร?

โครงการขนาดใหญ่มีข้อได้เปรียบเรื่อง

Economy of Scale

สามารถเจรจาได้เรื่อง

  • ราคาต่อ ตร.ม.
  • ค่าขนส่ง
  • บริการ
  • Stock
  • Lot
  • เงื่อนไขการชำระ
  • ระยะเวลาส่งสินค้า

 

วิธีเจรจาราคา SPC สำหรับ 1,000 ตร.ม.

อย่าถามเพียง

“ลดได้ไหม?”

ให้ถามเป็น Package

“โครงการ 1,000 ตร.ม. ถ้าสั่ง Lot เดียว ขอราคา Project พร้อมส่ง และอุปกรณ์จบงานรวมให้ด้วยได้ไหม?”

จากนั้นถามต่อ

  • ถ้า 1,500 ตร.ม. ราคาต่างกันเท่าไร?
  • ถ้าสั่ง 2,000 ตร.ม. มี Project Price หรือไม่?
  • ส่งทั้งหมดครั้งเดียวได้หรือไม่?
  • เก็บ Stock ได้หรือไม่?
  • ถ้าขาดสามารถเติม Lot เดิมได้หรือไม่?

คำถามแบบนี้ช่วยให้ได้ข้อมูลสำหรับบริหารโครงการมากกว่า “ลดอีกได้ไหม?”

 

การบริหาร Stock สำคัญมาก

สมมติใช้ 1,000 ตร.ม.

แต่โครงการติดตั้งเดือนละ

  • เดือนที่ 1 = 300
  • เดือนที่ 2 = 300
  • เดือนที่ 3 = 400

ฝ่ายจัดซื้อควรพิจารณาว่า

ต้องรับสินค้าทั้งหมด 1,000 ตร.ม. ครั้งเดียว หรือทยอยส่ง?

ข้อดีของการส่งครั้งเดียวคือ

  • คุม Lot ง่าย
  • ลดความเสี่ยงสีต่าง

แต่ข้อเสียคือ

  • ต้องมีพื้นที่เก็บ
  • ต้องบริหาร Cash Flow
  • ต้องป้องกันความเสียหายจากการเก็บ

 

Cash Flow ก็เป็นส่วนหนึ่งของการคุมงบ

โครงการที่ซื้อของถูกที่สุดแต่ต้องจ่ายเงินทั้งหมดก่อน อาจไม่เหมาะกับ Cash Flow

ดังนั้นควรพิจารณา

  • มัดจำ
  • เครดิต
  • งวดชำระ
  • รอบส่งสินค้า
  • เงื่อนไขรับสินค้า

การคุมงบที่ดีไม่ใช่เพียง

“ซื้อให้ถูก”

แต่คือ

“บริหารต้นทุนและกระแสเงินสดให้เหมาะกับโครงการ”

 

SPC กับกระเบื้อง: ถ้าเป็นงานรีโนเวตใครได้เปรียบ?

โดยทั่วไป SPC มีจุดแข็งในงานรีโนเวต เพราะระบบ Click-Lock และน้ำหนักที่เบากว่าในหลายกรณีสามารถช่วยลดขั้นตอนบางส่วนได้

แต่ต้องตรวจพื้นเดิมก่อน

หากพื้นเดิมเหมาะสม การติดตั้งอาจทำได้เร็วกว่า

หากพื้นเดิมไม่เหมาะสม ต้องแก้ไขก่อน

ดังนั้นคำตอบที่มืออาชีพควรพูดคือ

“SPC มีศักยภาพในการลดขั้นตอนงานรีโนเวต แต่ต้องตรวจหน้างานก่อน”

 

ต้นทุนการรื้อพื้นเดิม

กรณีรีโนเวต 1,000 ตร.ม. ถ้าเลือกกระเบื้องใหม่ อาจมีงาน

รื้อ → ขนเศษ → ปรับพื้น → ติดตั้ง → ยาแนว → ทำความสะอาด

ในบางโครงการ หากสามารถติดตั้ง SPC บนพื้นเดิมที่ผ่านการตรวจสอบและเป็นไปตามข้อกำหนดได้ อาจลดบางขั้นตอนออกไป

นี่เป็นหนึ่งในจุดที่ SPC สามารถสร้าง Cost Saving ได้

 

แต่ไม่ควร “ปูทับเพื่อประหยัด” โดยไม่ตรวจ

หากพื้นเดิมมีปัญหาแล้วปู SPC ทับทันที อาจทำให้

  • พื้นเด้ง
  • Click-Lock มีปัญหา
  • เกิดเสียง
  • รอยต่อเปิด
  • พื้นเสียหาย

ต้นทุนแก้ไขภายหลังอาจสูงกว่าการเตรียมพื้นตั้งแต่ต้น

 

วิธีประเมินก่อนเลือก SPC

ใช้ Checklist 8 ข้อ

1. พื้นเรียบหรือไม่?

2. พื้นแห้งหรือไม่?

3. มีความชื้นหรือไม่?

4. พื้นมีรอยแตกร้าวหรือไม่?

5. มีส่วนต่างระดับหรือไม่?

6. มีพื้นเดิมหรือไม่?

7. มีเฟอร์นิเจอร์อยู่หรือไม่?

8. มีการใช้งานหนักระดับไหน?

 

สำหรับสำนักงาน 1,000 ตร.ม. ต้องคิดอะไร?

สำนักงานมี Traffic แตกต่างจากบ้าน

ต้องพิจารณา

  • จำนวนพนักงาน
  • เก้าอี้ล้อเลื่อน
  • โต๊ะ
  • การลากเฟอร์นิเจอร์
  • จุด Reception
  • Corridor
  • ห้องประชุม

จึงควรเลือก Wear Layer และระบบพื้นให้เหมาะกับการใช้งาน

 

สำหรับโรงแรม 1,000 ตร.ม.

โรงแรมต้องพิจารณา

  • ห้องพัก
  • Corridor
  • Lobby
  • ห้องประชุม
  • ร้านอาหาร
  • Back of House

ไม่ควรใช้ Spec เดียวกันทุกพื้นที่โดยอัตโนมัติ

 

สำหรับบ้านจัดสรร 1,000 ตร.ม.

ถ้าเป็นบ้านจัดสรรหลายหลัง สิ่งสำคัญคือ

Consistency

เช่น

  • สีเดียวกัน
  • รุ่นเดียวกัน
  • Lot เดียวกัน
  • Spec เดียวกัน
  • วิธีติดตั้งเดียวกัน

เพราะหากบ้านหลังที่ 1 กับหลังที่ 20 สีต่างกัน จะกระทบภาพลักษณ์โครงการ

 

SPC กับกระเบื้อง: ใครดูแลรักษาง่ายกว่า?

ทั้งสองวัสดุดูแลรักษาได้ง่ายหากติดตั้งถูกต้อง

แต่ลักษณะการดูแลแตกต่างกัน

SPC

  • กวาด
  • ดูดฝุ่น
  • เช็ด
  • ใช้น้ำยาที่เหมาะสม

กระเบื้อง

  • กวาด
  • ดูดฝุ่น
  • ถู
  • ดูแลร่องยาแนว

ดังนั้นพื้นที่ที่มีร่องยาแนวจำนวนมากอาจต้องใช้เวลาในการทำความสะอาดมากกว่า

 

อายุการใช้งานต้องดูอย่างไร?

อย่าถามเพียง

“SPC อยู่ได้กี่ปี?”

แต่ให้ถาม

“รุ่นนี้ออกแบบมาสำหรับ Traffic ระดับไหน?”

เพราะอายุการใช้งานขึ้นอยู่กับ

  • Spec
  • การติดตั้ง
  • การใช้งาน
  • การดูแล
  • ความชื้น
  • การลากเฟอร์นิเจอร์
  • การทำความสะอาด

 

ต้นทุนตลอดอายุการใช้งาน

อีกแนวคิดหนึ่งคือ

Life Cycle Cost

สูตรง่าย ๆ

ราคาซื้อ + ติดตั้ง + บำรุงรักษา + ซ่อม + เปลี่ยน

วัสดุที่ราคาถูกตอนซื้ออาจไม่ใช่ราคาถูกที่สุดตลอดอายุการใช้งาน

 

ตัวอย่าง Life Cycle Cost

สมมติ

SPC

Initial Cost = 520 บาท/ตร.ม.

กระเบื้อง

Initial Cost = 580 บาท/ตร.ม.

แต่หลังใช้งาน 5 ปี

SPC ต้องเปลี่ยนบางส่วน 30 บาท/ตร.ม.

กระเบื้องซ่อมยาแนวและจุดเสียหาย 40 บาท/ตร.ม.

ต้นทุนสะสม

SPC = 550

กระเบื้อง = 620

ส่วนต่าง

70 บาท/ตร.ม.

สำหรับ 1,000 ตร.ม.

= 70,000 บาท

นี่เป็นเพียงตัวอย่างจำลอง แต่ช่วยให้เห็นวิธีคิด

 

ควรเลือก SPC เพราะถูกกว่าหรือไม่?

คำตอบคือ

ไม่ควรเลือกเพราะถูกกว่าเพียงอย่างเดียว

ควรเลือกเพราะ

  • เหมาะกับการใช้งาน
  • Spec ตรง
  • ติดตั้งง่าย
  • Timeline เหมาะสม
  • ต้นทุนรวมเหมาะสม
  • Supplier น่าเชื่อถือ
  • มีสินค้าเพียงพอ
  • มีบริการหลังการขาย

 

Enoch เหมาะกับการสอบถามงานโครงการอย่างไร?

     Enoch Flooring Thailand ระบุว่าเป็นผู้ผลิตและนำเข้า SPC สำหรับงานโครงการและอสังหาริมทรัพย์ และมีผลิตภัณฑ์หลายระดับ รวมถึงรุ่น Virgin 100% และระบบ Click-Lock

      มีข้อมูลสำหรับผู้รับเหมาเกี่ยวกับค่าแรง การคำนวณพื้นที่ และการเลือกพื้น SPC สำหรับงานโครงการ ซึ่งสามารถนำมาใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนได้

สำหรับโครงการขนาด 1,000 ตร.ม. ผู้ซื้อควรส่งข้อมูลให้ฝ่ายขายครบ เช่น

  • พื้นที่
  • แบบ Drawing
  • จำนวนห้อง
  • รูปแบบการใช้งาน
  • จังหวัดหน้างาน
  • วันที่ต้องการสินค้า
  • Spec ที่ต้องการ
  • สี
  • จำนวนโดยประมาณ

เพื่อให้สามารถประเมินราคาและการจัดส่งได้แม่นยำขึ้น

 

Checklist สั่ง SPC สำหรับโครงการ 1,000 ตร.ม.

ด้านสินค้า

☐ รุ่น
☐ สี
☐ ความหนา
☐ Wear Layer
☐ Core
☐ ระบบ Click-Lock
☐ Underlayment
☐ ขนาดแผ่น
☐ ตร.ม./กล่อง
☐ แผ่น/กล่อง

ด้านจำนวน

☐ พื้นที่จริง
☐ เผื่อเศษ
☐ จำนวนกล่อง
☐ Stock สำรอง

ด้าน Logistics

☐ Lead Time
☐ จำนวนเที่ยว
☐ จุดส่ง
☐ พื้นที่ลงสินค้า
☐ พื้นที่เก็บ

ด้านการติดตั้ง

☐ สภาพพื้น
☐ ความชื้น
☐ ระดับ
☐ Expansion Gap
☐ บัว
☐ ตัวจบ

ด้านการเงิน

☐ ราคาต่อ ตร.ม.
☐ VAT
☐ ค่าขนส่ง
☐ ค่าแรง
☐ เครดิต
☐ เงื่อนไขชำระเงิน

 

10 คำถามก่อนเซ็น PO

  1. ราคานี้รวม VAT หรือยัง?
  2. ราคานี้รวมขนส่งหรือไม่?
  3. จำนวน 1,000 ตร.ม. ใช้ Lot เดียวกันได้หรือไม่?
  4. มีสินค้าพร้อมส่งหรือไม่?
  5. หากต้องเติมสินค้า Lot เดิมยังมีหรือไม่?
  6. รับประกันอย่างไร?
  7. ค่าแรงติดตั้งคิดอย่างไร?
  8. งานปรับพื้นคิดเพิ่มหรือไม่?
  9. อุปกรณ์จบงานรวมอะไรบ้าง?
  10. หากสินค้าเสียหายระหว่างขนส่ง ใครรับผิดชอบ?

 

สูตรเปรียบเทียบ SPC กับกระเบื้องแบบมืออาชีพ

ใช้สูตร

Project Flooring Cost

=

Material Cost

  •  

Installation Cost

  •  

Preparation Cost

  •  

Accessories

  •  

Transportation

  •  

Waste

  •  

Maintenance

  •  

Risk

 

สูตรสำหรับฝ่ายจัดซื้อ

ถ้าต้องการให้เข้าใจง่าย

ต้นทุนจริง = ราคาวัสดุ + ค่าแรง + วัสดุประกอบ + งานเตรียมพื้น + ขนส่ง + เศษ + ค่าแก้ไขที่คาดการณ์

จากนั้นนำไปหารด้วยพื้นที่จริง

Cost per Installed Sq.m. = ต้นทุนรวม ÷ พื้นที่ใช้งาน

นี่คือเลขที่ควรใช้ในการเปรียบเทียบ Supplier

 

ตารางสรุปสำหรับโครงการ 1,000 ตร.ม.

ต้นทุนSPCกระเบื้อง
วัสดุ330,000*300,000*
วัสดุประกอบ40,000*65,000*
ค่าแรง120,000*180,000*
เตรียมพื้น20,000*30,000*
ขนส่ง/เก็บงาน10,000*15,000*
รวมตัวอย่าง520,000*590,000*
เฉลี่ย520*590*

*ตัวเลขเป็น ตัวอย่างสมมติสำหรับทำ Budget Model ไม่ใช่ราคากลางของตลาด

สิ่งที่สำคัญกว่าตัวเลขในตารางคือ วิธีคิด

 

แล้วคำตอบสุดท้ายคือ SPC หรือกระเบื้อง?

ถ้าโจทย์คือ

“โครงการ 1,000 ตร.ม. แบบไหนคุมงบง่ายกว่า?”

คำตอบคือ

SPC มีแนวโน้มคุมงบง่ายกว่าในโครงการที่:

  • ต้องการติดตั้งเร็ว
  • ต้องการลดขั้นตอนงานเปียก
  • เป็นงานรีโนเวต
  • พื้นเดิมเหมาะกับการติดตั้ง
  • ต้องการควบคุมแรงงาน
  • ต้องการลดระยะเวลาหน้างาน
  • ต้องการลายไม้
  • ต้องการบริหาร Stock เป็นระบบ
  • ต้องการติดตั้งแบบ Click-Lock

ขณะที่

กระเบื้องอาจเหมาะกว่าเมื่อ:

  • Design กำหนดกระเบื้อง
  • ต้องการความแข็งของพื้นผิว
  • ต้องการ Pattern เฉพาะ
  • ใช้งานในพื้นที่ที่เหมาะกับกระเบื้อง
  • มีทีมช่างกระเบื้องที่มีต้นทุนแข่งขันได้
  • มีสเปกกระเบื้องที่ตรงกับความต้องการโครงการ

 

สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่ “SPC ถูกกว่ากระเบื้อง”

แต่คือ

SPC หรือกระเบื้องที่ทำให้โครงการควบคุม Total Cost ได้ดีกว่า

เพราะโครงการ 1,000 ตร.ม. หากประหยัดได้

50 บาท/ตร.ม.

จะเท่ากับ

50,000 บาท

ถ้าประหยัดได้

100 บาท/ตร.ม.

จะเท่ากับ

100,000 บาท

และถ้าโครงการมี

5,000 ตร.ม.

ส่วนต่าง 100 บาท/ตร.ม.

จะกลายเป็น

500,000 บาท

ดังนั้นยิ่งโครงการใหญ่ ยิ่งต้องวิเคราะห์ต้นทุนต่อตารางเมตรอย่างละเอียด

 

เคล็ดลับคุมงบ SPC สำหรับโครงการขนาดใหญ่

ข้อ 1: ล็อก Spec ก่อนขอราคา

อย่าขอราคาโดยไม่ระบุ Spec

ข้อ 2: ขอราคา Project

ระบุปริมาณจริง

ข้อ 3: ขอ Sample ก่อน

ตรวจสีและ Texture

ข้อ 4: ตรวจหน้างาน

ก่อนสรุปค่าแรง

ข้อ 5: คำนวณเศษ

จาก Drawing จริง

ข้อ 6: ล็อก Lot

หากต้องการสีสม่ำเสมอ

ข้อ 7: วางแผน Stock

ไม่รอให้ของใกล้หมด

ข้อ 8: ทำ BOQ แยกทุก Item

อย่ารวมเป็นราคาก้อนเดียว

 

เทคนิคสำหรับผู้รับเหมา

ผู้รับเหมาควรเสนอราคาโดยแยก

Material

SPC = xxx บาท/ตร.ม.

Labor

Installation = xxx บาท/ตร.ม.

Accessories

Skirting = xxx บาท/เมตร

Preparation

Floor leveling = xxx บาท/ตร.ม.

Logistics

Transportation = xxx บาท/เที่ยว

วิธีนี้ช่วยป้องกันการขาดทุนจาก Scope ที่ไม่ชัดเจน

 

เทคนิคสำหรับเจ้าของโครงการ

เจ้าของโครงการไม่ควรเลือกผู้รับเหมาจาก

“ราคาต่ำที่สุด”

แต่ควรเปรียบเทียบ

ราคา + Scope + Spec + Timeline + Warranty

เพราะใบเสนอราคา 500,000 บาทกับ 530,000 บาทอาจไม่ได้ต่างกันจริง หาก Scope งานไม่เท่ากัน

 

เทคนิคสำหรับ Architect และ Interior Designer

ควรกำหนด Spec ในแบบให้ละเอียด

ตัวอย่าง

SPC Flooring
Thickness: xxx mm
Wear Layer: xxx mm
Surface: Wood Texture
Core: SPC
Installation: Click-Lock
Color: xxx
Underlayment: xxx
Warranty: xxx

การระบุ Spec ชัดช่วยลดปัญหา

“ของถูกแต่ไม่ตรง Spec”

 

เทคนิคสำหรับ Project Manager

ควรสร้าง Dashboard ง่าย ๆ

KPIเป้าหมาย
Material Cost≤ Budget
Installation Cost≤ Budget
Waste≤ Target
Delay0 วัน
Defectต่ำที่สุด
Material Shortage0
Lot Variation0
Reworkต่ำที่สุด

นี่คือวิธีเปลี่ยน “การซื้อพื้น” ให้เป็น “การบริหารโครงการ”

 

FAQ: SPC กับกระเบื้อง สำหรับโครงการ 1,000 ตร.ม.

Q1: SPC ถูกกว่ากระเบื้องหรือไม่?

ไม่สามารถตอบว่า SPC ถูกกว่าทุกกรณี ต้องเปรียบเทียบราคาวัสดุ ค่าแรง วัสดุประกอบ งานเตรียมพื้น ขนส่ง เศษ และระยะเวลาโครงการ

Q2: โครงการ 1,000 ตร.ม. ควรเลือก SPC หรือกระเบื้อง?

ต้องดูประเภทโครงการ หากเน้นติดตั้งเร็ว รีโนเวต และบริหารแรงงานง่าย SPC เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ หากต้องการความแข็งและรูปแบบกระเบื้องเฉพาะ กระเบื้องอาจเหมาะกว่า

Q3: SPC ปูทับกระเบื้องเดิมได้หรือไม่?

สามารถทำได้ในบางกรณี แต่ต้องตรวจสอบสภาพพื้นเดิม ความเรียบ ความแข็งแรง และข้อกำหนดของผู้ผลิตก่อนติดตั้ง

Q4: พื้น SPC ต้องปรับพื้นหรือไม่?

หากพื้นเดิมไม่เรียบหรือมีปัญหา อาจต้องปรับพื้นก่อนติดตั้ง แม้ระบบ SPC จะติดตั้งง่ายกว่าระบบพื้นบางประเภท

Q5: โครงการ 1,000 ตร.ม. ควรเผื่อ SPC กี่เปอร์เซ็นต์?

ไม่มีตัวเลขตายตัว โดยทั่วไปควรประเมินจาก Layout และรูปแบบการปู อาจเริ่มต้นพิจารณาประมาณ 3–10% แล้วปรับตามความซับซ้อนของพื้นที่

Q6: ทำไมต้องสั่ง SPC Lot เดียวกัน?

เพื่อช่วยควบคุมความสม่ำเสมอของสีและลวดลาย โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ที่ต้องใช้สินค้าเป็นจำนวนมาก

Q7: Wear Layer สำคัญไหม?

สำคัญ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มี Traffic สูง เพราะเป็นชั้นที่ช่วยปกป้องผิวหน้าพื้นจากการสึกหรอ แต่ควรเลือกให้เหมาะกับการใช้งาน ไม่ใช่เลือกจากความหนาเพียงอย่างเดียว

Q8: SPC เหมาะกับโรงแรมหรือไม่?

เหมาะกับพื้นที่บางประเภทของโรงแรม เช่น ห้องพักหรือพื้นที่ภายในที่ต้องการลายไม้และติดตั้งรวดเร็ว แต่ต้องเลือก Spec ให้เหมาะกับ Traffic และข้อกำหนดของโครงการ

Q9: SPC เหมาะกับสำนักงาน 1,000 ตร.ม. หรือไม่?

เหมาะได้ หากเลือก Spec ที่รองรับการใช้งาน โดยเฉพาะ Wear Layer และระบบติดตั้งที่เหมาะกับ Traffic ของสำนักงาน

Q10: ซื้อ SPC จำนวนมากลดราคาได้หรือไม่?

มีโอกาสเจรจาราคา Project ได้ ขึ้นอยู่กับปริมาณ รุ่นสินค้า Lot การส่งสินค้า และเงื่อนไขการชำระเงิน

Q11: ราคาพื้น SPC ควรคิดอย่างไร?

ควรคิดทั้งราคาวัสดุ ค่าแรง อุปกรณ์ งานเตรียมพื้น ขนส่ง และเศษ ไม่ควรดูเฉพาะราคาต่อตารางเมตร

Q12: SPC ต้องใช้กาวหรือไม่?

SPC ระบบ Click-Lock หลายรุ่นติดตั้งด้วยระบบล็อกโดยไม่ต้องใช้กาวในการเชื่อมแผ่น แต่ต้องปฏิบัติตามคู่มือของผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่น

Q13: พื้น SPC กันน้ำหรือไม่?

ผลิตภัณฑ์ SPC มีคุณสมบัติด้านการทนน้ำ แต่ควรแยก “วัสดุทนน้ำ” ออกจาก “ระบบพื้นทั้งหมดกันน้ำ” เพราะรอยต่อ ขอบผนัง และสภาพหน้างานยังมีความสำคัญ

Q14: กระเบื้องยังเหมาะกับโครงการขนาดใหญ่หรือไม่?

เหมาะในหลายโครงการ โดยเฉพาะพื้นที่ที่ต้องการพื้นผิวแข็ง มี Pattern เฉพาะ หรือมี Spec กระเบื้องเป็นข้อกำหนดของโครงการ

Q15: ถ้าต้องการคุมงบควรเริ่มจากอะไร?

เริ่มจากกำหนด Spec → ตรวจพื้นที่ → ทำ BOQ → ขอราคา Project → รวมค่าแรงและวัสดุประกอบ → เปรียบเทียบ Installed Cost

 

บทความที่เกี่ยวข้อง:

  • คู่มือพื้น SPC ครบวงจร
  • ราคาพื้น SPC พร้อมติดตั้ง ปี 2026
  • วิธีคิดค่าแรงติดตั้งพื้น SPC สำหรับผู้รับเหมา
  • SPC Flooring คืออะไร?
  • คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับพื้น SPC

 

Checklist สรุปก่อนตัดสินใจ

ก่อนเลือก SPC หรือกระเบื้องสำหรับ 1,000 ตร.ม. ให้ตอบคำถามเหล่านี้

พื้นที่

☐ 1,000 ตร.ม. จริงหรือไม่
☐ มีห้องกี่ห้อง
☐ มีทางเดินหรือไม่
☐ มีเสาหรือมุมจำนวนมากหรือไม่

พื้นเดิม

☐ เรียบหรือไม่
☐ แข็งแรงหรือไม่
☐ มีความชื้นหรือไม่
☐ ต้องรื้อหรือไม่

งบ

☐ Material
☐ Labor
☐ Accessories
☐ Preparation
☐ Logistics
☐ Waste

Timeline

☐ เริ่มงานเมื่อไร
☐ ต้องเสร็จเมื่อไร
☐ ต้องส่งมอบเมื่อไร

Supplier

☐ มี Stock หรือไม่
☐ Lot เดียวกันหรือไม่
☐ มี Warranty หรือไม่
☐ มีบริการหลังการขายหรือไม่

 

สรุป: SPC กับกระเบื้อง สำหรับโครงการ 1,000 ตร.ม. แบบไหนคุมงบง่ายกว่า?

หากมองเฉพาะราคาวัสดุ ไม่มีคำตอบที่ถูกต้องตายตัวว่า SPC ต้องถูกกว่ากระเบื้อง หรือ กระเบื้องต้องถูกกว่า SPC

แต่ถ้ามองในมุมของการบริหารโครงการ คำถามที่ถูกต้องคือ

“วัสดุชนิดไหนทำให้ต้นทุนรวมหลังติดตั้งอยู่ใน Budget และทำให้โครงการส่งมอบได้ตาม Timeline?”

สำหรับโครงการ 1,000 ตร.ม. พื้น SPC มีจุดแข็งด้าน

  • ระบบ Click-Lock
  • ความเร็วในการติดตั้ง
  • การบริหารแรงงาน
  • งานรีโนเวต
  • การลดขั้นตอนงานเปียก
  • น้ำหนักที่เหมาะกับการขนย้ายในหลายกรณี
  • การบริหาร Stock
  • ความหลากหลายของลายไม้
  • การดูแลรักษา

ส่วนกระเบื้องมีจุดแข็งด้าน

  • ความแข็ง
  • ความหลากหลาย
  • Pattern
  • ขนาด
  • Texture
  • ความเหมาะสมกับพื้นที่เฉพาะ

ดังนั้นสำหรับเจ้าของโครงการและผู้รับเหมา อย่าตัดสินจากราคาวัสดุเพียงตัวเดียว

ให้ใช้สูตร

ต้นทุนรวม = วัสดุ + ค่าแรง + วัสดุประกอบ + เตรียมพื้น + ขนส่ง + เศษ + เวลา + ความเสี่ยง

แล้วหารด้วยพื้นที่จริงเพื่อหา

Installed Cost / ตร.ม.

ถ้าโครงการมีพื้นที่ 1,000 ตร.ม. ส่วนต่างเพียง 50 บาท/ตร.ม. ก็เท่ากับ 50,000 บาทแล้ว และเมื่อขนาดโครงการเพิ่มเป็น 5,000 หรือ 10,000 ตร.ม. ส่วนต่างจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ดังนั้น การคุมงบที่ดีที่สุดไม่ใช่การหาวัสดุที่ราคาถูกที่สุด แต่คือการเลือกวัสดุที่มีต้นทุนรวมเหมาะสม คาดการณ์ได้ และมีความเสี่ยงต่ำสำหรับหน้างานจริง

หากโครงการของคุณกำลังเปรียบเทียบ SPC กับกระเบื้องสำหรับพื้นที่ประมาณ 1,000 ตร.ม. ควรเริ่มจากการส่งข้อมูลพื้นที่และ Spec ให้ผู้จำหน่ายประเมินราคา Project พร้อมแยกต้นทุนวัสดุ ค่าแรง และอุปกรณ์ประกอบ เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบกับ BOQ กระเบื้องได้อย่างตรงไปตรงมา

 

     หากคุณเป็น เจ้าของโครงการ ผู้รับเหมา บริษัทรับสร้างบ้าน Architect Interior Designer หรือฝ่ายจัดซื้อ และกำลังวางแผนงานปูพื้นตั้งแต่ 100–1,000 ตร.ม. หรือมากกว่า

ควรเตรียมข้อมูลดังนี้

  • พื้นที่กี่ ตร.ม.
  • ใช้งานประเภทใด
  • ต้องการสีอะไร
  • ต้องการความหนาเท่าไร
  • ต้องการ Wear Layer เท่าไร
  • หน้างานอยู่จังหวัดใด
  • ต้องการสินค้าเมื่อไร

จากนั้นขอ Project Price + Spec + จำนวนกล่อง + Lot + ค่าขนส่ง + ค่าอุปกรณ์ + ค่าแรงติดตั้ง เพื่อให้สามารถนำไปทำ BOQ และเปรียบเทียบต้นทุนกับกระเบื้องได้อย่างแม่นยำ

Enoch Flooring Thailand มีพื้น SPC ระบบ Click-Lock สำหรับงานบ้าน โครงการอสังหาริมทรัพย์ คอนโด และงานเชิงพาณิชย์ พร้อมอุปกรณ์ประกอบงานติดตั้ง โดยสามารถสอบถามรุ่นและราคาตามปริมาณโครงการได้โดยตรง

ติดต่อ Enoch Flooring Thailand
โทร. 096-152-3339
Line: @enochth

รายละเอียดเพิ่มเติม:
 enochthailand.com

หรือดูตัวอย่างสินค้าและรุ่นต่าง ๆ ได้ที่

👉🏻Enoch SPC 4 มม.

พื้น SPC เกรด Virgin 100% ระบบ Click-Lock ราคาปลีก-ส่ง สำหรับโครงการอสังหาริมทรัพย์ บ้านโครงการ คอนโดมิเนียม ฯลฯ มาพร้อมความทนทาน สวยงาม และราคาที่ถูกที่สุดในไทย! มีจำหน่ายอุปกรณ์เสริมสำหรับงานติดตั้งพื้น SPC เช่น โฟมรองพื้นพรีเมียม (ฟอยล์กันชื้น 2 ด้าน) กันชื้น 99.99% กันไฟฟ้าสถิตย์ กันแบคทีเรีย เจ้าแรกในไทย, บัวเชิงผนัง, ตัวจบพื้นทุกชนิด

👉🏻Enoch SPC 5.5 มม.

พื้น SPC เกรด Virgin 100% ระบบ Click-Lock ราคาปลีก-ส่ง สำหรับโครงการอสังหาริมทรัพย์ บ้านโครงการ คอนโดมิเนียม ฯลฯ มาพร้อมความทนทาน สวยงาม และราคาที่ถูกที่สุดในไทย! มีจำหน่ายอุปกรณ์เสริมสำหรับงานติดตั้งพื้น SPC เช่น โฟมรองพื้นพรีเมียม (ฟอยล์กันชื้น 2 ด้าน) กันชื้น 99.99% กันไฟฟ้าสถิตย์ กันแบคทีเรีย เจ้าแรกในไทย, บัวเชิงผนัง, ตัวจบพื้นทุกชนิด

👉🏻Enoch SPC 6.5 มม.

พื้น SPC เกรด Virgin 100% ระบบ Click-Lock ราคาปลีก-ส่ง สำหรับโครงการอสังหาริมทรัพย์ บ้านโครงการ คอนโดมิเนียม ฯลฯ มาพร้อมความทนทาน สวยงาม และราคาที่ถูกที่สุดในไทย! มีจำหน่ายอุปกรณ์เสริมสำหรับงานติดตั้งพื้น SPC เช่น โฟมรองพื้นพรีเมียม (ฟอยล์กันชื้น 2 ด้าน) กันชื้น 99.99% กันไฟฟ้าสถิตย์ กันแบคทีเรีย เจ้าแรกในไทย, บัวเชิงผนัง, ตัวจบพื้นทุกชนิด

👉🏻Enoch SPC PREMIUM รุ่น ELITE PRIME 4 มม.

พื้น SPC PREMIUM รุ่น ELITE PRIME

 

👉🏻 Enoch พื้น SPC พรีเมี่ยม ซีรีย์ รุ่น NBL

พื้น SPC พรีเมี่ยม ซีรีย์ รุ่น NBL มาตรฐานเยอรมนี NBL93-S-050 สี เบอร์ลิน โอ๊ค

 

ผ่านการทดสอบ รับรองมาตรฐาน

บริษัท อีโนช ฟลูริง (ไทยแลนด์) ผ่านการทดลองที่เป็นมาตรฐาน

 

📞 ติดต่อทีมงานเพื่อรับราคาโครงการ /  ใบเสนอราคา / ตัวอย่างสินค้า

Tel. 096-152 3339

แอดไลน์ @enochth 👉🏻คลิก https://lin.ee/y58u0WW

FB: https://www.facebook.com/enochthailand/

IG: https://www.instagram.com/enochflooring/

TikTok : https://www.tiktok.com/@enoch.thailand

Youtube: https://lnkd.in/df5ahruH

🏣หน้าร้านเราก็มี! ปักหมุด Google Map ที่ https://maps.app.goo.gl/zoEyaqCgCY6bw48M7

      แผนที่ตั้งโชว์รูม
📧 บริษัท อีโนช ฟลูริง (ไทยแลนด์) จำกัด
🚩Show Room : 38/109-110 หมู่ 19 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

แชร์ :

บทความที่น่าสนใจ

กระเบื้อง SPC กับพื้น SPC ต่างกันหรือไม่?

กระเบื้อง SPC คืออะไร? พื้น SPC วัสดุปูพื้นมาตรฐานโครงการ แข็งแรง กันน้ำ ติดตั้งเร็ว      หากคุณกำลังมองหา วัสดุปูพื้นที่เหมาะกับงานโครงการ บ้านจัดสรร

อ่านเพิ่ม »

กระเบื้อง SPC สำหรับโครงการ ทางเลือกวัสดุปูพื้นที่คุ้มค่า แข็งแรง และตอบโจทย์งานอสังหาริมทรัพย์

กระเบื้อง SPC สำหรับโครงการ คืออะไร และทำไมโครงการยุคใหม่จึงเลือกใช้      ในยุคที่ต้นทุนการก่อสร้างสูงขึ้น เจ้าของโครงการอสังหาริมทรัพย์ ผู้พัฒนาโครงก

อ่านเพิ่ม »

กระเบื้อง SPC มีกี่เกรด? ซื้อเกรดไหนดีที่สุด?

กระเบื้อง SPC มีกี่เกรด? เลือกพื้น SPC อย่างไรให้คุ้มค่า แข็งแรง และเหมาะกับการใช้งานจริง      ในปัจจุบัน พื้น SPC (Stone Plastic Composite) กลายเป็นว

อ่านเพิ่ม »

จำหน่าย และ รับปูกระเบื้องยาง SPC

โดยทีมงานมืออาชีพ